Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ตำนานแห่งการเฉลิมฉลองในเทศกาลตรุษจีน

  1. ตำนานแห่งการเฉลิมฉลองในเทศกาลตรุษจีน

   เทศกาลตรุษจีนนั้นเรียกว่า Gua Nian (过年) นภาษาจีนโดยคำนี้สามารถหมายถึง การฉลองปีใหม่ หรือชัยชนะ เหนียน โดยอักษร(年)  สามารถหมายถึง ปีหรือสัตว์ประหลาดเหนียน  หลายท่านอาจจะสงสัยว่าหมายถึงอะไร ชัยชนะเหนียน ? ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องจุดเริ่มต้นแห่งตำนานของเทศกาลตรุษจีน ตำนานเกี่ยวกับเทศกาลนี้นั้นมีมาอย่างช้านานโดยมีเรื่องเล่ากันว่าในสมัยโบราณมีสัตว์ที่ดุร้ายและน่ากลัวมากตัวหนึ่งเรียกว่า” เหนียน” มันมีหัวที่ยาวและมีเขี้ยวที่คมกริบยิ่งกว่าดาบ ออกอาละวาดทำร้ายและกินผู้คนเป็นประจำ เง็กเซียนฮ่องเต้จำได้ลงโทษมันโดยสาปให้มันเป็นหินอยู่บนภูเขา โดยคำสาปนี้จะคลายลงเป็นเวลา 1 วันในวันสิ้นปี หรือนั่นก็คืออนุญาตให้มันลงจากเขาได้ 1 วันใน 365 วันในวันสิ้นปี ดังนั้น ในช่วงเวลาก่อนสิ้นปีชาวบ้านจะพากันออกจากบ้านและไปซ่อนตัวในป่าลึกเพื่อไม่ให้ปีศาจเหนียนมาทำร้าย โดยชาวบ้านทำสืบต่อกันมาอย่างนี้เป็นเวลาช้านาน และแล้วในวันสิ้นปีปีหนึ่งคนในหมู่บ้านเถาชุนกำลังพากันไป


หลบภัยกันบนภูเขา ปรากฏว่ามีชายผู้ชราคนหนึ่งมากจากนอกหมู่บ้าน และได้รับความช่วยเหลือจากหญิงชราผู้หนึ่งในหมู่บ้านด้วยการให้น้ำและอาหาร หลังจากนั้นหญิงชราได้แนะนำชายผู้ชรารีบหนีไป แต่ชายผู้ชราได้ตอบกลับไปว่า “หากแม้นท่านให้เราพักอยู่ที่นี่หนึ่งคืน เราจะขับไล่ปีศาจเหนียนไปให้” และแล้วเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนคำสาปที่สะกดปีศาจเหนียนได้คลายลง มันรีบเข้าไปที่หมู่บ้านแต่กลับรู้สึกว่าบรรยายกาศเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิน โดยบ้านของหญิงชราที่อยู่ท้ายหมู่บ้านนั้นติดกระดาษสีแดง และจุดเทียนมีแสงสว่างออกมา ทันใดนั้นมันก็วิ่งตรงไปที่บ้านหลังนั้นอย่างบ้าคลั่งและโมโหฉุนเฉียวเป็นยิ่งนัก คำรามลั่นสนั่นไปทั่วหมู่บ้าน แต่พอเข้าไปใกล้ประตูกลับมีเสียงดังปังๆๆ ปีศาจเหนียนชะงักเท้า และมองเข้าในบ้านกลับพบชายผู้ชรายืนใส่ชุดสีแดงอยู่ด้านใน ทันใดนั่นปีศาจเหนียนกลับรีบหนีออกไปจากหมู่บ้าน แต่เมื่อเช้าวันใหม่มาถึงชาวบ้านลงมาจากป่าลึกพบว่าหมู่บ้านของตัวเองไม่ถูกทำลาย หญิงชราจึงอธิบายว่ามีคนอาสามาไล่ปีศาจเหนียน โดยทั้งหมดรีบวิ่งไปดูแต่ก็ไม่พบชายผู้ชราอีกแล้ว พวกเขาเห็นเพียงกระดาษสีแดงที่ติดอยู่หน้าบน เทียนแดงที่อยู่ในบ้านและไม้ไผ่ที่ถูกเผาส่งเสียงดัง เปรี๊ยงๆ ปังๆ เท่านั้น ซึ่งแท้จริงแล้วจุดอ่อนของเหนียนอยู่ที่ สีแดง แสงไฟและเสียงประทัดเป็นที่สุด แต่แท้จริงแล้วชายผู้ชรานั้นคือ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ที่แปลงกลายมาให้ความช่วยเหลือแก่ชาวบ้านนั้นเอง เพราะคำสาบของท่านไม่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ตลอด ท่านจึงลงมาบอกจุดอ่อนของปีศาจเหนียนให้แก่ชาวบ้านรู้พวกชาวบ้านดีใจเป็นล้นพ้นเฉลิมฉลองสิริมงคลที่มาถึงค่อยๆเปลี่ยนเสือผ้า เยี่ยมเพื่อนบ้านมิตรสหาย เรื่องนี้แพร่หลายไปอย่างรวดเร็วจนทุกคนรู้ถึงจุดอ่อนของปีศาจเหนียน ในทุกๆปีก่อนถึงช่วงวันสิ้นปี ชาวบ้านจึงกักตุนเสบียงให้เต็มไว้ในบ้าน
เมื่อถึงคืนวันสิ้นปีก็จะปิดประตูหน้าต่าง และไม่ยอมหลับนอน ทุกบ้านจะแปะโคมคู่สีแดง จุดเทียนให้สว่างไสว และเมื่อถึงตอนเช้าทุกผู้คนก็จะออกมาแสดงความยินดีที่ปลอดภัยและไม่ถูกปีศาจเหนียนทำร้าย พร้อมทั้งออกไปเยี่ยมเยียนญาติสนิทมิตรสหายทำเช่นนี้กันจนกลายเป็นประเพณีที่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง กลายเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวจีน

  1. ทำไมจึงต้องแจกอั่งเปา

ในช่วงเวลาตรุษจีน งานแต่งงาน ผู้สูงอายุจะมอบซองแดงให้แก่เด็กหรือคนวัยรุ่นที่ยังไม่ได้แต่งงาน แต่ทราบหรือไม่ครับว่า เจ้าซองอั่งเปานี้มีตำนานความเป็นอย่างไร  จริงๆแล้วซองอั่งเปามีตำนานเล่าขานกันมาในค่ำคืนวันขึ้นปีใหม่โดยมีความเกี่ยวข้องกับปีศาจนามว่า “ซุ่ย” ซึ่งเป็นปีศาจที่ชอบมาคอยรังควานเด็กในยามที่กำลังหลับ โดยซุ่ยจะเข้ามาสัมผัสที่หัวของเด็กหลังจากนั้นเด็กจะจับไข้ ร้องไห้เสียงดังโดยไม่รู้สาเหตุ ดังนั้น พ่อแม่ทั้งหลายจึงต้องจุดเทียนเพื่อให้เกิดแสงสว่างทิ้งไว้ในห้องและคอยเฝ้าเด็กๆไว้ตลอดคืน จนกระทั่งมีครอบครัวหนึ่งมอบเหรียญเงิน 8 เหรียญให้กับลูกๆ เด็กเหล่านั้นนำเงินที่พ่อแม่ให้มาเล่นจนสนุกพอเหนื่อยแล้วจึงเผลอหลับไป พ่อแม่จึงเอาเหรียญเก็บไว้ในกระดาษแดงแล้ววางไว้ข้างหมอนลูก คืนนั้น ปีศาจได้บุกเข้ามาในขณะที่จะลงมือทำร้ายเด็กๆ เกิดแสงจากเหรียญเงินข้างหมอนเข้ามากระทบ
ปีศาจตกใจและหนีไป เรืองราวดังกล่าวแพร่ออกไป ชาวบ้านต่างๆจึงพากันลอกเลียนแบบ เพื่อให้เด็กได้เก็บไว้คุ้มครองตัวเองสืบทอดกันจนมาเป็นธรรมเนียมถึงทุกวันนี้

 

  1. ทำไมจึงต้องมีกระดาษแดงเขียนคำกลอนติดไว้ที่ตรงประตู

   ในเรื่องนี้สามารถสืบย้อนกลับไปได้เกือบ 1,000 ปี โดยมีความเชื่อว่าในสมัยโบราณนั้น มีต้นท้อขนาดใหญ่ที่มีทอดยาวถึง 1,500 กิโลเมตรบนภูเขาในดินแดนยมโลก โดยทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นท้อมีประตูผีเป็นทางเข้าออกของบรรดาภูตปีศาจนานาชนิด ที่ทางด้านหน้าทางเข้ามีเทพเจ้านาม ซิ่งทู้และเทพเจ้าอุกลุ้ยสองพี่น้องเฝ้าประตูเมื่อมีภูติผีตนใดประพฤติชั่วร้ายก็จะใช้เชือกมัดและจับมาสังเวยแก่พยัคฆ์ ดังนั้นภูตผีทั้งหลายจึงเกรงกลัวต่อเทพเจ้าทั้งสองเป็นอันมาก ชาวบ้านจึงมีความเชื่อว่าการแขวนชิ้นส่วนของต้นท้อไว้ที่ประตูทั้งสองฝั่งโดยสลักชื่อของเทพเจ้าทั้งสองไว้จะช่วยปกป้องพวกเขาจากสิ่งอันชั่วร้ายได้ ต่อมาในสมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 960-1279) ผู้คนเริ่มเปลี่ยนจากการสลักชื่อเทพทั้งสองลงบนกิ่งท้อ มาเป็นการเขียนคำที่เป็นมงคลทดแทนและต่อมาก็เปลี่ยนจากกิ่งท้อเป็นกระดาษแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความสุข นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาคำกลอนที่เขียนบนกระดาษแดงได้ถูกใช้เป็นเครื่องแสดงถึงการต้อนรับปีใหม่ที่มาถึงและเป็นเครื่องแสดงถึงความปรารถนาดีหรือสิ่งดีๆสืบมาถึงทุกวันนี้

 

 

 

 

 

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram