Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

อย่างนี้นี่เอง! สาเหตุที่ทำให้คนแถสีข้างถลอก และไม่ยอมรับว่าตนเองผิด

อย่างนี้นี่เอง! สาเหตุที่ทำให้คนแถสีข้างถลอก และไม่ยอมรับว่าตนเองผิด

ถึงแม้ว่าคุณจะเก่งขนาดไหนก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่ามันต้องมีสักวันที่คุณทำเรื่องผิดพลาดในชีวิต ดังสุภาษิตที่ว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้งและถึงแม้ความผิดพลาดจะเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ยอมรับผิด บางคนก็แถชนิดสีข้างถลอกหรือไม่ก็หาเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ มายืนยันว่าสิ่งที่พวกเขาเชื่อนั้นเป็นเรื่องที่ถูก แล้วทำไมพวกเขาถึงทำอย่างนั้นกันล่ะ วันนี้ทางเราจะพาไปหาคำตอบกัน

นักจิตวิทยาได้เรียกอาการนี้ว่า ความไม่สอดคล้องกันทางองค์ความรู้(Cognitive Dissonance) หรือความเครียดที่เกิดขึ้นเมื่อความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ สองอย่างหรือมากกว่านั้นขัดแย้งกันในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเมื่อคุณคิดว่าตัวเองนั้นเก่ง แต่ใครสักคนกลับมาบอกว่าจริง ๆ แล้วคุณไม่ได้เก่งอะไรเลย คุณก็จะเกิดความไม่สอดคล้องกันทางองค์ความรู้ขึ้น เพราะสิ่งที่คุณคิดกับสิ่งที่คนอื่นบอกสวนทางกัน และนั่นจะส่งผลให้คุณปฏิเสธความจริงที่คนอื่นเสนอมาโดยหาข้ออ้างว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่คุณคิดอยู่นั้นถูกต้อง

อีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการวิจัยเมื่อยุค 1950 ที่สำรวจกลุ่มกลุ่มหนึ่งที่มีความเชื่อว่าจานบินจะมาช่วยคนในกลุ่มเมื่อถึงวันสิ้นโลกที่จะเกิดขึ้นวันที่ 20 ธันวาคม 1954 แต่เมื่อวันนั้นมาถึง โลกก็ไม่ได้แตกและแน่นอนไม่มีจานบินที่ไหนร่อนลงมารับเช่นกัน ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้เกิดความไม่สอดคล้องกันทางองค์ความรู้ และเพื่อปกป้องความเชื่อของตัวเองว่าแท้จริงแล้วพวกเขาไม่ได้คิดผิด คนกลุ่มนี้จึงแถว่าพระเจ้าเกิดเปลี่ยนใจอยากรักษาโลกมนุษย์ไว้

ในทางกลับกันมีบทความหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน  European Journal of Social Psychology ระบุว่าคนที่ทำผิดและไม่ยอมรับผิดหรือขอโทษนั้นจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองและรู้สึกมีพลังในการควบคุมสิ่งต่าง ๆ ได้มากกว่าคนที่ยอมรับผิดและขอโทษ อีกมุมหนึ่งก็คือการขอโทษจะทำให้คนที่ถูกขอโทษรู้สึกมีพลัง” Tyler Okimoto ผู้เขียนบทความดังกล่าวอธิบาย ตัวอย่างเช่น เมื่อผมขอโทษภรรยาและยอมรับว่าสิ่งที่ทำนั้นผิด มันจะทำให้ภรรยาผมรู้สึกมีพลังอำนาจในการเลือกว่าเธอจะให้อภัยผมเพื่อลดความสำนึกผิดของตัวผม หรือจะทำให้ผมรู้สึกสำนึกผิดมากขึ้นไปอีกด้วยการเก็บความขุ่นมัวนั้นไว้

ซึ่งก็เป็นไปตามที่ Tyler Okimoto บอก การขอโทษจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกมีพลังอำนาจเพิ่มขึ้น แต่ก็ในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตามมันกลับส่งผลระยะยาวต่อความสัมพันธ์ในเรื่องของความเชื่อใจ นอกจากนั้นการปฏิเสธความรับผิดชอบ การแถ หรือการไม่ขอโทษนั้น ยังทำให้คนนั้นปิดรับความคิดเห็นจากคนอื่น และนั่นก็จะส่งผลร้ายต่อการพัฒนาทักษะการทำงานเช่นกัน

และหากทุกคนเห็นชัดเจนเป็นเอกฉันท์แล้วว่าคุณทำผิด ก่อนที่ Tyler Okimoto จะพูดผลเสียอีกข้อของการไม่ยอมรับผิดว่า การแถมาก ๆ จะเป็นการโชว์ให้คนอื่นเห็นจุดอ่อนของตัวคุณมากกว่าการเผยจุดแข็ง

ทั้งนี้การยอมรับผิดนั้นง่ายมาก ๆ โดยเริ่มการเปิดรับสิ่งต่าง ๆ และรู้ว่าสถานการณ์ใดคือความไม่สอดคล้องกันทางองค์ความรู้ นอกจากนี้ให้คุณคิดเอาไว้ว่าการยอมรับผิดไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอะไร และคุณยังนำความผิดนี้ไปเป็นเครื่องเตือนใจใช้พัฒนาตนเองในอนาคตได้อีกด้วย

ที่มา: nytimes

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram