Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

กรดไหลย้อน โรคฮิตของคนเมืองยุคใหม่ที่ไม่ควรมองข้าม

กรดไหลย้อน โรคฮิตของคนเมืองยุคใหม่ที่ไม่ควรมองข้าม

ปัจจุบันโรคกรดไหลย้อนพบกันบ่อยขึ้นโดยเฉพาะกับหนุ่มสาวออฟฟิศรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์การทำงานหนักและกินอาหารไม่เป็นเวลา รวมไปถึงพฤติกรรมการรับประมานอาหารฟาสฟู้ด รสจัด รวมไปถึงดื่มแอลกอฮอล์  เคยไหม? บางครั้งเวลากินอาหารเผ็ดแล้วรู้สึกแสบๆ ร้อนกลางหน้าอก คุณไม่ต้องกังวลไปเพราะว่านั่นเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคุณทานอาหารที่ไม่ได้มีรสจัดแล้วยังรู้สึกแสบร้อนกลางหน้าอกแล้วล่ะก็ คุณอาจเป็นเป็นโรคกรดไหลย้อนเข้าให้แล้วล่ะ

โรคกรดไหลย้อนคืออะไรกันแน่?

อาการกรดไหลย้อน เป็นสภาวะที่กรดในกระเพาะอาหารเกินการไหลย้อนขึ้นมาที่ลำคอทำให้เกิดอาการแสบร้อนภายในหลอดอาหาร ได้   โดยอาการของคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนนั้นประกอบไปด้วย


1.จุกเสียดบริเวณหน้าอก  ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนจะมีอาการจุกเสียดบริเวณหน้าอกหรือลิ้นปี่ จึงทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าตนเองนั้นป่วยเป็นโรคหัวใจ  แม้โรคกรดไหลย้อนจะไม่ใช่โรคที่อันตรายมากนักแต่อาการปวดบริเวณหน้าอกนั้นเป็นสัญญานของหลายๆ โรค ผู้ป่วยจึงควรรีบไปพบแพทย์ทันที

2.อาการจุกเสียดจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อผู้ป่วยนอนราบกับพื้น  ในขณะที่ยืนขึ้นแรงโน้มถ่วงจะช่วยทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลกลับมาที่เดิม ต่างกับเวลาที่นอนราบกับพื้นจะไม่มีแรงโน้มถ่วงมาต้านไม่ให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปที่ลำคอ ทำให้อาการจะแสดงออกมากขึ้นเมื่อนอนราบนั่นเอง

3.รู้สึกคลื่นไส้หรือจุกเสียดหลังรับประทานอาหาร ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนจะมีอาการคลื่นไส้จุกเสียดหลังรับประทานอาหารอันเนื่องมาจากอาหารไม่ย่อย ทำให้เกิดอาหารปวดหรือจุกเสียดที่กระเพาะอาหาร

4.เสียงแหบ การที่มีอาการกรดไหลย้อนขึ้นมาที่บริเวณกล่องเสียงทำให้เส้นเสียงอักเสบ หรืออาจฉีกขาดได้ ส่งผลทำให้ผู้ป่วยเสียงแหบ และถ้าลองสังเกตดีๆ จะมีอาการอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะอาการจุกเสียดต่างๆ ดังกล่าวไปแล้วข้างต้น

5.ไอแห้ง เจ็บคอ หืดหอบ อาการไอและเจ็บคอเกิดจากการที่กรดในกระเพาะอาหารซึมผ่านลำคอและปอด ถ้าผู้ป่วยมีโรคหอบหืดอยู่แล้วการไออย่างไม่หยุดหรืออถี่ จะส่งผลทำให้อาการหอบหืดนั้นแย่ลงไปด้วย

มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่จะทำให้เป็นโรคกรดไหลย้อน  สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าคนอื่นๆนั้นประกอบไปด้วย  

-ผู้ที่มีปัญหาโรคอ้วน
-หญิงที่ตั้งครรภ์
-ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
-การรับประทานอาหารที่มีไขมันหรือกรดสูง รวมทั้งอาหารรสจัด
-การดื่มชา กาแฟ โซดา และ แอลกอฮอล์
-การล้มตัวลงนอนหลังจากรับประทานอาหารเสร็จทันที

แนวทางการรักษาโรคกรดไหลย้อน สำหรับผู้ที่มีอาการของโรคนั้นสามารถลดปัญหาอาการเกิดอาการรุนแรงมากขึ้นด้วยวิธีการดังต่อไปนี้คือ

1.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร  ลดอาหารที่มีไขมันหรือกรดสูง เช่น นม ของทอด ช็อกโกแล็ต และอาหารขยะ, เคี้ยวให้ช้าลงและนานขึ้น, ทานอาหารให้คำเล็กลง   

2.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน ด้วยการไม่นอนหลังจากรับประทานอาหารเสร็จทันที หนุนหัวให้สูงขึ้นเวลานอนประมาณ 6 นิ้ว จะช่วยลดอาการของโรคได้

3.ลดน้ำหนัก ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนักเพราะว่าไขมันที่ติดอยู่บริเวณกระเพาะอาหารจะเป็นตัวดันทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมานั่นเอง

4.เลิกบุหรี่ การสูบบุหรี่ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะอาหารอ่อนแอลงเป็นผลทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมา และแน่นอนมันส่งผลต่อโรคร้ายอื่นๆด้วย เลิกสูบไปเลยจะเป็นการดีที่สุด

                ทั้งนี้แม้ว่าโรคกรดไหลย้อนอาจจะดูเหมือนว่าไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่หากปล่อยไว้อาจส่งผลถึงการใช้ชีวิตในระยะยาว และมีส่วนก่อให้เกิดโรคอื่นๆตามมาได้ด้วย หันมาดูแลตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่โรคเล็กๆจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ และส่งผลเสียอย่างที่คุณคาดไม่ถึง!!

ที่มา: dietingwell

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram