Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ลับเฉพาะคนรู้ใจ 5 เรื่องจริงของการสัมผัสที่มากกว่าความรู้สึก

ลับเฉพาะคนรู้ใจ 5 เรื่องจริงของการสัมผัสที่มากกว่าความรู้สึก

เมื่อพูดถึงการสัมผัส สิ่งที่เราเข้าใจกันทั่วไปก็คือการที่ผิวหนัง หรืออวัยวะของเราไปโดนกับใครหรืออะไรสักอย่าง หลายๆคนอาจจะมองว่าการสัมผัสนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรไปมากกว่าการที่ร่างกายของเราโดนกันและสมองเรารับรู้การสัมผัส ไม่ต่างกับที่รับรู้ความร้อน แรงกด หรือแรงสั่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณรู้ไหมว่าการสัมผัสโดนตัวกันมีความหมายมากกว่าที่เราคิด ในบทความนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องความลับ  5 ข้อของการสัมผัสที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน น่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ?

  1. แท้จริงแล้วการสัมผัสมีความหมายมากกว่าที่คุณคิด

มีการทดลองในปี 2012 ที่ทำโดยให้ผู้ทดลองจำนวนหนึ่งถูกสวมกอด โดยพวกเขาจะไม่รู้ว่าผู้ที่เข้ามาสวมกอดตัวเองนั้นเป็นใคร  ในขณะเดียวกันพวกเขาจะได้รับชมวิดีโอแสดงภาพผู้ชายหรือผู้หญิงสวมกอดกัน  แต่จริงๆแล้วผู้กอดจริงๆเป็นผู้หญิง เมื่อมีการนำ FMRI มาดู (ภาพวัดการทำงานของสมอง) ของผู้ทดลองชาย พบว่าศูนย์ควบคุมการรับรู้ความรู้สึกของสมองจะตอบสนองมากเป็นพิเศษ เมื่อเขาคิดว่าผู้มาสวมกอดเป็นผู้หญิง จึงสรุปได้ว่าการสัมผัสไม่เพียงแต่ทำให้เรารู้สึกว่าโดนสัมผัสเท่านั้น แต่สมองยังตีความรู้สึกเหล่านั้นออกมาได้ แถมอาจจะมีจินตนาการบรรเจิดไปถึงไหนต่อไหนอีกด้วยล่ะ

  1. ความรู้สึกสำคัญกว่าการสัมผัส

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อมีผลการวิจัยออกมาจากสถาบัน PNAS ที่ระบุว่าความสนิทสนมเป็นปัจจัยสำคัญที่คนเราจะยอมให้คนอื่นมาสัมผัสตัว ไม่ใช่ว่าเราเจอกันบ่อยแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าเรารู้สึกอย่างไรกับคนๆนั้น บางคนเจอหน้ากันทุกวัน แต่ขอกอดหรือสัมผัสร่างกาย(แสดงความรัก) กับคนที่เคมีตรงกันมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของความรู้สึกเฉพาะบุคคล ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้รู้สึกดีหรือไม่ดีกับคนตรงหน้า

  1. การสัมผัสคือการสื่อสารอย่างหนึ่ง

มีการทดลองให้คนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนคู่หนึ่งยืนหันหน้าเข้าหากันโดยมีม่านสีดำกั้นอยู่ จากนั้นให้ผู้ทดลองคนหนึ่งพยายามบอกความรู้สึกกับผู้ทดลองอีกฝั่งผ่านการสัมผัสแขนหรือมือ ปรากฏว่าผู้ทดลองที่ถูกสัมผัสสามารถรับรู้อารมณ์ของผู้ทดลองอีกฝั่งได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ โกรธ หลงใหล หรือรังเกียจ จึงสรุปได้ว่าการสัมผัสนั้นสามารถสื่อสารอารมณ์ได้ใกล้เคียงกับการแสดงอารมณ์ผ่านใบหน้าหรือน้ำเสียงเลยทีเดียว

  1. ผู้หญิงชอบการสัมผัสกันมากกว่าผู้ชาย

งานวิจัยจาก PNAS ได้ข้อสรุปออกมาว่าผู้หญิงชอบที่จะมีการแตะเนื้อต้องตัวมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่รู้สึกว่าการสัมผัสเป็นการผูกมิตรที่ดีอย่างหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงทุกคนจะชอบถูกสัมผัสนะ ฉะนั้นควรวางตัวให้ดีอย่าไปสัมผัสใครผู้หญิงสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่เตือน

  1. แม้ว่าวัฒนธรรมจะต่างกัน แต่มนุษย์เราก็สามารถสื่อสารกันได้

การสัมผัสตัวกันถือเป็นการทักทายอย่างหนึ่งในประเพณีของหลายๆประเทศ เช่น ประเทศแถบยุโรปจะมีการทักทายแบบจับมือหรือหอมแก้ม  แต่ถึงอย่างนั้นการทักทายเช่นโบกมือหรือยกมือไหว้สวัสดีแทนที่จะแตะเนื้อต้องตัวก็ไม่ได้มีความหมายแตกต่างกันมากเลย เพียงแค่ทำความเข้าใจกันก็สามารถอยู่ร่วมกันและสื่อสารกันได้ไม่ว่าจะชาติไหนภาษาใดก็ตาม

ต้องบอกว่าการสัมผัสถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนลึกซึ้ง แม้ปกติคนเราจะใช้การสัมผัสตัวกันเพื่อแสดงความสนิทสนม แต่ในความเป็นจริงแล้วการสัมผัสใครก็ตามเป็นเรื่องที่เสี่ยงอยู่พอสมควร เพราะว่าเราไม่สามารถอ่านใจใครได้ ดังนั้นก่อนจะไปแตะเนื้อต้องตัวใครเข้าก็เช็คดีๆก่อนว่าเราสนิทกับเขามากพอหรือยัง เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยและเป็นเรื่องเป็นราวในโลกโซเชียลขึ้นมาได้ไม่รู้ตัว!!

ที่มา: mentalfloss

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram