Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ผลเสียจากการระเบิดอารมณ์ใส่ลูก

ผลเสียจากการระเบิดอารมณ์ใส่ลูก

                ในบางครั้งผู้ปกครองหลายท่านอาจสูญเสียการควบคุมตัวเองและเผลอตวาดหรือขึ้นเสียงกับลูกน้อยเมื่อเขาเล่นซนหรือทำตัวไม่ดี หากคุณทำแบบนั้นเป็นประจำ มันอาจส่งผลกระทบบางอย่างต่อเจ้าตัวเล็กได้โดยที่คุณอาจนึกไม่ถึง วันนี้เรามีเหตุผลที่ว่าทำไม่คุณถึงไม่ควรทำแบบนี้กับลูกมาฝากค่ะ

                นักวิจัยหลายท่านพบว่าการที่ผู้ปกครองตวาดใส่ลูกก็เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการทุบตีเด็ก ทำให้เขาแสดงความโกรธหรือความรู้สึกเหนื่อยหน่ายผ่านทางการตวาดแทนนั่นเอง ซึ่งผู้ปกครองกว่า 75% จะตะโกน ตวาด หรือแม้แต่ส่งเสียงกรีดร้องใส่เด็กเล็กหรือวัยรุ่นอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพราะลูกทำตัวไม่ดีหรือทำให้โกรธ ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการเลี้ยงเด็กและนักบำบัดโรคชี้ว่ามันอาจทำทำร้ายจิตใจของเด็กได้

                อย่างไรก็ตาม Adele Faber เป็นผู้ฝึกสอนการเลี้ยงดูเด็กในนิวยอร์กและเป็นนักเขียนที่มีผลงานเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกได้บอกว่า การขึ้นเสียงกับลูกก็อาจไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เพราะการใช้เสียงดังอาจดึงความสนใจจากเด็กได้และมันจะลดโอกาสที่คุณจะทำร้ายร่างกายเขา แต่การตวาดจะเป็นเรื่องร้ายแรงเมื่อมันเป็นคำด่า คำดูถูก หรือประโยคทำนอง "ทำไมถึงไม่รู้จักจำ?" "ทำผิดอีกแล้วนะ"

                ทั้งนี้ผู้ปกครองหลายท่านอาจสูญเสียการควบคุมตัวเองเมื่อเจ้าตัวเล็กทำตัวไม่ดีและอาจเผลอตวาดลูกอย่างไม่ได้ตั้งใจ แล้วสุดท้ายตัวเองก็กลายมาเป็นฝ่ายที่รู้สึกแย่เสียเองหลังจากเสร็จสิ้นการสาดอารมณ์ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะค่อยๆ บั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูกได้ค่ะ

                นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ของมหาวิทยาลัย Pittsburgh ได้ทำการศึกษาวัยรุ่นที่เป็นชนชั้นกลางจำนวน 967 คนพร้อมผู้ปกครอง โดยพบว่า วัยรุ่นที่ถูกผู้ปกครองตะคอกใส่หรือพูดจาดูถูกอาจมีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาด้านพฤติกรรมและมีอาการซึมเศร้า ในขณะที่มีอีกการศึกษาหนึ่งระบุว่าการตวาดใส่เด็กอาจทำให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงมากกว่าการตี ทั้งนี้ Stephanie Parade ซึ่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่เชี่ยวชาญในด้านจิตเวชและพฤติกรรมของมนุษย์ได้ทำการศึกษาหนึ่งที่ใช้เวลานานถึง 15 ปีในการติดตามชีวิตของเด็กอายุ 8 ปีที่พ่อแม่มักตะคอกใส่ ซึ่ง Stephanie พบว่า เด็กจะรู้สึกพึงพอใจในความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคู่รักน้อยลงเมื่อเขามีอายุ 23 ปี นอกจากนี้ Stephanie ยังกล่าวเสริมด้วยว่า "ผู้ปกครองที่ตะคอกเด็กจะพลาดโอกาสในการสอนให้เด็กรู้จักการควบคุมอารมณ์"

                สำหรับวิธีการป้องกันไม่ให้เผลอตวาดลูกคือ หากคุณรู้ตัวว่าเริ่มมีอารมณ์โกรธโดยที่คุณเริ่มหายใจเร็ว แน่นหน้าอกหรือจุกในลำคอ กัดฟันหรือกราม ให้คุณพยายามหายใจเข้าลึกๆ นับหนึ่งถึงสิบ และเลี่ยงการระเบิดอารมณ์กับเจ้าตัวเล็กโดยการเดินออกจากห้องไปทำอย่างอื่นก่อน

                นอกจากนี้ แทนที่คุณจะด่าลูกตรงๆด้วยประโยคที่ฟังแล้วรู้สึกไม่ดี ก็ให้คุณเลี่ยงไปใช้ประโยคที่นุ่มนวลกว่านั้น โดยให้บอกสิ่งที่ลูกทำแล้วคุณไม่ชอบและบอกความต้องการหรือสิ่งที่คุณคาดหวังให้ลูกทำตาม นอกจากนี้คุณอาจต้องนั่งจับเข่าคุยกับลูกตรงๆพร้อมสอนเขาไปด้วยและหาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกันซึ่งนั้นจะเปิดโอกาสให้เด็กได้พูดบ้างค่ะ

                อย่างไรก็ตาม หากคุณเผลอระเบิดอารมณ์ใส่ลูกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ สิ่งสำคัญคือ คุณควรเป็นฝ่ายขอโทษเขาค่ะ เพราะมันจะช่วยให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดคลี่คลายลงได้ แต่ทางที่ดีคุณควรมีสติและรู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง เพราะอย่าลืมว่าคำพูดหรือการกระทำบางอย่างของคุณอาจทำให้เด็กฝังใจไปจนโตค่ะ

ที่มา: wsj

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram