Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

7 เหตุผลที่ทัศนคติเชิงบวก สำคัญกว่า IQ

7 เหตุผลที่ทัศนคติเชิงบวก สำคัญกว่า IQ

หลายๆ คนอาจจะเคยคิดว่าคนเก่งและคนฉลาดเท่านั้นทีจะสามารถประสบความสำเร็จในอาชีพการงานได้ แต่บางครั้ง เราอาจจะเคยเห็นคนเก่งบางคนไม่ไปถึงไหนสักที ทั้งๆ ที่ไอคิวเป็นเลิศ ฉลาดรอบด้านก็ปานนั้น แต่เพราะทัศนคติบางอย่างที่ไม่เปิดใจกับสิ่งรอบข้างอาจจะทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จได้  วันนี้เรามีเหตุผลดี ที่จะบอกคุณว่าทำไมทัศนคติเชิงบวกถึงสำคัญกว่า IQ 

  1. อย่าจมอยู่กับความสิ้นหวัง

เพราะเราทุกคนต่างก็มีช่วงเวลาที่รู้สึกไม่มั่นคง นั่นคือบททดสอบว่า เราจะมีวิธีการรับมือและตอบสนองต่อสถานการณ์นั้นได้ดีแค่ไหน ซึ่งเราสามารถเลือกที่จะเรียนรู้และก้าวข้ามไปข้างหน้า หรือจะปล่อยให้ความรู้สึกแย่ๆ ลากเราให้ตกต่ำลง ซึ่งคนที่ประสบความสำเร็จจะไม่ยอมเป็นอย่างหลัง พวกเขาไม่เคยยอมพ่ายแพ้ต่อความสิ้นหวังที่ต้องเจอ

  • Walt Disney ผู้ก่อตั้งอาณาจักรดิสนีย์ เคยถูกไล่ออกจากบริษัท Kansas City Star ด้วยเหตุผลว่า “ขาดจินตนาการและไอเดียที่สร้างสรรค์
  • Oprah Winfrey เจ้าแม่ทอล์คโชว์ชื่อดังของอเมริกา ก็เคยถูกไล่ออกจากงานผู้ประกาศข่าวทีวีในเมืองบัลติมอร์ เพราะว่า “เธอใส่อารมณ์ลงในข่าวมากเกินไป”
  • ลองจินตนาการกันเล่นๆ ถ้าพวกเขายอมจำนนให้กับความพ่ายแพ้ อเมริกาคงไม่มี Oprah Winfrey และเด็กๆ ทั่วโลกคงไม่รู้จักเจ้าหญิงดิสนีย์

คนเราเติบโตขึ้นจากความเจ็บปวด หากาคุณอยากที่จะประสบความสำเร็จ คุณต้องเรียนรู้ที่จะล้มเหลว และเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยวิธีที่ถูกต้อง

  1. ค้นหาสิ่งที่อยากทำแล้วเปลี่ยนมันเป็นแรงบันดาลใจ

คนดังหลายคนใช้ความหลงใหลในบางสิ่งเป็นแรงผลักดันเพื่อไล่ตามความฝันอย่างไม่ลดละ เพราะบนโลกนี้มีคนที่มีพรสวรรค์มากกว่าเรามากมาย แต่คนเหล่านั้นขาดแรงผลักดันที่จะทำให้ความฝันสำเร็จ   อย่างเช่น Warren Buffett ใช้เทคนิค 5/25 เพื่อค้นหาสิ่งที่เราหลงใหลและใช้มันแรงบันดาลใจ เขาแนะนำให้ค้นหาโดยเขียน 25 สิ่งที่เราให้ความสนใจมากที่สุด จากนั้นก็ขีด 20 ข้อล่างทิ้งไป  แล้วจดจำไว้ว่า 5 ข้อแรกที่คุณนึกถึง นั่นแหละ คือสิ่งที่คุณสนใจอย่างแท้จริง

  1. กล้าที่จะลงมือทำ

คนที่คิดได้แต่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จ คนส่วนใหญ่วาดความฝันพันล้านขึ้นมาได้ แต่กลับไม่กล้าพอที่จะลงมือทำ เพียงเพราะกลัวที่จะก้าวออกจากกรอบที่ปลอดภัย

คนที่โตเป็นผู้ใหญ่จะเข้าใจได้เองว่า ไม่มีช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการก้าวไปข้างหน้าหรอก มีแค่กล้าหรือไม่กล้าเท่านั้น  แล้วคุณจะมัวรออะไรอยู่? ลงมือทำซะ อย่าไปกังวลกับผลที่จะตามมา หากล้มเหลว ก็แค่ให้เปลี่ยนอุปสรรคและความเจ็บปวดเหล่านั้นเป็นพลังด้านบวกที่จะผลักดันให้เรามุ่งมั่นสู้ต่อไป

  1. ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอยู่เสมอ

คนที่ประสบความสำเร็จ จะทุ่มเททุกอย่างที่มีเพื่อท้าทายขีดจำกัดของตัวเองเสมอ    มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ บรูซ ลี ดารากังฟูชื่อดัง ในทุกๆเช้า บรูซ ลี จะพาลูกศิษย์วิ่งเป็นระยะทาง 3 ไมล์ แต่อยู่มาวันหนึ่งเมื่อพวกเขาวิ่งครบสามไมล์ จู่ๆ บรูซ ลี ก็พูดขึ้นมาว่า “วิ่งอีกซักสองไมล์เถอะ” ลูกศิษย์ที่กำลังหอบก็ตอบว่า “ผมต้องตายแน่ๆ ถ้าวิ่งเพิ่มอีกสองไมล์” บรูซ ลี ตอบกลับไปว่า “งั้นก็ทำซะ”

ลูกศิษย์ของบรูซ ลี ในตอนนั้นโกรธผู้เป็นอาจารย์มากแต่ก็วิ่งจนครบห้าไมล์ เขาที่ทั้งเหนื่อยทั้งหมดแรง เข้าไปหาผู้เป็นอาจารย์เพื่อขอคำอธิบาย ซึ่งบรูซ ลี ได้อธิบายให้ลูกศิษย์ฟังว่า “ถ้าหยุด ก็เท่ากับคุณได้ตายไปแล้ว”

หากเราคอยแต่จะตีเส้นจำกัดความสามารถของตัวเอง ว่าเราทำไม่ได้ ทำไม่ไหว มันจะครอบงำไปถึงการใช้ชีวิตในทุกๆ สิ่ง , การทำงาน หรือ ศีลธรรมในตัวเรา เราก็จะไปไม่ถึงไหนซักที คนเราต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอยู่เสมอ จงทำวันนี้ให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน แม้เล็กน้อย แต่ก็ดีกว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นขึ้นเลย

  1. อย่าละสายตาจากเป้าหมาย

คนที่โตแล้ว จะเข้าใจว่า มีบางครั้งที่เราต้องเจอกับความล้มเหวลา แต่พวกเขาไม่เคยปล่อยให้สิ่งนั้นทำให้เขาละสายตาจากเป้าหมาย ถ้าเรามีเป้าหมาย มีผลที่คาดหวังไว้ นั่นจะเป็นแรงจูงใจให้เรามีแรงทำความฝันให้สำเร็จ

  1. ปรับตัวให้ได้ในทุกสถานการณ์

ในบางครั้งเราทุกคนต่างก็ต้องพบเจอกับความยากลำบากที่คาดไม่ถึง คนที่โตแล้วจะยอมรับความลำบากนั้น และหาวิธีแก้ไขปรับตัวเพื่อการอยู่รอดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

  1. เลิกบ่น เมื่ออะไรๆ ไม่เป็นอย่างที่ใจต้องการ

การบ่นเป็นสัญญาณของความคิดที่ยึดติด คนที่โตแล้วจะเข้าใจดีว่า ทุกสิ่งบนโลกนี้ไม่มีทางจะเป็นอย่างที่เราต้องการได้ตลอดไป หากต้องเจอเรื่องไม่ได้ดังใจ แทนที่จะมานั่งบ่นเขากลับเลือกที่จะมองหาโอกาสจากทุกสิ่งแล้วคว้ามันไว้

ลองทำตาม 7 ข้อนี้ดูค่ะ แล้วคุณจะพบว่าความสำเร็จที่คุณฝันถึงนั้นมันไม่ยากเลยมันอยู่ที่คุณปรับเปลี่ยนทัศนคติ และลงมือทำ คุณก็จะกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้เข่นกัน

ที่มา: businessinsider

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram