Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

โรคเกลียดเสียง จุดเริ่มต้นของคำว่าอัจฉริยะ

โรคเกลียดเสียง จุดเริ่มต้นของคำว่าอัจฉริยะ

เคยเป็นกันบ้างมั้ยคะที่รู้สึกรำคาญหรือรู้สึกว่าทนไม่ได้ เวลาได้ยินเสียงคนกัดฟัน เคี้ยวอาหาร กดแป้นพิมพ์ ได้ยินทีไรต่อมโมโหต้องทำงานทุกที แล้วนับวันอาการเหล่านี้ยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ แค่เสียงเคาะโต๊ะ เสียงกดปากกา หรือแม้แต่เสียงกระแอม โอ้ยยยย สารพัดเสียงที่จะโหมกระหน่ำซ้ำเข้ามา จนคุณรู้สึกว่าเรื่องนี้มันเกินขีดความอดทนของคุณไปแล้ว

ถ้าคุณเองก็กำลังพบเจอกับปัญหาอะไรแบบนี้อยู่เหมือนกันล่ะก็ ไม่รู้จะบอกว่าดีใจด้วยหรือเสียใจด้วยดี เพราะคุณกำลังเป็นโรคที่มีคนแค่คน 20% จะได้เป็น ซึ่งก็คือ มีโซโฟเนีย หรือที่คนทั่วไปเค้าเรียกกันตามประสาชาวบ้านว่า “โรคเกลียดเสียง” นั่นเอง

มองเผิน ๆ โรคเกลียดเสียงอาจจะเป็นโรคที่ตลกใช่เล่น และไม่เห็นจะมีผลกระทบอะไรกับการดำเนินชีวิตประจำวันเลย แต่ลองนึกภาพคนที่เป็นโรคนี้แล้วต้องไปนั่งอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยว ฟังเสียงผู้คนมากมายสูดน้ำซุปเข้าปากดูสิ แล้วจะเข้าใจเลยว่ามันเป็นปัญหาขนาดไหน

แต่ก็ใช่ว่าคนที่เป็นโรคนี้จะมีแต่เรื่องให้ทุกข์ใจแค่เพียงอย่างเดียวนะ เพราะข่าวดีที่ตามมาอาจจะทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่าตัวเองโชคดีอยู่ก็ได้ เพราะมีงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัย Northwestern ค้นพบว่า คนที่มีความรู้สึกไวต่อเสียงต่าง ๆ เหมือนกับคนที่เป็นโรคเกลียดเสียงเนี่ย มีแนวโน้มที่จะเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์สูงกว่าคนปกติธรรมดาทั่วไปเยอะเลยล่ะ

เพราะฉะนั้นยิ่งคุณรู้สึกว่าเกลียดเสียงรอบข้างมากเท่าไหร่ รู้สึกอยากวิ่งไปตบปากคนที่เคี้ยวหมากฝรั่งอยู่ตรงหน้ามากแค่ไหน นั่นก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าคุณอาจเข้าใกล้ความเป็นอัจฉริยะเข้าไปมากขึ้นเท่านั้น

แต่เส้นทางสู่ความเป็นอัจฉริยะก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกันได้ง่าย ๆ นะ คุณต้องผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ซะก่อน ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมอัจฉริยะส่วนมากถึงได้มีอาการผิดปกติทางประสาท หรือไม่ก็ต้องจบลงที่การไปพบจิตแพทย์อยู่บ่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น แวนโก๊ะ นั่นเอง ซึ่งถ้าคุณก้าวข้ามผ่านมันไปได้ และพิสูจน์ถึงความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ในหัวของคุณให้คนอื่นเห็นได้ล่ะก็ คุณจะกลายเป็นคนที่มีค่าสำหรับประเทศนี้ขึ้นมาทันทีเลยล่ะ

ที่มา : someecards

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram