Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

พ่อแม่เบาใจ! โรคออทิสติกคาดการณ์ได้แล้ว

พ่อแม่เบาใจ! โรคออทิสติกคาดการณ์ได้แล้ว

โรคออทิสติก เป็นโรคที่เกี่ยวกับการพัฒนาของสมอง เป็นโรคที่ไม่ว่าใครถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้เกิดกับคนรอบตัวโดยเฉพาะกับลูกน้อยของเรา แต่ก่อนจะไม่มีใครรู้ว่าโรคร้ายนี้จะไปตกอยู่กับเด็กคนไหนเมื่อไหร่ แต่ในปัจจุบันวิทยาการก้าวหน้าไปมากจนตอนนี้เราสามารถคาดการณ์ว่าเด็กทารกจะเสี่ยงเป็นโรคออทิสติกรึเปล่า ตอนที่เด็กอายุขวบเดียวอาจจะวินิจฉัยยากซักหน่อย ปกติแล้วจะวินิฉัยกันเมื่อทารกมีอายุ 2 ขวบ ขึ้นไป วิธีการวินิจฉัยใหม่นี้ต้องใช้เครื่อง MRI สแกนสมองเพื่อหาโรคออทิสติก โดยความพิการในด้านพัฒนาการจะแสดงออกมาชัดเจนในช่วง อายุ 2 - 4 ขวบ

นักวิจัยบอกว่า ในสหรัฐอเมริกาเด็กที่มีพี่น้องหรือครอบครัวเป็นออทิสติกจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นออทิสติกด้วยถึง 1 ใน 68 คน แต่กับเด็กที่ครอบครัวหรือพี่น้องไม่มีใครผิดปกติจะมีโอกาสเสี่ยงแค่  1 ใน 100 เท่านั้น ทีมวิจัยจับตาดูเด็กกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงคือกลุ่มที่ครอบครัวมีคนเป็นออทิสติก โดยวัดปริมาณโดยรวมพื้นที่ผิวและความหนาของเปลือกสมอง จนนักวิจัยค้นพบการเติบโตที่ผิดปกติของพื้นที่ผิวเยื่อหุ้มสมองในเด็กทารก และการวินิจฉัยยังพบอีกว่า ประมาณ 80% จากทารก15 คนที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับออทิสติก จะสามารถพบความผิดปกติได้ตอนอายุ 24 เดือน

จากหลักฐานของ ดร.Joseph Piven อาจารย์จิตเวชที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาบอกว่า การศึกษาก่อนหน้านี้ได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อเทียบกับเด็กปกติแล้ว เด็กที่เป็นออทิสติกจะมีผิวเยื่อสมองที่ใหญ่กว่าเด็กปกติมาก ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ Piven และเพื่อนร่วมงานของเขาตรวจสอบความหนาและพื้นผิวเยื่อหุ้มสมองของทารกในงานวิจัย สิ่งที่พวกเขาพบคือ ความหนาของเยื่อหุ้มสมองของเด็กที่เสี่ยงและเด็กปกติจะไม่แตกต่างกัน แต่พื้นที่ผิวจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าปกติมาก ๆ ระหว่างอายุ 6 – 12 เดือน Piven กล่าวว่านี่เป็น "การขยายตัวของพื้นที่ผิวเยื่อหุ้มสมองอย่างรุนแรง"

Piven อธิบายว่าเด็กทารกปกติจะพัฒนาสมองซึ่งทำให้พื้นที่ผิวเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงชีวิตนี้ แต่ในเด็กออทิสติกจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าเด็กปกติอย่างมาก ซึ่งการขยายตัวของพื้นที่ผิวเยื่อหุ้มสมองนั้นเป็นผลมาจากการขยายพื้นที่ของเซลล์ต้นกำเนิดประสาท

Piven สรุปถึงผลการวิจัยว่า “การเปลี่ยนแปลงของสมองในสองปีแรกของชีวิตนี่แหละ ที่ส่งผลให้เกิดโรคออทิสติกในช่วงปลายปีที่สอง

ถึงแม้การพบความผิดปกติในเด็กจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นได้แต่ก็ทำให้พ่อแม่เด็กมีเวลาเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับอาการของโรค มีเวลาที่จะเข้าใจและศึกษาวิธีการดูแลเด็กพิเศษเหล่านี้ให้ได้ดีมากขึ้นได้นั่นเอง

 ที่มา: edition

 

 

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram