Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ความร้ายแรงของประจำเดือน ที่หลายคนคาดไม่ถึง!!!

ความร้ายแรงของประจำเดือน ที่หลายคนคาดไม่ถึง!!!

เมื่อวันนั้นของเดือนมาถึงผู้หญิงทุกคนคงเข้าใจกันดีว่ามันเซ็งขนาดไหน บางคนอาจจะแค่หงุดหงิด ไม่สบายตัว อยากกลับบ้านไปนอนพัก แต่สำหรับบางคนอาจจะอาการหนักกว่านั้น เช่น มีการปวดประจำเดือน เป็นตะคริว ท้องอืด และอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง 

Amanda LaFleur ให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร Huffington ว่า ตอนนี้เธออายุ 37 และเป็นคุณแม่ลูกสอง เธอเคยได้รับความทุกข์ทรมานจากอาการ PMS (อาการก่อนมีประจำเดือน) ขั้นรุนแรงตั้งแต่อายุ 13 เธอมีอาการซึมเศร้า กังวล และเคยมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย เธอจำได้ว่าในช่วงอายุ 20 เธออาการแย่ลงอีก ทั้งความปวดและอาการท้องอืดที่ตามรังควานเธอยังเทียบไม่ได้กับผลกระทบต่อจิตใจ

LaFleur บอกว่า ภาวะซึมเศร้าของเธอค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ เธอสิ้นหวังและวิตกกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ หมอของเธอวินิจฉัยว่าเธอมีความผิดปกติที่เรียกว่า premenstrual dysphoric disorder หรือ PMDD ซึ่งมันเป็นรูปแบบที่รุนแรงที่สุดของ PMS เป็นอาการที่รุนแรงพอที่จะทำให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนึงใช้ชีวิตประจำวันตามปกติไม่ได้เลยแหละ ซึ่งจะมีแค่ประมาณ 2-5 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่มีประจำเดือนเท่านั้นที่จะต้องทรมานจาก PMDD เรียกได้ว่าเป็นโชคร้ายของเธอจริง ๆ เลย  

LaFleur เล่าว่าช่วงแรกเธอต้องกินยาคุมเพื่อช่วงบรรเทาความปวด แต่เธอก็เริ่มหยุดกินยา เมื่อตอนอายุ 30 เพราะเธอเริ่มได้รับผลข้างเคียงจากยาพวกนั้น และเธอก็กำลังวางแผนที่จะเริ่มต้นชีวิตครอบครัว เมื่อเธอตั้งท้องอาการ PMDD ของเธอก็หายไป แต่ไม่กี่เดือนหลังจากคลอดอาการ PMDD ของเธอก็กลับมาพร้อมกับการแก้แค้น จนเธอมีปัญหาภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูก หมอประจำตัวหลาย ๆ คนของ LaFleur พยายามรักษาเธอทุกทาง จนพวกเค้าเจองานวิจัยที่ระบุความผิดปกติในยีนของผู้หญิง ความแตกต่างในระดับโมเลกุลนี่แหละที่อธิบายว่าทำไมอาการของเธอจึงรุนแรงขนาดนี้ เพราะผู้หญิงที่มีอาการ PMDD จะมีความไวต่อฮอร์โมนเพศที่พวกเค้าปล่อยออกมาเมื่อพวกเค้ากำลังมีประจำเดือน และผู้เชี่ยวชาญสงสัยว่านี่แหละเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการที่รุนแรงมากขึ้น  

Peter Schmidt ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อของสถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติ และเพื่อนร่วมงานของเค้าได้ทำการศึกษาผู้หญิง 10 คนที่มีอาการ PMDD กับผู้หญิง 9 คนที่ประจำเดือนปกติและไม่มี PMDD ในตอนแรกพวกเค้าได้ให้ยาป้องกันการหลั่งฮอร์โมนเพศกับผู้หญิงกลุ่มที่มีอาการ PMDD ซึ่งผลที่ได้คือพวกเค้าไม่เจออาการของ PMDD ในกลุ่มที่ควรจะเป็นเลย ซึ่งทำให้ยืนยันได้ว่าฮอร์โมนเพศมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการ PMDD

สำหรับ LaFleur ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจที่จะผ่าตัดเพื่อให้หมดประจำเดือน ในปี 2015 มันทำให้เธอไม่ต้องทรมานกับอาการ PMDD อีกต่อไป เธอหวังว่าเรื่องของเธอจะนำไปสู่การค้นคว้าเพื่อหาวิธีการรักษาใหม่ที่ดีกว่าเพื่อที่ว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ จะได้ไม่ต้องมาทนทรมานกับ PMDD เหมือนอย่างเธอนั่นเอง

ที่มา: huffingtonpost

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram