Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

5 วีธีฝึกฝนให้ลูกน้อยรักการอ่าน

5 วีธีฝึกฝนให้ลูกน้อยรักการอ่าน

ไม่ว่าพ่อแม่คนไหนล้วนอยากให้ลูกของตนประสบความสำเร็จ มีทักษะที่รอบด้าน พัฒนาการดีทั้งสติปัญญาและอารมณ์ ซึ่งเรามักได้ยินอยู่เสมอว่า “การอ่าน” จะปูทางสู่ความสำเร็จต่างๆในชีวิตได้ พ่อแม่ในปัจจุบันนี้จึงพยายามผลักดันให้ลูกเป็นเด็กรักการอ่าน เป็นหนอนหนังสือได้ยิ่งดี ซึ่งมีหนังสือฮาวทูมากมายที่ช่วยบอกเคล็ดลับหนทางสู่ความเป็นนักอ่านของลูก ทั้งนี้ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ ดีไม่ดีเป็นการกดดันเด็กอีก เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงมีข้อแนะนำ ที่ต้องร่วมมือกันระหว่างพ่อแม่ลูก เพื่อสร้างหนทางการเป็นนักอ่านให้เกิดขึ้นได้ในครอบครัวของคุณค่ะ

1.คุณควรเป็นผู้เริ่มอ่านก่อนจะให้เด็กอ่าน

ควรจะสร้างสังคมการอ่านที่ไม่กดดันกับตัวเด็ก การบอกหรือออกคำสั่งให้เด็กอ่านจะยิ่งทำให้เขาถอยหนี ทางที่ดีคุณจึงควรสร้างแรงจูงใจให้เขา เริ่มเป็นผู้อ่านให้ฟัง อ่านด้วยความสุข เขาจะยังเล็กแค่ไหน ฟังรู้เรื่องไหม ไม่เป็นไรค่ะ เพราถ้อยคำที่คุณอ่านซ้ำๆ จะถูกบันทึกลงไปในสมองเขา เขาจะรับรู้ และในวันที่เขาพร้อมแล้ว เขาจะอยากอ่านเอง ทั้งนี้วิธีการนี้จะช่วยให้ทักษะภาษาของพวกเขาดีขึ้น เมื่อพวกเขาเข้าโรงเรียนอนุบาลค่ะ เหมือนมีคลังคำศัพท์เกิดขึ้นในสมองของลูกคุณ

2.อ่านไปพร้อมๆกับลูกของคุณ

ทำให้การอ่านเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัว มันช่วยเพิ่มสานสัมพันธ์ และทำให้การอ่านเป็นสิ่งที่สนุกขึ้น พ่อแม่หลายคนจะใช้กิจกรรมอ่านหนังสือก่อนนอนร่วมกันกับลูก แต่เป็นการอ่านเพื่อให้ลูกหลับ หรือจำเป็นต้องทำเพราะโรงเรียนบอก ซึ่งแนวทางแบบนี้ก็ไม่ต่างกับการให้ลูกฟังเพลงก่อนนอน อาจดีกว่าสักนิดนึง มันไม่สร้างแรงจูงใจใดแก่เด็กค่ะ การอ่านควรเป็นการอ่านจากอินเนอร์ ทำให้เด็กมีส่วนร่วมกับคุณ เป็นการอ่านที่เกิดการเรียนรู้ร่วมกันไปกับคุณและลูก จะได้ผลดีกับเด็กมากกว่าค่ะ

3.การอ่านช่วยให้เข้าใจโลกและเข้าใจผู้อื่นได้ดี

การอ่านเป็นเรื่องของจินตนาการในสมัยที่มันยังเป็นนิทาน แต่เมื่อเด็กมีพัฒนาการมากขึ้น หนังสือเริ่มเปลี่ยนเป็นนวนิยาย บทประพันธ์จากนักเขียนต่างๆ ซึ่งเรื่องราวและตัวละครมีความซับซ้อนขึ้นเป็นเสมือนการย่อโลก และบอกพฤติกรรมของตัวละครต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมพัฒนาการ ให้เด็กคิดและเข้าใจโลก เข้าใจที่มาที่ไป เหตุผลของตัวละคร นั่นจะเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางปัญญามากขึ้น มีความลึกซึ้งในการคิดวิเคราะห์ค่ะ

4.เพิ่มความสนุกด้วยโทนเสียง

การอ่านควรเพิ่มพัฒนาการขึ้นค่ะ แทนที่จะอ่านตามเนื้อเรื่องกันไป ควรพัฒนาทำให้มันสนุกขึ้น เพิ่มความเร้าใจเพื่อกระตุ้นเขา เช่น ในช่วงสำคัญๆ สนุกๆ คุณควรรอจังหวะเว้นวรรค แล้วใช้โทนเสียงแปลกขึ้น หรือเลือกที่จะเติมเนื้อหาที่มีความเกี่ยวโยงกับชีวิตลูกคุณมากขึ้น เป็นการสอนแลกเปลี่ยนผ่านเรื่องราวในหนังสือนั้นเอง ทั้งนี้อาจชวนเขาคิดว่าถ้าเขาเป็นตัวละครนี้ ในเหตุการณ์นี้ เขาจะทำอย่างไร เช่น "หนูจะทำอย่างไรถ้าหนูเป็นนก?" โดยให้อิสระกับการตอบของเขา ไม่มีถูกผิด เราเพียงฝึกการคิดเขา แล้วคุณจะพบว่าคำถามเดียวกันร้อยครั้ง คำตอบอาจแตกต่าง ซึ่งวิธีการนี้ขึ้นอยู่กับจังหวะที่คุณจะแทรกลงไปในช่วงเนื้อเรื่อง ไม่จำเป็นต้องถี่แบบถามทุกสองหน้าก็ได้นะคะ ถ้าให้ดีก็ลองให้เขาเขียนคำตอบเก็บไว้ ไว้มาย้อนอ่านกันขำๆภายหลังค่ะ

5. การอ่านคือผลตอบแทนระยะยาว

การอ่านในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องไอคิว ความฉลาดเลิศทางปัญญาในผลการเรียน แต่การอ่านคือการออมไปเรื่อยๆ ที่จะสะสมต้นทุน ให้ลูกของคุณมีความพร้อมที่มากขึ้นในอนาคต เพราะสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเลยคือ การสร้างแรงบันดาลใจ การอ่านจะกระตุ้นจินตนาการ ให้เขามีแรงบันดาลใจ และเข้าใจผู้อื่นได้มากขึ้นอีกด้วย แถมตัวพ่อแม่เองจะได้ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับลูก ระหว่างครอบครัวของเรา และคุณอาจได้ข้อคิดอะไรดีๆจากหนังสือที่นำไปใช้กับที่ทำงาน เจ้านาย เพื่อนร่วมงานก็ได้นะคะ

อยากฝึกฝนให้ลูกเป็นนักอ่าน สิ่งสำคัญต้องเริ่มจากตัวพ่อแม่ค่ะ เดินไปพร้อมกันทั้งคุณและเขา อย่าปล่อยให้ลูกต้องแบกรับคำสั่งและความคาดหวังของคุณ จับมือไปพร้อมๆกันค่ะ

ที่มา: inc

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram