Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคสมาธิสั้นที่คุณควรรู้

10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคสมาธิสั้นที่คุณควรรู้

          โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder : ADHD) เป็นโรคทางสมองที่สามารถพบได้ในเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไปและโดยมากจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ผู้ป่วยจะมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนและพฤติกรรม เช่น เรียนไม่รู้เรื่อง ไม่มีสมาธิ อยู่ไม่นิ่ง ต่อต้านฯลฯ  ซึ่งแน่นอนว่านั่นทำให้ผู้ปกครองที่มีลูกเป็นโรคดังกล่าวกลุ้มใจอยู่ไม่น้อย วันนี้เรามีความรู้สึกหรือมุมมองของพ่อหรือแม่ที่มีลูกเป็นโรคสมาธิสั้นมาแชร์ให้คุณดูเพื่อให้พยายามเข้าใจเด็กที่เป็นโรคดังกล่าวค่ะ

1.โรคสมาธิสั้นจะไม่เหมือนโรคอื่นๆที่คนสามารถสังเกตได้จากภายนอก คนชอบคิดว่าเราไม่ใช่ผู้ปกครองที่ดีและมองว่าลูกเราเป็นเด็กที่ทำตัวร้ายกาจ ซึ่งเขาไม่ได้ทราบเลยว่าความจริงแล้วเราเหนื่อยมากแค่ไหน” - Sara C.

2.เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเรียนให้ได้เกรดที่คนอื่นมองว่าอยู่ในระดับปานกลาง ฉันจึงแสดงความยินดีกับลูกที่ทำข้อสอบได้ 75 คะแนน เพราะฉันเข้าใจว่าเขาต้องพยายามอย่างหนักมากทีเดียว” – Michele A.

3.เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นมักมีพรสวรรค์ ไม่ว่าจะมีความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ความกระตือรือร้น และมีแพชชั่นเกี่ยวกับสิ่งที่เขาสนใจ” –Carmen J.

4.เมื่อมีคนรู้ว่าลูกที่มีอายุ 8 ขวบของฉันต้องรักษาโรคนี้ด้วยยา คุณจะเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยการตัดสิน มันไม่ใช่ทางเลือกที่ง่ายเลย ฉันต้องใช้เวลาหลายเดือนในการตัดสินใจแบบนี้ ” – Loriel S.

5.เราไม่สามารถปล่อยให้เขานอนดึกได้ เพราะการนอนถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเขา ฉันอาจต้องใช้เวลาสักหน่อยในการทำให้เขานอนได้และจะรู้สึกดีเมื่อเห็นเขานอนหลับ ” –Jessica F.

6.แม้ว่าลูกชายของฉันจะทำคะแนนในส่วนข้อสอบกากบาทได้ดีและพูดทวนสิ่งที่จำได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เขากลับมีปัญหาเกี่ยวกับการทำสิ่งที่มันง่ายๆอย่างการเตรียมข้าวกล่องหรือนำการบ้านใส่กระเป๋าเพื่อไปส่งครู” - Dana B.

7.มันเป็นอะไรที่เหนื่อยมาก แม้ว่าลูกชายของฉันชั้นเจ๋งสุดๆ แต่แค่คิดว่าหากต้องเลี้ยงอีกสอง สาม หรือสี่คน ก็ทำให้ชั้นรู้สึกเหนื่อยมากแล้ว ” Rita C.

8.วิธีที่ฉันใช้รับมือกับพฤติกรรมของลูกอาจดูไม่เข้มงวดสำหรับคุณ แต่การดุด่านั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้แต่จะยิ่งทำให้การนับถือตัวเองต่ำลง ฉันรู้ว่ากำลังทำอะไรและฉันไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากคนอื่น ” – Bridget P.

9.แม้แต่สมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวก็ไม่เข้าใจ พวกเขาคิดว่าฉันสปอยล์ลูกและไม่เคยลองอ่านหรือค้นคว้าวิธีที่จะช่วยให้อะไรๆดีขึ้น ” – Crystal A.

10.นอกเสียจากว่าคุณจะเป็นแพทย์หรือนักบำบัดที่มีใบอนุญาต ฉันไม่สนใจหรอก ว่าสิ่งที่คุณคิดมันผิดหรือจะแก้ไขอย่างไร หากคุณกำลังคิดจะพูดบางอย่างที่ไปได้ยินมา ช่วยบอกให้ฉันรู้ด้วยว่าคุณได้ข้อมูลมาจากที่ไหน อย่างน้อยต้องบอกได้ว่าสิ่งที่ได้ยินมานั้นออกมาจากปากของหมอหรือนักบำบัดคนไหน ” – Meghan M.

          จากหัวข้อทั้ง 10 ที่เรานำฝากกัน คุณจะเห็นว่าการเลี้ยงเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นนั้นไม่ง่ายเลย  เราจึงอยากให้คุณรู้และพยายามทำความเข้าใจธรรมชาติของเด็กที่เป็นโรคนี้และอย่าเพิ่งไปตั้งแง่รังเกียจหรือต่อว่าพ่อแม่เด็กว่าไม่ดูแลเอาใจใส่ลูกค่ะ

ที่มา: huffingtonpost

เรียบเรียงจากHonestDocsยาค้นหาโรคค้นหาโรงพยาบาลถามหมอสัตว์เลี้ยงรวมข้อมูลเพื่อการดูแลสุขภาพ รักษาโรคร้ายเพศศึกษา

 

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram