Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

5 สิ่งที่บ่งบอกว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

5 สิ่งที่บ่งบอกว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

      เมื่อพูดถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ คุณอาจคิดย้อนกลับไปเมื่อหลายพันปีก่อน แต่คุณทราบหรือไม่ว่าความจริงแล้วมนุษย์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรที่บ่งบอกได้ว่าวิวัฒนาการของมนุษย์จะไม่หยุดนิ่งเพียงเท่านี้

1.การดื่มนม

      แต่เดิมนั้นร่างกายของมนุษย์จะหยุดย่อยสลายแลคโตส (สารอาหารที่พบได้ในน้ำนม) เมื่อทารกเลิกดื่มนมจากอกแม่ แต่เมื่อมนุษย์เริ่มมีการเลี้ยงสัตว์ที่ให้น้ำนม อย่างวัว แกะ หรือแพะแล้วดื่มนมของสัตว์เหล่านั้นเพิ่มเติมจากนมแม่ ก็จะมีคนบางกลุ่มที่ร่างกายสามารถย่อยแลคโตสได้เพราะว่ามีการกลายพันธุ์ของยีนในร่างกายนั่นเองค่ะ

      นอกจากนี้ยังมีการศึกษาหนึ่งในปี 2016 พบว่าการแพ้แลคโตสได้เกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อ 3,000 ปีที่แล้วในแถบแอฟริกาตะวันออกและยีนที่กลายพันธุ์จนสามารถย่อยแลคโตสได้นั้น มากกว่า 95% พบได้ในแถบยุโรปตอนเหนือ

2.มีฟันคุด

      บรรพบุรุษของเรามีกรามที่ใหญ่กว่าคนในโลกปัจจุบันซึ่งนั่นทำให้เขาสามารถเคี้ยวอาหารแข็งๆ ประเภทถั่วหรือใบไม้ได้ รวมถึงสามารถใช้ฟันในการฉีกเนื้อสัตว์ขณะทานอาหาร ซึ่งนั่นจะทำให้ฟันสึกกร่อนหรือหลุดได้ง่ายค่ะ ทำให้มีฟันคุดเกิดขึ้นเพื่อมาทดแทนฟันที่เสียไป โดยเชื่อกันว่าฟันคุดถือเป็นอีกวิวัฒนาการหนึ่งที่จะช่วยให้คนในยุคโบราณสามารถทานอาหารได้อย่างราบรื่น

      ในขณะที่ยุคปัจจุบัน มนุษย์ได้มีการคิดค้นอุปกรณ์หรือนวัตกรรมที่ช่วยให้ทานอาหารได้ง่ายและสะดวกขึ้น รวมถึงเรายังได้ทานเนื้อที่นุ่มและไม่เคี้ยวยากเพราะได้ผ่านหลากกรรมวิธีการประกอบอาหารที่มีความซับซ้อนกว่าสมัยโบราณ ประกอบกับมนุษย์มีกรามที่เล็กลง จึงอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อมีฟันคุดงอกขึ้นมา

3.ร่างกายสามารถต่อต้านโรค

      ในปี 2007 นักวิจัยได้ทำการค้นหาร่องรอยของการเกิดวิวัฒนาการแล้วพบว่า มียีนกว่า 1,800 ยีนที่พบได้ในมนุษย์เมื่อ 40,000 ปีก่อน ซึ่งยีนส่วนมากสามารถต่อต้านมาลาเรียซึ่งเป็นโรคร้ายที่พบได้มากในแถบทวีปแอฟริกา นอกจากนี้ยังมีการศึกษาชิ้นอื่นๆพบด้วยว่า การอาศัยอยู่ในเมืองจะทำให้เกิดยีนที่หลากหลายที่ช่วยต่อต้านโรควัณโรคและโรคเรื้อน ซึ่งนั่นทำให้ Dr.Lan Barnes ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพจากมหาวิทยาลัยรอแยล ฮอลโลเวย์ ลงความเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเกิดวิวัฒนาการ

4.สมองของเราเล็กลง

       เราอาจคิดว่าสมองของมนุษย์มีขนาดใหญ่และมีความเฉลียวฉลาดมากกว่าสัตว์ทุกชนิด แต่ความจริงแล้วสมองของเรามีขนาดเล็กลงมาตลอดในช่วง 30,000 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปริมาตรสมองของมนุษย์ลดลงโดยเฉลี่ยจาก 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตรเป็น 1,350 ลูกบาศก์เซนติเมตร ทั้งนี้ปริมาตรที่ลดลงเทียบเท่าได้กับลูกเทนนิสหนึ่งลูกเลยค่ะ

       อย่างไรก็ตาม มีหลายข้อสรุปสำหรับสิ่งที่ค้นพบดังกล่าวซึ่งนักวิจัยบางกลุ่มเชื่อว่าสมองของเรามีขนาดเล็กลงเพราะเรามีความฉลาดน้อยลง ในยุคโบราณสมองของมนุษย์จะมีขนาดที่เล็กลงตามสังคมที่ใหญ่และซับซ้อนขึ้น เพราะคนไม่ต้องใช้สมองเพื่อคิดเอาตัวรอด ในขณะที่บางทฤษฎีบอกว่า การที่สมองของเราเล็กลงนั้นไม่ได้เป็นเพราะเราโง่ แต่สมองที่เล็กลงจะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าโดยมันจะทำงานได้รวดเร็วขึ้น

5.มีดวงตาสีฟ้า

       ในยุคสมัยแรกๆ มนุษย์ทุกคนจะมีดวงตาเป็นสีน้ำตาล แต่เมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว คนบางกลุ่มที่อาศัยอยู่ใกล้ทะเลดำ (แถบยุโรป เอเชียไมเนอร์ ดินแดนคอเคซัส) ได้มีการเปลี่ยนแปลงในยีนที่ทำให้ตาสีน้ำตาลกลายเป็นตาสีฟ้า แม้เรายังไม่รู้สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างแน่ชัด แต่ก็มีบางคนสันนิษฐานว่ามันเป็นวิวัฒนาการที่เกิดจากแรงกดดันที่ผู้ชายกลัวว่าลูกของตัวเองอาจเกิดจากผู้ชายคนอื่น เพราะหากพ่อและแม่ตาสีฟ้า ลูกก็ต้องมีตาสีฟ้า นั่นก็จะทำให้มั่นใจได้ว่าเด็กเป็นลูกที่แท้จริง

      การวิวัฒนาการของมนุษย์เป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก และสามารถปรับตัวและมีวิวัฒนาการตามสิ่งรอบตัวที่เปลี่ยนไป ดังนั้นไม่ว่าโลกเราจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนมนุษย์ก็สามารถดำรงอยู่ได้เพราะมีการปรับตัวนั่นเองค่ะ 

ที่มา: mentalfloss

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram