Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ถ้าอยากเลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จ วิทยาศาสตร์แนะนำให้ทำสิ่งนี้

ถ้าอยากเลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จ วิทยาศาสตร์แนะนำให้ทำสิ่งนี้

พ่อแม่หลาย ๆ คนอยากเลี้ยงลูกให้เติบโตมาประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังไม่วายทำพฤติกรรมที่ทำให้เด็กจมปลักอยู่แต่กับความล้มเหลว เช่น โอ๋ลูกมากเกินไป ไม่ให้ลูกเผชิญหน้าอันตรายอะไรเลย ไม่ปล่อยให้วิ่งเล่นทั่วไป ทำให้ร่างกายไม่พัฒนา สมองก็ไม่โตตาม พอเค้าทำคะแนนหรือบททดสอบอะไรได้ไม่ดี เราก็เอาแต่ตำหนิ ทั้ง ๆ ที่เราเองนี่แหละค่ะที่เป็นคนทำให้เค้าเป็นแบบนั้น

อย่างเด็กผู้ชายนี่เราต้องให้เค้าวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน เพื่อพัฒนาการต่าง ๆ จะได้เป็นไปตามที่ธรรมชาติสร้างมา แต่ที่โรงเรียนลูก ๆ ของเราได้เพียงแค่นั่งเฉย ๆ เท่านั้น ทำให้ความสำเร็จของเด็ก ๆ ลดน้อยลง ซึ่งมีงานวิจัยออกมาบอกว่า ยิ่งเด็กนั่งนาน ๆ ไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้วิ่งเล่นมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ความสามารถของเค้าลดลงไปเท่านั้น แถมทำให้ทักษะทางคณิตศาสตร์ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นด้วย แต่กับเด็กผู้หญิงแล้ว การนั่งเรียนแบบนี้เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด

นอกจากด้านร่างกายและผลการเรียนแล้ว การนั่งเรียนอยู่กับที่โดยไม่ปล่อยให้มีเวลาได้พักวิ่งเล่นยังเป็นอันตรายต่อจิตใจของเด็กอีกต่างหาก การที่มัวแต่ประคบประหงมเด็ก ไม่ให้เค้าได้พบเจออะไร หรือเล่นอะไรสนุก ๆ เช่น ปีนต้นไม้ ย่ำหิมะ เดินเท้าเปล่าบนถนน มันทำให้เค้าถูกปิดกั้นความรู้และจินตนาการ และยิ่งทำให้เค้าเก็บกด กลายเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ และควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ไปในที่สุด

ทุกวันนี้มีเด็กสมาธิสั้นเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก ซึ่งสาเหตุมันมาจากการที่เราเปลี่ยนคำจำกัดความของมันไปจากเดิม ทุกวันนี้แค่เด็กไม่สนใจหน่อยก็หาว่าเค้าเป็นสมาธิสั้น เพียงเพราะเค้าแค่พยายามจะทำตัวเองให้เข้ากับสิ่งที่ธรรมชาติสร้างเค้าขึ้นมา นั่นคือการวิ่งเล่น สำรวจนั่นนี่นั่นเอง ซึ่งนี่จะกลายเป็นปัญหาได้ในอนาคตต่อ ๆ ไป ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย สมอง การเรียนรู้ และจิตใจ

มีหลายโรงเรียนนะคะที่พยายามจะบาลานซ์ทั้งสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน ทั้งได้นั่งเรียน และทั้งได้วิ่งเล่น แต่เพราะผู้ใหญ่ในแต่ละประเทศมักจะมองว่าการเอาเวลาของเด็กไปให้เค้าวิ่งเล่นนั้นมันไร้สาระ ไม่ได้ประโยชน์อะไร และที่สำคัญมันจัดการได้ยาก สู้ให้เด็กนั่งฟังครูเฉย ๆ ดีกว่า ไม่ต้องปวดหัว นี่แหละค่ะที่ทำให้อะไร ๆ ต่างถดถอยลง รวมถึงความสำเร็จของลูกเราด้วยนั่นเอง

แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดนะคะที่เป็นแบบนั้น ยังคงมีอีกหลายที่ ที่พยายามจะปลุกปั้นเงื่อนไขการเรียนรู้ตรงนี้ให้เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากได้ทดลองทำแล้ว คุณครูทั้งหลายต่างก็ให้ฟีดแบคกลับมาว่า เด็ก ๆ มีสมาธิกับการเรียนมากยิ่งขึ้น ตั้งใจฟังที่ครูสอน และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดีขึ้นจริง ๆ แต่นั่นก็อยู่แค่ในขั้นทดลองเท่านั้นนะคะ ดังนั้นช่วงนี้ก็ยังคงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่อย่างพวกเรา ที่จะให้เวลาเด็ก ๆ ได้วิ่งเล่นชดเชยช่วงเวลาที่เค้าเสียไปจากการเรียนหนังสือ ลองจัดตารางออกกำลังกายกับลูก ๆ ทุกวัน ไปวิ่งเล่นกับเค้า เพื่อให้ทุกส่วนในร่างกายของเค้าได้พัฒนาอย่างเต็มที่และเหมาะสม แค่นี้ลูกรักก็จะสามารถเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จได้แล้วล่ะค่ะ

ที่มา: inc

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram