Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

“ทักษะสำคัญ” อย่างหนึ่งที่กำลังเลือนหายไปจากระบบการศึกษา

“ทักษะสำคัญ” อย่างหนึ่งที่กำลังเลือนหายไปจากระบบการศึกษา

ในอนาคตคนเราจะสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาแทนที่มนุษย์ รถยนต์จะขับเคลื่อนอัตโนมัติ งานทุกอย่างจะถูกทำเสร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่การผ่าตัดครั้งใหญ่ที่ต้องใช้เวลานานก็ตาม ซึ่งถ้ามันถึงวันนั้นแล้วมนุษย์เรายังจะเหลือความจำเป็นอะไรอยู่?

สิ่งที่มนุษย์เราเหลืออยู่ก็คือ ความเป็นมนุษย์นี่แหละค่ะ เราต้องยอมรับว่าตัวเราเองมีสิ่งที่เหนือกว่าคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในโลกรวมกัน นั่นก็คือความเอาใจใส่ ความมีเมตตา จิตสำนึก และความนึกคิดที่เป็นของตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจุดแข็งของมนุษย์ แต่ในทุกวันนี้กลับถูกกลืนกิน

เด็ก ๆ สมัยนี้เติบโตมาโดยลืมเลือนเรื่องของความใส่ใจคนรอบตัวมากกว่าที่เคย นักเรียนชาวอเมริกันแสดงให้เห็นว่า กว่า 48% ไม่ใส่ใจในผู้อื่น และอีก 34% ไม่คิดจะมองและเข้าใจในมุมมองของใครทั้งสิ้น

เด็กรุ่นใหม่กว่า 87% ยอมรับว่าพวกเค้าไม่ค่อยได้สนใจคนอื่นเท่าไหร่ เพราะมัวแต่ให้ความสำคัญกับโทรศัพท์ตรงหน้าอยู่ ซึ่งมันขัดแย้งกับจุดประสงค์ของสมาร์ทโฟนอย่างมาก เพราะมันถูกสร้างมาเพื่อทำให้คนเราสนิทกันมากขึ้น ไม่ใช่ห่างกันยิ่งกว่าเดิมเหมือนทุกวันนี้

แต่ยังไงก็ตาม MIT ก็ยังคงใส่ใจและหาวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้อยู่ ซึ่งเค้าเป็นสถาบันการศึกษาที่ส่งเสริมความรู้ความสามารถ และความฉลาดทางอารมณ์ไปพร้อม ๆ กัน โดยเค้าตระหนักถึงเรื่องนี้ดี แต่กว่าที่เค้าจะได้เริ่มลงมือมันอาจจะสายเกินไปแล้ว เพราะสถาบันของเค้าเปิดรับเฉพาะนักเรียนระดับอุดมศึกษา แต่พฤติกรรมเหล่านี้มันต้องปรับกันมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้น ซึ่งเราต้องเอาใจใส่ และสร้างสภาพแวดล้อมให้สถาบันเอื้ออำนวยต่อการเปลี่ยนแปลงความคิดของนักเรียนให้ได้มากที่สุด

แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่ระบบการศึกษาของโลกเรายังคงยึดติดอยู่กับ การอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นการเตรียมนักเรียนสู่การทำงานในโรงงาน และอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และความฉลาดทางอารมณ์ถูกลบเลือนไปเรื่อย ๆ ในขณะที่การศึกษาให้ความสำคัญกับเรื่องของความเป็นมนุษย์และความเอาใจใส่ผ่านทางวิชาภาษาต่างประเทศ วรรณคดี และศิลปะเท่านั้น ซึ่งพวกเค้าจัดไว้เป็นวิชารองที่ไม่มีความสำคัญอะไรเลยด้วยซ้ำ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องผลักดันให้ทักษะการเอาใจใส่ในผู้อื่นนั้นโดดเด่นขึ้น โดยการให้ความสำคัญกับทักษะต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการเอาใจใส่เช่นกัน ซึ่งเทคโนโลยีในอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่ดีก็จริง แต่มันจะมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดผลเสียก็ต่อเมื่อผู้ใช้งานมีจิตใจที่เอาใจใส่ต่อผู้อื่น เห็นอกเห็นใจคนอื่น ๆ เท่านั้น และเพื่อให้คนรุ่นใหม่ในอนาคตที่ต้องเผชิญกับหุ่นยนต์และความสะดวกสบายพวกนี้ได้มีความรู้ ความเข้าใจในผู้อื่น มันเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องเริ่มสอนสั่งให้เค้าเข้าใจซะตั้งแต่วันนี้ไปเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่การจัดระบบให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งในที่ทำงาน และในโรงเรียน

และตอนนี้ไม่ใช่แค่ MIT เท่านั้นแล้วนะคะที่ตื่นตัวและเริ่มลงมือปฏิวัติในเรื่องนี้ ยังมีสถาบันอื่น ๆ อีกมากมายที่เริ่มลงมือเช่นกัน ซึ่งพวกเค้าเร่งปูพื้นให้กับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง

หลายคนกังวลว่าอนาคตหุ่นยนต์จะเลียนแบบมนุษย์ได้เหมือนมาก จนถึงขนาดมีความใส่ใจ เห็นอกเห็นใจ และทำได้แทบทุกอย่างที่มนุษย์ทำ แต่เราไม่เคยนึกเลยว่าทุกวันนี้มนุษย์เราเองเนี่ยแหละที่เริ่มคล้ายกับหุ่นยนต์เข้าไปทุกที หมดสิ้นซึ่งความเห็นใจ ไร้ความปราณี และไม่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ดังนั้นปัญหานี้จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่เราทุกคนควรช่วยกันแก้ไข และรับมือ ถึงแม้เราอาจจะอยู่ไม่ทันเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันแสนไกลนั้นก็ตาม

ที่มา: weforum

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram