Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

5 วิธีเปลี่ยนเด็กขี้อายให้มั่นใจในตัวเอง

5 วิธีเปลี่ยนเด็กขี้อายให้มั่นใจในตัวเอง

เวลาที่เรากำลังเห็นลูกหลานของเรา กำลังเล่นสนุกกับเพื่อนๆ หรือกำลังร้องเพลง กระโดดโลดเต้น ต่อหน้าผู้คนมากมายอย่างเป็นธรรมชาติ เชื่อว่าพ่อแม่หลายคน คงแฮปปี้ที่ลูกมีความกล้าแสดงออก และมีความสุขที่เขาสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กับผู้คนหมู่มากได้ดี แต่ถ้าลูกของคุณกลายเป็นเด็กที่มีโลกส่วนตัว ติดคุณแจเวลาเดินไปไหนๆ จะทำอะไรก็ต้องมีคนอยู่ข้างกาย เป็นเด็กที่จัดอยู่ในประเภท “เด็กขี้อาย” คุณพ่อคุณแม่และครอบครัว อาจเป็นกังวล และหาทางจัดการ วันนี้เรามีมุมมองอีกด้านหนึ่งเพื่อให้ผู้ใหญ่ได้เข้าใจเด็กขี้อาย และรู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรกับพวกเขา

1. ไม่ตอกย้ำสิ่งที่ทำให้เด็กขาดความมั่นใจ

          คุณอาจต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไปพบปะเพื่อน การพูดคุยทักทายด้วยความน่าเอ็นดู แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ลูกของคุณไม่ยอมมีปฏิสัมพันธ์ด้วย เอาแต่หลบหลังคุณ เหตุการณ์เช่นนี้จะนำไปสู่ถ้อยคำที่เป็นด้านลบแก่เด็ก หลายคำพูดที่อาจทำให้เด็กรู้สึกว่าเขาแปลกประหลาด และพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่เด็กไม่ควรทำ สิ่งเหล่านี้เป็นการประทับตราเด็ก โดยที่คุณอาจคิดไม่ถึง อาจพัฒนากลายเป็นปมที่ทำให้เด็กรู้สึกว่าเขาไม่น่ารัก ไม่น่าเอ็นดู เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ ควรจัดการรับมือกับคำพูดเหล่านี้ แม้แต่ตัวคุณเองก็ไม่ควรเผลอทำซะเอง

2.เคารพใน “สิทธิ” ของเด็ก

          เด็กก็ไม่ต่างกับผู้ใหญ่ เขาต่างมีบุคลิกภาพเฉพาะตน ผู้ใหญ่สามารถปฏิเสธได้ เลือกที่จะคุยหรือไม่คุย ยิ้มหรือไม่ยิ้ม กับใครๆได้ เด็กเองก็เช่นกัน อย่าไปมองว่าเด็กน้อยต้องยิ้มสดใสร่าเริง และพร้อมที่จะสนองตอบต่อข้อเรียกร้องของผู้ใหญ่ หากลูกของคุณไม่อยากนั่งโซฟาตัวเดียวกับเพื่อนของคุณ ไม่ยอมให้ลุงป้าน้าอากอด ไม่มีคำตอบหรือไม่อยากคุยด้วยเมื่อมีคำถามจากคนอื่นๆ ขอให้เข้าใจเขา และเคารพในความเป็นเขา เคารพในการกระทำนั้นของเด็ก ไม่ต้องไปคะยั้นคะยอ นี่คือสิทธิของเด็กที่พึงจะทำได้ค่ะ

3.ให้มองว่าเป็น “พฤติกรรมปกติ”

          เรามักจะคิดว่า “เด็กกล้าแสดงออก” เป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่เด็กควรเป็น และมองว่า “เด็กขี้อาย” เป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติ และพยายามแก้ไขมัน ซึ่งพฤติกรรมนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร สิ่งที่ควรเปลี่ยนคือมุมมองความคิดของผู้ใหญ่น่ะแหละ โดยเฉพาะพ่อแม่ อย่าไปคิดว่านี้คือพฤติกรรมที่บกพร่อง เป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายอะไร ลูกของคุณไม่ได้มีพฤติกรรมอาละวาด ทำร้ายผู้อื่นแต่อย่างใด ให้มองว่า “เด็กขี้อาย” เป็นเด็กปกติ เป็นลักษณะหนึ่งของบุคลิกภาพ ไม่จำเป็นต้องไปแก้ไขอะไรใดใด

4.นี่คือข้อได้เปรียบของการปกป้องตัวเอง

          บุคลิกภาพของ “เด็กขี้อาย” จะไม่เปิดไมตรีกับบุคคลแปลกหน้า พวกเขาต้องมีความคุ้นเคยมากพอจึงจะปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ ซึ่งนี่เป็นข้อดีหนึ่งของเด็กมากๆค่ะ เพราะเป็นการป้องกันตัวเองจากภัยของสังคม จากการถูกคุกคามต่างๆได้ การล่อลวงจะเกิดขึ้นได้ยากกับเด็กที่มีบุคลิกภาพแบบนี้ เพราะฉะนั้นนี่คือ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเบาใจได้ เขามีเกราะในการคัดกรองคนระดับหนึ่งแล้วค่ะ

5.สนุกและสนับสนุนด้านอื่นๆของเด็ก

          สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือ สร้างความสนุกร่วมไปกับการใช้ชีวิตของเด็ก สังเกตว่าเขาชอบทำอะไร หรือพูดคุยถามความชอบในชีวิตเขาแล้วส่งเสริมเขาค่ะ ไม่ต้องไปกังวลว่าความขี้อายจกลายเป็นปัญหา และจะส่งผลต่อพัฒนาต่างๆในชีวิตของเด็ก และไม่ต้องผลักดันให้เด็กต้องมีกิจกรรมกล้าแสดงออกอะไร เพราะจะกลายเป็นความกดดันของเด็ก ให้ใช้ชีวิตปกติ เด็กจะมีพัฒนาการในบุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆกว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นใช้ชีวิตให้มีความสุข ให้เขามีเสียงหัวเราะ มีความสดใสร่าเริง เป็นสิ่งที่คุณควรทำที่สุดแล้วค่ะ

          เด็กล้วนมีหลายบุคลิกภาพ บางอย่างไม่ได้เป็นความผิดปกติ แต่อาจเป็นความไม่ถูกใจของผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่ควรกลับมาทบทวนมุมมอง ทัศนคติตัวเอง ซึ่งจะส่งผลต่อความเข้าใจในตัวเด็กได้มากกว่าเดิมค่ะ

ที่มา: scarymommy

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram