Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

5 วิธีง่าย ๆ ในการบริหารเวลาการทำงานและการพักผ่อนให้ลงตัว แบบนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเขาทำกัน

5 วิธีง่าย ๆ ในการบริหารเวลาการทำงานและการพักผ่อนให้ลงตัว

ใครที่มักจะยุ่งอยู่ตลอดเวลาหรือมีงานล้นมือจนทำแทบไม่ทันก็คงจะเข้าใจกันดีนะคะว่าช่วงเวลาที่ว่างเนี่ย มันมีค่าซะยิ่งกว่าเงินทองซะอีก แต่จะให้ทิ้งงานไปทั้งหมดแล้วหนีไปเที่ยวก็ไม่ได้ หรือจะให้ทำแต่งานจนไม่พักเลยก็เสียสุขภาพกายสุขภาพจิตสุด ๆ แล้วทีนี้จะเลือกอะไรดี? ไม่ต้องมัวสงสัยกันค่ะ เพราะวันนี้เรามีเคล็ดลับในการบริหารเวลาการทำงานและการพักผ่อนจะมาบอกกัน รับรองว่าถ้าทำตามนี้ได้ คุณก็จะแฮปปี้กับชีวิตขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ

  1. ทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมง

ทุก ๆ การทำงาน 40 ชั่วโมง หลังจากที่เคร่งเครียดกับงานมาอย่างต่อเนื่องและเต็มที่ เราก็ควรจะรีชาร์จตัวเองด้วยการหยุดพัก ออกไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง นัดทานข้าวกับครอบครัว หรือไปสปาชิล ๆ สัก 3 ชั่วโมง แค่นี้ก็จะช่วยให้เราสามารถกลับมาทำงานแบบมีประสิทธิภาพมากขึ้นและงานเสร็จไวขึ้นอีกด้วย

  1. อย่าเอางานมาทำที่บ้าน

ถ้าเราเอางานมาทำที่บ้าน เราก็จะรู้สึกเหมือนว่าไม่เคยได้พักผ่อนเลย การตื่นนอนมาปุ๊ปแล้วต้องมาเช็กอีเมล์งานนั้นจริง ๆ แล้วไม่ได้ช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้นหรอกค่ะ แต่มันจะเป็นการทำให้วันนั้นทั้งวันแย่ลงกว่าเดิม เพราะอีเมล์พวกนี้มักจะเกี่ยวข้องกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากงาน พอเราตื่นมาแล้วไปอ่านมันทันที ก็จะทำให้เรากังวลใจ ทางที่ดีควรจะอาบน้ำ ทานข้าวสักพักก่อน พอสมองปลอดโปร่งค่อยมาดูก็ได้

  1. ปิดรับเรื่องเครียดในวันหยุด

เมื่อถึงเวลาวันหยุดของเรา เราก็ต้องพักผ่อนให้เต็มที่ค่ะ อย่าเอาเรื่องงานมาปะปน อย่ามัวเช็กโทรศัพท์ตลอดเวลา การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณกลับไปทำงานพร้อมสมองที่แจ่มใสและความคิดสร้างสรรค์ในหัวได้มากกว่า ประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาวก็จะดีกว่าคนที่เอาแต่หมกมุ่นเรื่องงาน และสุดท้ายก็จะเบื่อชีวิตการทำงานไปซะเอง

  1. จัดตารางวันหยุด

ก็เหมือนกับการจัดตารางสำหรับการทำงานนั่นแหละค่ะ เราควรจะวางแผนไว้ล่วงหน้า ว่าต้องทำงานวันไหน หยุดพักร้อนวันไหน ไปหาครอบครัววันไหนบ้าง หรือบางทีแค่แบ่งเวลาตอนเช้าออกไปวิ่งก็ช่วยให้ในวันนั้นคุณสามารถโฟกัสกับงานได้มากขึ้นแล้ว กำหนดไปเลยว่าวันหยุดจะทำอะไรบ้าง วันทำงานจะทำอะไรบ้าง แบบนี้ก็ช่วยให้จัดการเวลาได้ง่ายขึ้น แถมมีแรงจูงใจในการทำงานด้วยนะ

  1. ไม่จำเป็นต้องควบคุมทุกอย่าง

หลาย ๆ คนมักจะคิดว่านี่คืองานของฉัน นี่คือธุรกิจของฉัน จนไม่สามารถที่จะปล่อยวางอะไรได้เลย ต้องคอยติดตามคอยดูตลอด ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วนั้น มีอีกหลายคนที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมทีมหรือลูกน้องก็ตาม ลองค่อย ๆ หลีกทางให้คนอื่นเข้ามามีบทบาทมากขึ้นสิ เชื่อเถอะว่าคุณจะไม่เหนื่อยเหมือนเดิม และงานก็จะประสบความสำเร็จกว่าการทำคนเดียวซะอีกค่ะ

 ที่มา: inc

get up close & personal with instagram