Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ทีเด็ด! เผย 1 สิ่งมหัศจรรย์ทำทุกเช้าเพื่อให้ลูกอารมณ์ดี

ทีเด็ด! เผย 1 สิ่งมหัศจรรย์ทำทุกเช้าเพื่อให้ลูกอารมณ์ดี

แน่นอนว่าผู้ปกครองทุกคนต้องการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยรอยยิ้มของลูก ๆ ซึ่ง Pam Moore ก็เป็นคุณแม่อีกคนที่หวังแบบนี้ไว้เช่นกัน เธอเล่าว่ามีวันหนึ่งเธอได้ทำอาหารเช้าผิดเมนูให้ลูกสาววัย 5 ขวบกิน หลังจากนั้นลูกสาวของเธอก็ร้องไห้เหมือนโดนฝืนใจ เท่านั้นยังไม่พอเนื่องจากวันนั้นเป็นวันที่หิมะตกปกคลุมไปทั่วพื้น Pam Moore จึงบอกให้ลูกสาวใส่รองเท้าบูทกันหิมะ แต่เจ้าตัวน้อยของคุณแม่ดันร้องไห้ฟาดงวงฟาดงาหนักขึ้นซะงั้นเพราะอยากใส่รองเท้าทั่วไปมากกว่า พออ่านมาถึงตรงนี้ คุณคิดว่า Pam Moore ทำผิดอะไร และถ้าเธออยากเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่สดใส เธอควรทำสิ่งใดกับลูกก่อนเป็นอันดับแรก

คำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้ก็คือ Pam Moore ลืมเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วย “การสร้างความสัมพันธ์กับลูก” แทนที่เธอจะโอบกอดลูกต้อนรับอรุณ หรือถามไถ่เจ้าตัวน้อยว่าหลับฝันดีไหม Pam Moore กลับร้องขอให้ลูกสาววัย 5 ขวบทำสิ่งต่าง ๆ (ที่ตัวลูกเองก็ไม่ต้องการ) ซึ่งสมองของเด็ก ณ เวลานั้นยังไม่พร้อมสำหรับเรื่องแบบนี้

ในหนังสือ The Whole-Brain Child ของ Daniel Siegel และ Tina Payne Bryson ได้อธิบายถึงเหตุผลง่าย ๆ ของเหตุการณ์นี้เอาไว้ว่าสมองของเด็กนั้นยังไม่โตเต็มวัยที่จะห้ามอารมณ์ตนเองได้ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 20 ปีกว่าสมองจะสมบูรณ์พร้อม ในทางกลับกันสมองของเด็กในวัยนี้จะมีลักษณะแบบบูรณาการสิ่งต่าง ๆ ไว้ร่วมกัน ทั้งด้านอารมณ์และเหตุผล ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากส่งเสริมพัฒนาการสมองของเจ้าตัวน้อยในระยะยาวแล้วล่ะก็ ควรโฟกัสไปที่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกในทุกเช้าเพื่อให้พวกเขาอารมณ์ดี แทนการไปจ้ำจี้จ้ำไชเด็ก ๆ ว่าต้องทำอะไร

นอกจากนี้ในหนังสือ The Whole-Brain Child ยังให้ข้อมูลอีกว่าคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายควรให้ความสำคัญกับระดับอารมณ์ของลูกก่อนจะพูดถึงเรื่องเหตุผล หากวันใดที่เจ้าตัวแสบเกิดหัวร้อนขึ้นมา วิธีที่ดีที่สุดในการดับร้อนก็คือส่งสัญญาณทางกายไปว่าคุณมีความรักให้กับเขา อาจเป็นการกอดหรือจับมือก็ได้ และเมื่อลูกอารมณ์เย็นขึ้น เขาก็จะพร้อมรับฟังในสิ่งที่คุณพูด ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ หรือวิธีแก้ปัญหาที่คุณเสนอให้กับเขา การทำแบบนี้นั้นนอกจากจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ของคุณกับลูกให้ดีขึ้นแล้ว มันยังช่วยพัฒนาสมองของเจ้าตัวน้อยอีกด้วย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงลูกอย่าง Dr. Laura Markham ยังยืนยันอีกเสียงหนึ่งว่าการกอดลูกสัก 2 - 5 นาทีหรือแสดงความรักกับลูกในแบบอื่น ๆ เช่น อ่านหนังสือให้เขาฟัง ช่วยเกาหลัง หรือส่งยิ้ม จะทำให้ลูกอยากร่วมมือกับคุณมากกว่าแสดงท่าทีต่อต้าน

ซึ่งในตอนนี้ Pam Moore ก็นำวิธีการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับลูกสาววัย 5 ขวบแล้ว โดยเธอได้เล่าว่าทุกครั้งที่ตั้งนาฬิกาปลุกผิดเวลาจนทำให้ออกจากบ้านสาย เธอจะไม่พูดกับลูกว่า “มัวทำอะไรอยู่ รีบแต่งตัวเร็ว สายแล้วนะ” อีกต่อไปแล้ว แต่เธอจะค่อย ๆ เดินไปห้องลูกน้อย โอบไหล่ ยิ้มทักทายและพูดว่า “อรุณสวัสดิ์จ้า เมื่อคืนหลับฝันดีไหม” ซึ่งแน่นอนว่ามันได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแต่ก่อนอย่างไม่ต้องสงสัย

ที่มา: parent

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram