Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ท้องอืด!! เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ท้องอืด!! เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

            อาการท้องอืดหรือท้องเฟ้อคงทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายท้องใช่มั้ยล่ะคะ ซึ่งนอกจากการทานยาหรือพบแพทย์แล้ว เรายังมีอีกหลากวิธีที่จะช่วยบรรเทาและป้องกันอาการเหล่านั้นได้ในเบื้องต้นค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว มาดูกันเลยค่ะ

1.สังเกตกระเพาะของตัวเอง

มีอาหารหลายชนิดที่ทำให้คุณเกิดอาการท้องอืดหรือท้องเฟ้อได้ค่ะ โดยเฉพาะเครื่องดื่มยอดฮิตอย่าง “นม” เพราะบางคนอาจแพ้น้ำตาลแล็คโตสที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกแน่นท้องหรือท้องอืด ให้คุณลองสังเกตตัวเองดูว่าคุณได้ดื่มนมเข้าไปหรือไม่ หากใช่ คุณก็ควรหลีกเลี่ยงการดื่มนม โยเกิร์ต ชีส เป็นระยะเวลา 7-14 วันเพื่อเฝ้าดูอาการ หากคุณยังไม่หายดีก็ให้ลดการทานอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตแบบสายสั้น (Short-chain carbohydrates) ซึ่งจะย่อยค่อนข้างยาก โดยมักพบได้ในข้าวสาลี หัวหอม ถั่วเมล็ดแห้ง แอปเปิ้ล ลูกแพร ฯลฯ ทั้งนี้หากอาการยังไม่ดีขึ้น ก็ให้คุณรีบไปพบแพทย์ค่ะ

2.หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ท้องอืด

นอกจากนี้คุณทราบหรือไม่ว่า การเคี้ยวหมากฝรั่ง การดื่มน้ำอัดลม การดูดน้ำผ่านหลอด การทานเวย์โปรตีนหรือบรรดาน้ำตาลแอลกอฮอล์อย่าง ซอร์บิทอล ไซลิทอล แมนนิทอล ล้วนแต่เป็นชนวนเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกแน่นท้องได้ ดังนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงปัจจัยดังกล่าวค่ะ

3.ทำจิตใจให้สงบ

การทำใจให้สงบสามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังหรือโรคลำไส้แปรปรวนซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกปวดท้อง นอกจากนี้ความเครียดก็ยังเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้อาการปวดท้องของคุณแย่ลง ดังนั้นคุณควรหาเวลานั่งสมาธิให้ได้วันละ 10  นาที ก็อาจช่วยบรรเทาอาการได้ค่ะ

4.เลือกทานอาหาร

หากใครที่เจอกับปัญหาท้องอืดอยู่บ่อยครั้ง เรามีเมนูอาหารสำหรับ 3 วัน มาแนะนำค่ะ โดยมันอาจช่วยให้อาการของคุณดีขึ้นได้ค่ะ

วันที่ 1

อาหารเช้า

  • กรีกโยเกิร์ตสูตรไขมัน 0% โรยหน้าด้วยบลูเบอร์รี ½ ถ้วย และวอลนัทสับหรืออัลมอนด์ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ชาสาระแหน่และน้ำเปล่า

อาหารกลางวัน

  • อกไก่งวง 3 ออนซ์ กับขนมปังโฮลเกรนที่ใส่มะเขือเทศและผักกาดหอม 2 แผ่น
  • กล้วย 1 ผล
  • น้ำเปล่า

อาหารเย็น

  • เต้าหู้และผัดผัก
  • ข้าวกล้อง ½ ถ้วย
  • น้ำเปล่า

อาหารว่าง

  • ดาร์กช็อกโกแลต 1 ออนซ์
  • แอปเปิ้ลซอสแบบไม่หวาน ½ ถ้วย

วันที่ 2

อาหารเช้า

  • ไข่ออมเลตแบบใช้เพียงแค่ไข่ขาว 4 ฟอง ราดด้วยซอสมะเขือเทศหรือเห็ด
  • ขนมปังโฮลเกรน 1 แผ่น
  • สตรอว์เบอร์รี 1 ถ้วย
  • ชาขิงและน้ำเปล่า

อาหารกลางวัน

  • คอนเทจชีสแบบโซเดียมต่ำ ¾ ถ้วยกับสลัดผลไม้
  • ชาสะระแหน่และน้ำเปล่า

อาหารเย็น

  • แซลมอนย่าง 4 ออนซ์
  • ผักโขมนึ่ง ½ ถ้วย
  • มันหวานขนาดกลางอบ 1 ลูก
  • น้ำเปล่า

อาหารว่าง

  • กรีกโยเกิร์ตไขมัน 0%
  • ถั่ววอลนัท 1 ถ้วย

วันที่ 3

อาหารเช้า

  • แซนด์วิชไข่
  • ชาขิง ชาสาระแหน่ หรือชาเฟนเนลและน้ำเปล่า

อาหารกลางวัน

  • ขนมปังพิต้าขนาดเล็ก 1 แผ่นหรือไรซ์เค้ก 2 ชิ้น
  • ดาร์กช็อกโกแลตขนาดเล็ก 1-2 ชิ้น
  • ชาสาระแหน่และน้ำเปล่า

อาหารเย็น

  • อกไก่ย่าง 5 ออนซ์
  • ถั่วสีเขียว 1 ถ้วย
  • ข้าวป่า ½ ถ้วย

อาหารว่าง

  • โยเกิร์ตสูตรไขมันต่ำผสมกับบลูเบอร์รี ½ ถ้วย
  • คุกกี้อัลมอนด์ 3 ชิ้น

ทั้งนี้หากคุณลองทำตามที่เราแนะนำข้างต้นแล้ว แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น คุณก็ควรรีบไปพบแพทย์ค่ะ เพราะอาการท้องอืดโดยปรกติแล้วจะเป็นไม่นาน หากเป็นเกิน 3 วันคงต้องมีอสิ่งผิดปรกติอย่าแน่นอน ดังนั้นอย่ามองข้ามความปลอภัยในอาการที่คุณคิดว่าไม่น่าอันตรายนะคะ

ที่มา: womansday

เรียบเรียงจาก: HonestDocs, ยา, ค้นหาโรค, ค้นหาโรงพยาบาล, ถามหมอ, สัตว์เลี้ยง, รวมข้อมูลเพื่อการดูแลสุขภาพ รักษาโรคร้าย, เพศศึกษา, บริการจัดส่งยา, แพคเกจทันตกรรม, แพ็คเกจตรวจสุขภาพ, ประกันสุขภาพและประกันชีวิต

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram