Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

4 เรื่องที่ผู้ปกครองควรระวังหากไม่อยากให้ลูกกลายเป็นเด็กเก็บกด

4 เรื่องที่ผู้ปกครองควรระวังหากไม่อยากให้ลูกกลายเป็นเด็กเก็บกด

            เป็นเรื่องปกติที่พ่อแม่ทุกคนต่างก็คาดหวังให้ลูกเป็นเด็กที่เรียนก่งหรือประสบความสำเร็จในด้านการเรียน แต่การที่คุณโฟกัสไปที่เรื่องเรียนเท่านั้นอาจไม่เป็นผลดีกับเด็กสักเท่าไหร่ค่ะ เพราะอย่าลืมว่าชีวิตยังมีอะไรให้เรียนรู้นอกเหนือจากความรู้แค่ในตำรา วันนี้เราจะพาคุณไปดู 4 เรื่องที่ส่งผลให้เด็กไม่มีความสุขและส่งผลต่อพัฒนาการของพวกเขากันค่ะ

1.ถูกจำกัดการเล่น

                นอกจากเด็กจะเรียนรู้สิ่งต่างๆได้จากในหนังสือหรือจากที่ผู้ปกครองสอนแล้ว เด็กเล็กจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากการเล่นค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเต้น การใช้ตัวต่อสร้างเป็นรูปร่างต่างๆ  ของเล่นสำหรับเด็ก ฯลฯ โดยมันจะช่วยให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์และฝึกการใช้จินตนาการ ซึ่งนั่นสำคัญต่อพัฒนาการสมองของเด็กวัยนี้ค่ะ นอกจากนี้การเล่นยังทำให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่นๆ  ฝึกการแก้ปัญหาร่วมกัน เรียนรู้ที่จะแบ่งปันผู้อื่น และเป็นการปลูกฝังให้เด็กรู้จักความสามัคคีค่ะ ดังนั้นผู้ปกครองควรปล่อยให้เด็กได้เล่นหรือลองเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองบ้างค่ะ

2.ถูกจำกัดกิจกรรมทางกายภาพ

                อย่างที่ผู้ปกครองหลายท่านทราบกันดีว่า เด็กเล็กนั้นมักจะมีพลังล้นเหลือและอยู่ไม่ค่อยนิ่ง แต่คุณทราบหรือไม่ว่า พวกเขาจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นเมื่อได้เคลื่อนไหวร่างกายค่ะ ทั้งนี้มีการศึกษายืนยันว่า เด็กที่มีโอกาสได้วิ่งไปทั่วและชอบเล่นนั้นจะมีทักษะการคิดที่ดีขึ้นและมันยังเป็นการเพิ่มกิจกรรมภายในสมอง (Brain activity) ด้วยค่ะ ดังนั้นคุณควรให้ลูกได้ออกมาวิ่งเล่นนอกบ้านหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวบ้างแต่อาจต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลจากผู้ใหญ่อย่างใกล้ชิด

3.การสอนที่มุ่งเน้นไปที่การท่องจำ

                การเรียนการสอนที่มุ่งเน้นไปที่การท่องจำหรือเพื่อให้เด็กทำข้อสอบได้โดยไม่ได้ให้เด็กรู้จักฝึกคิดหรือวิเคราะห์ด้วยตัวเอง รวมถึงการถูกจำกัดในเรื่องของการซักถามหรือสงสัยนั้นจะทำให้ไม่เกิดกระบวนการเรียนรู้ค่ะ นอกจากนี้การเรียนรู้โดยใช้วิธีการท่องจำเพียงอย่างเดียวโดยที่เด็กไม่ได้เข้าใจในสิ่งนั้นๆ อย่างแท้จริงนั้นจะทำให้เขาลืมสิ่งที่เรียนได้อย่างง่ายดาย

4.การทำให้เด็กรู้สึกท้อแท้หรือล้มเหลว

                จริงอยู่ที่พ่อแม่ทุกคนต่างต้องการให้ลูกประสบความสำเร็จในด้านการเรียน แต่การที่คุณคาดหวังในตัวเด็กไว้สูงเกินไปนั้นมันไม่เพียงแต่ทำให้คุณรู้สึกผิดหวังเมื่อลูกไม่สามารถทำในสิ่งที่คุณคิดไว้ได้เท่านั้น แต่มันยังทำให้เด็กรู้สึกกดดันหรือท้อแท้ รวมถึงรู้สึกไม่ดีกับตัวเองและอาจพาลไม่อยากไปโรงเรียนในท้ายที่สุด ทั้งนี้เด็กทุกคนมีความถนัดในแต่ละด้านต่างกัน คุณควรพยายามเข้าใจลูกและสังเกตว่าเขาถนัดสิ่งใดเป็นพิเศษ จากนั้นคุณก็สนับสนุนให้เขาทำมันอย่างเต็มที่

                แม้ว่าการเรียนหรือความรู้ด้านวิชาการจะเป็นสิ่งสำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่คุณก็อย่าลืมคำนึงถึงสิ่งที่เรากล่าวไปข้างต้นเพราะการที่เด็กจะสามารถพัฒนาความความคิดและสติปัญญาได้นั้นต้องมีการฝึกฝนทักษะด้านต่างๆ ควบคู่กันไป หากคุณจำกัดเขาให้อยู่แต่ในกรอบที่กำหนดไว้ ไม่เพียงแต่สมองของเขาจะไม่ได้พัฒนา แต่ยังทำให้เขาไม่มีความสุขและอาจกลายเป็นเด็กที่มีบุคลิกที่เก็บกดได้ในอนาคต 

ที่มา: huffingtonpost

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram