Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

7 เรื่องที่คุณต้องรู้หากไม่อยากโดนเพื่อนเท

7 เรื่องที่คุณต้องรู้หากไม่อยากโดนเพื่อนเท
        “บทจะดีก็ดีใจหาย บทจะร้ายก็ไม่อยากเห็นแม้เงา”  ความสัมพันธ์ของมนุษย์เรานั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน บางคนคบกันอยู่ดีๆกลับตาลปัตรกลายเป็นเหม็นขี้หน้ากันไปซะอย่างนั้น  แต่เบื้องลึกเบื้องหลังมักจะมีเหตุผลบางอย่างซ่อนอยู่เสมอ ว่าแต่มีพฤติกรรมแบบไหนบ้างนะที่ทำให้เราอาจกลายเป็นคนที่โดนแบนจากกลุ่มเพื่อนหรือคนรู้จักได้ ทั้งแบบออนไลน์และในชีวิตปกติทั่วไป มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
1.โพสต์ Facebook ถี่เกินไป
         มีผลการวิจัยที่ทำขึ้นในปี 2013 ระบุว่าการที่เราโพสต์รูปในสื่อสังคมออนไลน์ยอดฮิตอย่าง Facebook บ่อยเกินไปอาจทำให้คนรอบข้างเกิดอาการเอือมระอาเอาได้ นั่นเพราะว่าเพื่อนใน Facebook ของคุณที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทหรือญาติๆไม่ได้รู้สึกว่าพวกเขาอยากจะมารับรู้เรื่องราวชีวิตคุณขนาดนั้น  ลองคิดถึงความรู้สึกของคุณดูว่าถ้าจะเพื่อนแบบนี้คุณอยากจะ Unfriend หรือไม่ ความรู้สึกเดียวกันเป๊ะเลยล่ะ
2.มีเพื่อนใน Facebook มากเกินไป 
         สงสัยใช่ไหมว่ามันเกี่ยวกันตรงไหน เรื่องนี้มีที่มาที่ไปกล่าวคือ ในปี 2008 มีการวิจัยหนึ่ง ซึ่งใช้วิธีให้นักศึกษามหาลัยเลือกว่าเขาชอบโปรไฟล์ Facebook แบบไหนมากที่สุด ผลปรากฏว่านักศึกษาส่วนใหญ่จะชอบ Facebook ที่มีจำนวนเพื่อนประมาน 300 คน ส่วนที่มีมากกว่า 300 มีคนเลือกค่อนข้างน้อย  เพราะผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าคนที่มีเพื่อนใน Facebook เยอะๆเป็นคนที่เข้าถึงง่ายเกินไป  หรือพูดง่ายๆคือไม่น่าค้นหานั่นเอง  
3.เปิดเผยความลับให้คนอื่นรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ    
          โดยทั่วไปแล้วการที่คนเราจะสนิทกันได้นั้นต้องมีเปิดอกคุยหรือเล่าเรื่องส่วนตัวให้กันฟังได้ในระดับหนึ่ง แต่นักจิตวิทยาออกมาเผยว่าการเผยเรื่องที่เป็นส่วนตัวเกินไปจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจและอาจจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ชอบได้ เช่นการบอกเรื่องส่วนตัวในครอบครัวหรือการบอกความลับของเพื่อนคนอื่นให้ฟัง รู้แบบนี้แล้วคงต้องระมัดระวังมากขึ้นเวลาจะเล่าอะไรให้ใครฟัง แต่ก็อย่าถึงกับ หวาดระแวงจนวิตกจริตมากเกินไป
4.เป็น”เจ้าหนูจำไม” ชอบถามเรื่องคนอื่นแต่ไม่ยอมพูดเรื่องของตัวเองบ้าง
          ตรงกันข้ามกับข้อที่ผ่านมา เรื่องนี้คือการปิดบังตัวเองจนเกินไป  ทั้งนี้มีการทดลองโดยให้ผู้เข้าร่วมการทดลองที่ไม่รู้จักกันมาก่อนจับคู่และแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกให้แต่ละคู่ผลัดกันถามคำถาม โดยให้คนหนึ่งถามตลอดจน 12 นาที แล้วค่อยเปลี่ยนคนถาม ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งให้แต่ละคู่ผลัดกันถามผลัดกันตอบไปเรื่อยๆ ผลออกมาว่ากลุ่มที่ 2 มีความสนิทสนมกันมากว่ากลุ่มแรก แบบนี้คงต้องบอกว่าเดินทางสายกลางน่าจะดีที่สุด ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป 
 
5.ชอบเก็บความรู้สึก
          ตามธรรมชาติของคนเรานั้นมักจะไม่ชอบความสัมพันธ์แบบเป็นผู้ให้อย่างเดียว หมายความว่า เวลาที่เราให้อะไรกับอีกฝ่ายไป เราก็อยากจะได้รับการตอบสนองกลับคืนมาบ้าง ดังนั้นเราจึงไม่ชอบคนที่ไม่แสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา หรือเก็บกดความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ เพราะมันทำให้เกิดอาการอึดอัดระหว่างความสัมพันธ์ หรือวางตัวไม่ถูกนั่นเอง
6.ชอบพูดจาโอ้อวด           
          เพื่อเป็นการยืนยันเรื่องนี้ มีงานวิจัยหนึ่งซึ่งให้นักศึกษามหาวิทยาลัยเขียนใบสมัครงาน และให้พวกเขาเขียนจุดด้อยของตัวเองลงไป  มีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยเขียนจุดด้อยของพวกเขาว่า “เป็นพวกบ้างาน หรือ ติดความสมบูรณ์แบบจนเกินไป เมื่อคนตรวจได้อ่านใบสมัครงานเหล่านี้ก็ได้ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า คนพวกนี้ไม่น่ารับเข้ามาทำงานเสียเลย  จริงอยู่ที่การแสดงจุดเด่นของตัวเองเป็นสิ่งที่ต้องนำเสนอในบางโอกาส แต่ถ้ามากเกินไปมันอาจส่งผลในด้านลบก็ได้
7.ไม่ยิ้มแย้ม ทำหน้าบึ้งตลอดเวลา
          เรื่องนี้ขอชี้ชัดๆไปที่รอยยิ้มแบบสยามของเราก็แล้วกัน ที่เราอาจจะเห็นกันทั่วไปจนมีความเคยชิน แต่เชื่อหรือไม่ว่า ชาวต่างชาตินั้นต่างยกย่องว่าคนไทยเรายิ้มแย้มแจ่มใส มีอัธยาศัยดี ดูแล้วเป็นมิตรมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ใครที่เป็นเสือยิ้มยากลองฝึกยิ้มบ่อยๆคุณอาจจะได้รับมิตรภาพดีๆตอบกลับมามากขึ้นก็ได้  ทั้งนี้ลองมองคนสองคนที่เราเห็นระหว่างคนที่มีรอยยิ้มกับคนที่ทำหน้ายักษ์ตลอดเวลา คนไหนที่เรามองแล้วสบายใจมากกว่ากัน
 
          ความสัมพันธ์ของคนเราเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หลายเรื่องที่กล่าวมาอาจจะขัดกับความเป็นตัวเองของใครหลายๆคน แต่เชื่อว่าหากเราปรับตัวอีกนิด  การอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคมให้ง่ายขึ้น แถมยังเป็นที่ชื่นชอบของคนรอบข้างก็ไม่น่าจะยากจนเกินไป  เริ่มต้นจากการยิ้มเป็นอันดับแรกเลยก็แล้วกัน
ที่มา: independent

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram