Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

จริงหรือ เด็กที่เรียนเก่งที่สุดอาจไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับคนที่มีเกรดปานกลาง

จริงหรือ เด็กที่เรียนเก่งที่สุดอาจไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับคนที่มีเกรดปานกลาง

         เด็กที่เป็นตัวแทนกล่าวสุนทรพจน์ในวันรับประกาศนียบัตรหรือวันจบการศึกษาที่เรียกว่า Valedictorian นั้นมักเป็นเด็กที่เรียนเก่งที่สุดของระดับชั้น ทั้งนี้คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าอนาคตของเด็กกลุ่มนี้จะเป็นเช่นไร วันนี้เราจะพาคุณไปดูงานวิจัยหนึ่งที่น่าสนใจมากทีเดียว มาดูกันเลยค่ะ

         Karen Arnold นักวิจัยจากวิทยาลัยบอสตันได้ติดตามชีวิตของตัวแทนนักเรียนไฮสคูลที่กล่าวสุนทรพจน์ในวันรับประกาศนียบัตรจำนวน 81 คน นับตั้งแต่จบการศึกษาเพื่อดูว่าเขาจะมีอนาคตเช่นไร ผลปรากฏว่าเด็ก 95% ที่เข้าเรียนในระดับวิทยาลัยนั้นจะมีเกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 3.6  นอกจากนี้เด็กประมาณ 90% ได้ทำงานสายวิชาชีพซึ่ง 40 % ของคนในกลุ่มนี้ยังได้ทำงานในระดับสูง

         นอกจากนี้เด็กกลุ่มดังกล่าวยังเป็นคนที่สามารถเชื่อถือได้ มีความมั่นคง และสามารถปรับตัวได้ดี อย่างไรก็ตาม หากถามว่าเด็กที่ถูกจัดว่าเป็นอันดับหนึ่งของระดับชั้นนั้นจะทำอะไรที่เปลี่ยนแปลงโลกหรือสังคมได้ไหม ผลปรากฏว่าแนวโน้มเป็นศูนย์ค่ะ

         ทั้งนี้ Karen Arnold กล่าวว่า แม้ว่าเด็กเหล่านี้จะมีหน้าที่การงานที่ดีในอนาคต แต่คนส่วนใหญ่ที่เคยได้รับเลือกเป็นตัวแทนนักเรียนในวันกล่าวสุนทรพจน์ในวันรับประกาศนียบัตรนั้นจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ นอกจากนี้ Arnold ยังเคยให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ตัวแทนนักเรียนในวันกล่าวสุนทรพจน์ในวันรับประกาศนียบัตรนั้นมักจะทำตามระบบหรือแบบแผนแทนที่จะทำตัวเป็นผู้เปลี่ยนแปลง

         ทั้งนี้ได้มีการสรุปสาเหตุที่ว่าทำไมคนที่เป็นที่หนึ่งในไฮสคูลนั้นน้อยมากที่จะเป็นที่หนึ่งในชีวิตจริง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า โรงเรียนจะมีเกรดเป็นตัวชี้วัดว่าเด็กแต่ละคนนั้นสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนตามที่คุณครูได้วางไว้หรือไม่ ซึ่งเด็กที่ทำผลการเรียนได้ดีนั้นก็จะต้องทำตามแบบแผนหรือเกณฑ์ที่ครูที่ตั้งไว้เพื่อให้ได้เกรดดีๆ  อย่างไรก็ตาม เกรดที่ดีอาจบ่งบอกได้ว่าคุณเป็นคนมีวินัยในตัวเอง มีความรอบคอบ และมีความสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เด็กในกลุ่มนี้ส่วนมากมักจะไม่กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ แต่จะอยู่ในกรอบที่โรงเรียนหรือที่หัวหน้างานได้วางไว้

         ในขณะที่เด็กบางคนที่แม้ว่าจะไม่ได้มีผลการเรียนที่สูง แต่เขาจะมี passion และโฟกัสในสิ่งที่เขาสนใจอย่างแท้จริงและต้องการทำสิ่งที่แตกต่างจากแบบแผนที่ใครก็ตามวางไว้ ทั้งนี้ Shawn Actor นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่าเกรดในการเรียนนั้นไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะประสบความสำเร็จในชีวิตหรือไม่ ซึ่งเมื่อได้ลองไปดูผลการเรียนของเศรษฐีชาวอเมริกันกว่า 700 คนนั้นคุณจะพบว่าเกรดเฉลี่ยของแต่ละคนจะอยู่ที่ 2.9 เท่านั้น

         การทำตามกฎเกณฑ์ที่มีการวางไว้แล้วนั้นจะไม่สามารถทำให้คุณเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ค่ะ สิ่งสำคัญคือคุณต้องหัดคิดนอกกรอบและทดลองสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอและมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล แม้คุณจะไม่มีผลการเรียนที่ดีมากแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตค่ะ

ที่มา: time

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram