Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

คุณกำลังเป็นพ่อแม่ที่ตีกรอบลูกมากไปหรือเปล่า ?

คุณกำลังเป็นพ่อแม่ที่ตีกรอบลูกมากไปหรือเปล่า ?

            สำหรับผู้ปกครอง การหาจุดสมดุลระหว่างการช่วยสนับสนุนลูกและการปล่อยให้ลูกแก้ปัญหากับสิ่งต่างๆเอง ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก ทั้งนี้มีผลการวิจัยหนึ่งในปี 2014 พบว่า  61 % ของผู้ปกครองชาวอังกฤษ ชอบตีกรอบลูก และเกือบ 40 % ยอมรับว่าได้วางแผนทางเดินชีวิตให้ลูกแล้ว

            นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์โดย Journal of Personality พบว่าความกดดันในเรื่องที่เกี่ยวกับโรงเรียนและความกลัวที่ไม่สามารถทำตามที่ผู้ปกครองคาดหวังได้ จะทำให้เด็กเริ่มหันมาวิเคราะห์ตัวเอง และหากพ่อแม่ชอบก้าวก่ายกับเรื่องส่วนตัวของลูกมากเกินไป จะทำให้เด็กตกอยู่ในอาการวิตกกังวลและซึมเศร้าได้

            โดยการศึกษาดังกล่าว ได้มีการสำรวจนักเรียนชาวสิงคโปร์อายุ 7 ปี จำนวน 263 คน ตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปี พบว่า ผู้ปกครองที่ตั้งความหวังไว้สูงกับผลการเรียนของลูกตัวเอง ก็จะพยายามกระตุ้นเด็กเพื่อให้ได้เกรดดีๆ และจะแสดงปฏิกิริยารุนแรงหากลูกทำผิดพลาด   ทั้งนี้การที่พ่อแม่ก้าวก่ายชีวิตของลูกตัวเองมากไป จะทำให้เด็กคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ยังดีไม่พอและก่อให้เกิดความรู้สึกกลัวที่จะทำอะไรผิดพลาด ตลอดจนโทษตัวเอง ซึ่งอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายได้ในที่สุด

            หากคุณผู้ปกครองทั้งหลายรู้ตัวว่าเข้าข่ายพฤติกรรมดังกล่าว เราลองเปลี่ยนมาเปลี่ยนวิธีเลี้ยงลูกกันดีมั้ยคะ ถ้าอยากเห็นลูกเป็นเด็กที่มีความสุข ซึ่งพวกเขาอาจแค่ต้องการกำลังใจหรือการสนับสนุนจากพ่อแม่โดยที่ตัวเองยังมีสิทธิคิดหรือมีส่วนในการตัดสินใจ เราลองมาดู 3 เคล็ดลับที่จะหาจุดสมดุลของเรื่องนี้กันค่ะ

1.ตั้งเป้าหมายที่คิดว่าลูกจะทำได้จริง

การตั้งความหวังกับลูกไว้สูงโดยที่ไม่ได้พิจารณาถึงความจริง ย่อมทำให้คุณผู้ปกครองผิดหวังได้ และยังเป็นการกดดันลูกโดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่น หากลูกคุณไม่ถนัดวิชาเลข ก็อย่าไปบังคับให้เขาทำให้ได้เกรด A แต่ให้คุณตั้งเป้าเกรดไว้ต่ำกว่านั้นที่ดูแล้วน่าจะเป็นไปได้  

2.หัดชื่นชมลูกบ้าง

           

เมื่อลูกของคุณทำสิ่งใดสำเร็จก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นแข่งฟุตบอลชนะหรือสามารถเล่นดนตรียากๆได้ ก็ควรฟังที่ลูกเล่าอย่างตั้งใจ พร้อมกับชื่นชมและสนับสนุนให้ลูกทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

3.อย่าให้ลูกยอมแพ้โดยที่ยังไม่ได้พยายามให้ถึงที่สุด

           

หากลูกคุณรู้สึกท้อหรือยอมแพ้กับสิ่งที่เพิ่งได้ลองทำแต่ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง คุณอาจต้องสอนลูกว่าหากทำสิ่งใดครั้งแรกแต่กลับไม่สำเร็จตามที่คิดไว้ ก็ให้ลูกพยายามในครั้งต่อไปให้ดีที่สุด อย่าเพิ่งยอมแพ้ แต่หากได้ลองทำเต็มที่แล้วก็ยังไม่เวิร์ค ก็ไม่ต้องบังคับให้ลูกฝืนพยายามต่อไป เพราะอาจเป็นการกดดันเด็กและทำให้เด็กเครียดได้

            แม้ว่าพ่อแม่จะเป็นผู้ที่หวังดีที่สุดกับลูกก็ตาม แต่ในบางครั้งคุณอาจต้องลดกรอบที่สร้างไว้บ้าง เพื่อให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง ถ้าคุณลองสำรวจตัวเองแล้วพบว่า คุณกำลังเข้าข่ายเป็นพ่อแม่ที่ชอบตีกรอบหรือบงการชีวิตลูก ก็อาจลองนำข้อแนะนำข้างต้นไปปรับใช้ รับรองว่าทั้งคุณและลูกจะต้องแฮปปี้ขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

 

ที่มา:womansday

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram