Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

เปิดเผยข้อมูลวิจัย!ยิ่งสบถบ่อย แปลว่ายิ่งจริงใจ?!

                ไหนมีใครเป็นคนชอบพูดสบถกันบ้าง? เชื่อว่าต้องมีไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะ แต่การพูดสบถในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงว่าให้เราพูดหยาบคายต่อคนอื่นอยู่ตลอดเวลาโดยไม่รู้จักกาลเทศะใด ๆ หรอกนะ แต่มันหมายถึงการสบถแบบไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนคงจะต้องเคยโดนเพื่อนแกล้งกันบ้างอยู่แล้วจริงมั้ย อยู่ดี ๆ รู้ทั้งรู้ว่าเรากลัวแมลงสาบแค่ไหน แต่ก็ยั๊งจะเอามาแกล้งกันให้ตกใจ ซึ่งเวลาตกใจแต่ละทีเนี่ย ก็ดันเผลอหลุดคำสบถออกมามากมาย บางทีมาแทบจะหมดสวนสัตว์เลยก็มีนะ หรือจะเป็นตอนโดนเซอไพรซ์อะไรสักอย่าง แน่นอนว่าของแบบนี้มันก็ต้องมีบ้างเป็นธรรมดาล่ะเนอะ แต่สิ่งที่มันน่าคิดและเป็นที่มาของหัวข้อในวันนี้ก็คือความจริงที่ว่า เมื่อตอนที่เราสบถออกมานั้น มันเป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ได้มีการเสแสร้งหรือโกหกใด ๆ แต่มันเป็นความคิดของเราตอนนั้นเองจริง ๆ

                ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็กลายมาเป็นประเด็นให้ศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวกับทางจิตวิทยาสังคมและวิทยาศาสตร์บุคลิกภาพ ที่ทาง Dana Dovey แห่ง MedicalDaily ได้เลือกศึกษาและทำการทดลอง 3 อย่าง เพื่อที่จะหาความสัมพันธ์ระหว่างการพูดคำสบถกับความซื่อสัตย์ว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

                ในครั้งแรกนั้น เริ่มที่การศึกษาดูจากผู้เข้าร่วมที่ได้สมัครผ่านทางออนไลน์ และพบว่ามีถึง 276 คนที่ได้ให้คะแนนกับตัวเองว่าพวกเค้าเป็นทั้งคนที่ซื่อสัตย์และชอบพูดคำสบถเสมอ ส่วนครั้งต่อมาคือการวิเคราะห์จากผู้ที่ใช้แอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า myPersonality และระบุว่าเป็นทั้งคนซื่อสัตย์และชอบพูดคำสบถเช่นกัน โดยดูจากการอัพเดตสถานะ (Status) บนเฟซบุคที่มีจำนวนมากถึง 73,789 คนกันเลยทีเดียว ไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะนี่ และท้ายสุดในครั้งสุดท้ายก็คือการวัดในระดับรัฐ โดยการรวบรวมข้อมูลเฟซบุคของทั้งรัฐออกมารวมกัน และดูเลยว่าความซื่อสัตย์กับคำสบถมันไปด้วยกันจริงมั้ย แล้วผลก็ออกมาให้เห็นชัดเลยว่า ในรัฐที่มีการใช้คำสบถมาก ก็จะมีความซื่อสัตย์มากกว่าจริง ๆ

                ดังนั้นจากการทดลองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ก็ได้ผลสรุปออกมาว่า มันมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันจริง ๆ ระหว่างความซื่อสัตย์และการพูดคำสบถนี้ และค่อนข้างจะจริงมากซะด้วย แต่จะว่าไปมันก็ฟังดูมีเหตุผลอยู่เหมือนกันน้า ลองนึกดูสิ ถ้าเรามีเพื่อนคนนึง และมันเป็นคนที่ไม่ได้สุภาพนัก ประเภทที่ว่า “เห้ย! ไปตัดผมที่ไหนมาวะ แม่งโคตรแย่เลย” เราก็อาจจะรับรู้ได้ถึงความจริงจากปากของเพื่อนคนนี้มากกว่าคนอื่นที่แกล้งทำเป็นพูดดี พูดชมไปงั้น ๆ อีกนะเนี่ย แต่ยังไงก็ตามการจะพูดอะไรออกมา เราก็ควรจะคิดให้ดี ๆ ซะก่อนว่าคนที่เราพูดด้วยเป็นใคร และเราอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เพราะถึงแม้จะพูดออกไปแบบจริงใจ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะไม่สวยนักก็ได้นะ

ที่มา: nymag

 

           

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram