Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ดีต่อใจ 9 พัฒนาการของเบบี๋ตัวน้อยที่พ่อแม่พ่อแม่มือใหม่จะต้องปลื้ม

ดีต่อใจ 9 พัฒนาการของเบบี๋ตัวน้อยที่พ่อแม่พ่อแม่มือใหม่จะต้องปลื้ม  

            หลังจากที่ลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกแล้ว การได้เฝ้ามองพัฒนาการของเขาถือเป็นเรื่องที่พ่อแม่มือใหม่ตั้งตาคอยก็ว่าได้ค่ะ วันนี้เราจะพาคุณไปดูว่าในช่วงหนึ่งปีของการเลี้ยงลูกน้อยนั้นคุณจะได้เห็นพัฒนาการอะไรบ้างที่เกิดขึ้นกับเขา

1.ยิ้ม

ช่วงที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น : เด็กทารกจะเริ่มยิ้มให้พ่อแม่เมื่อเขามีอายุประมาณ 2 เดือน แต่เด็กบางคนก็อาจต้องใช้เวลานานกว่านั้นค่ะ

วิธีช่วยลูก : ให้คุณพูดและยิ้มให้เขาบ่อยๆค่ะ

หากทารกไม่ปฏิบัติ : หากทารกไม่ยิ้มให้ตอนอยู่ในช่วงสองเดือน ให้คุณจับตามองไปก่อนค่ะ เพราะบางทีเขาอาจทำได้หลังจากผ่านพ้น 3 เดือน แต่ถ้ามันนานกว่านั้นจนผิดสังเกต ไม่แน่ว่าเขาอาจมีปัญหาทางระบบประสาท คุณอาจต้องลองปรึกษาแพทย์ค่ะ

2.นอนหลับตลอดคืน

ช่วงที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น : โดยปกติแล้ว หลังจากทารกมีอายุ 4 เดือน เขาจะสามารถนอนได้ขั้นต่ำ 6-8 ชั่วโมงโดยไม่ต้องตื่นมาดูดนมและเมื่อทารกมีอายุ 6 เดือน เขาก็จะนอนติดต่อกันได้นานถึง 8-10 ชั่วโมง

วิธีช่วยลูก : ปล่อยให้เด็กนอนโดยค่อยๆยืดเวลาให้นมลูกและไม่ควรให้นมถี่เกินไป
หากทารกไม่ปฏิบัติ : การที่ทารกไม่ได้นอนยาวติดต่อกัน 6-8 ชั่วโมง นั่นอาจเป็นเพราะว่าคุณให้เขาดูดนมในตอนกลางคืนบ่อยเกินไปค่ะ ดังนั้นคุณควรลดความถี่การให้นมค่ะ

3.กลิ้งตัว

ช่วงที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น : ทารกบางคนสามารถเริ่มกลิ้งตัวได้ตั้งแต่ตอนมีอายุ 3 เดือน แต่โดยเฉลี่ยแล้วมักจะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนค่ะ

วิธีช่วยลูก : ลงไปนั่งบนพื้นแล้วพูดเชียร์เด็กหรืออาจนำของเล่นมาเป็นตัวล่อให้เขาพยายามพลิกตัวเพื่อคว้ามันค่ะ

หากทารกไม่ปฏิบัติ : หากเด็กไม่พยายามกลิ้งหรือพลิกตัวตอนเขามีอายุได้ 6 เดือน คุณอาจต้องให้เวลาเขาอีกสักหน่อย แต่หากยังไม่มีสัญญาณว่าเขาจะพลิกตัว นั่นอาจมีบางอย่างผิดปกติแล้วค่ะ

4.นั่งโดยไม่มีคนช่วย

ช่วงที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น : มีการประมาณไว้ว่า 50% ของทารกจะเริ่มนั่งเองได้ตอนที่เขามีอายุ 6 เดือน แต่พอเข้าสู่เดือนที่ 8 เขาจะนั่งเองได้อย่างมั่นคงขึ้น
วิธีช่วยลูก : ปล่อยให้ลูกได้มีโอกาสเรียนรู้โดยพยายามให้เขาใช้เวลาอยู่บนพื้นบ้าง เพราะหากคุณมัวแต่อุ้มหรือนั่งรถเข็น นั่นจะทำให้เด็กสามารถนั่งหรือยืนด้วยตัวเองช้าลงค่ะ

หากทารกไม่ปฏิบัติ : หากลูกน้อยไม่สามารถนั่งด้วยตัวเองตอนที่เขามีอายุ 9 เดือน คุณอาจต้องลองปรึกษากุมารแพทย์ค่ะ

5.คลาน

ช่วงที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น : เด็กจะเริ่มคลานได้เมื่อเขามีอายุประมาณ 6-9 เดือน

วิธีช่วยลูก : ปล่อยให้เด็กใช้เวลานั่งเล่นตรงพื้นและให้คุณนำของเล่นที่มีสีสันสดใสมาหลอกล่อให้เขาคลานเข้ามาหา

หากทารกไม่ปฏิบัติ : ไม่ต้องเครียดไปค่ะ เพราะหากลูกของคุณไม่ได้มีความผิดปกติ เขาจะสามารถคลานได้เอง ส่วนจะทำได้เร็วหรือช้านั้นก็ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเด็กแต่ละคนค่ะ

6.คว้าหรือจับของ

ช่วงที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น : ในช่วงที่ทารกมีอายุประมาณ 6 เดือน เขาจะเริ่มพยายามเอื้อมมือเพื่อคว้าสิ่งของค่ะ แล้วพออายุเข้าสู่ 8-9 เดือน เขาก็จะเริ่มใช้มือจับสิ่งของได้เอง

วิธีช่วยลูก : หาของเล่นที่ไม่เป็นอันตรายมาเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กอยากจับค่ะ

หากทารกไม่ปฏิบัติ : หากเด็กไม่สามารถใช้มือหยิบจับตอนที่เขามีอายุ 12 เดือน คุณอาจต้องปรึกษาแพทย์ค่ะ

7.ปรบมือ

ช่วงที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น : เด็กจะสามารถปรบมือได้อย่างเร็วที่สุดก็ประมาณ 6 เดือนค่ะ แต่แนวโน้มมักจะอยู่ที่ 8-9 เดือน

วิธีช่วยลูก : ปรบมือให้ลูกเห็นค่ะ เพราะนั่นจะทำให้เขาอยากลองทำตาม

หากทารกไม่ปฏิบัติ : หากลูกมีอายุประมาณ 1 ปี แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคุณ ไม่ว่าจะเป็นปรบมือตามหรือโบกมือ คุณอาจต้องลองปรึกษาแพทย์ค่ะ

8.ยืนขึ้น

ช่วงที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น : เด็กส่วนมากจะเริ่มยืนขึ้นเองตอนมีอายุประมาณ 9-12 เดือน

วิธีช่วยลูก : ปล่อยให้ลูกได้มีเวลานั่งเล่นบนพื้นบ้าง

หากทารกไม่ปฏิบัติ : หากเด็กมีอายุครบ 1 ปีแล้วยังไม่สามารถยืนด้วยตัวเองได้ คุณอาจต้องลองไปพบแพทย์ค่ะ

9.เดิน

ช่วงที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น : หลังจากที่เด็กยืนได้แล้ว เขาก็จะเริ่มเดินเมื่อมีอายุประมาณ 9-12 เดือน

วิธีช่วยลูก : ให้ลูกทำกิจกรรมบนพื้นบ่อยๆ

หากทารกไม่ปฏิบัติ : ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะโดยธรรมชาติแล้วเขาจะเดินได้เองในที่สุด ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเด็กแต่ละคนค่ะ

                การได้เฝ้ามองพัฒนาการต่างๆของเจ้าตัวเล็กคงทำให้คุณรู้สึกปลาบปลื้มสุด เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำเลยทีเดียวค่ะ  

ที่มา: thebump

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram