Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

นักจิตวิทยาคอนเฟิร์ม! เด็กผู้ชายเซนซิทีฟกว่าเด็กผู้หญิงมากๆ!!

นักจิตวิทยาคอนเฟิร์ม! เด็กผู้ชายเซนซิทีฟกว่าเด็กผู้หญิงมากๆ!!

เด็กผู้ชายทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ต้องทนรับแรงกดดันต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลก อย่างที่เราเห็นว่าพวกเค้าต้องถูกสอนให้เข้มแข็ง สอนให้อดทน สอนให้มีความเป็นลูกผู้ชาย สอนให้แมน ก่อนที่จะผูกเชือกร้องเท้าเองเป็นซะอีก! เด็กผู้ชายส่วนมากจะถูกสอน ถูกเลี้ยงดูขึ้นมาให้กลายเป็นคนแข็งกระด้าง และห้ามมีน้ำตาออกมาให้เห็นแม้แต่หยดเดียว

แต่ความคาดหวังกับผลลัพธ์ที่ได้มันช่างสวนทางกันซะจริง ๆ เพราะเด็กผู้ชายที่มีความเข้มแข็ง และพร้อมจะโตมาผจญภัยกับโลกที่โหดร้ายนี้มันมีแค่ในนิทาน ดร. Allan Schore นักจิตวิทยาที่ UCLA อธิบายเรื่องที่เด็กผู้ชายเติบโตขึ้นมาโดยที่ไม่สามารถทนรับกับแรงกดดันได้ ไว้ดังนี้

เหตุผลเพราะ เด็กผู้ชายเกิดมาโดยมีฮอร์โมนที่ใช้ควบคุมความเครียดน้อยกว่าเพศหญิง และที่สำคัญเลยก็คือ สมองซีกขวาของเด็กผู้ชาย ซึ่งทำหน้าที่ในการพัฒนาด้านอารมณ์ จะโตช้ากว่าเด็กผู้หญิงมาก

คือว่ากันง่าย ๆ มันฝังรากลึกกันมาตั้งแต่ระดับชีววิทยากันเลย เด็กผู้หญิงจะเกิดมาพร้อมกับการปรับตัวให้รับกับความเครียดได้มากกว่า ซึ่งเด็กผู้ชายมีตรงนี้น้อยสุด ๆ จึงทำให้จำนวนเด็กออทิสติกเพศชายสูงกว่าเพศหญิง แถมบางคนยังมีโอกาสกลายเป็นสมาธิสั้นไปก็มี

แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กผู้ชายทุกคนจะมีอาการผิดปกติอะไรหรอกนะ เพราะมันเป็นธรรมชาติของระบบในร่างกายเด็กผู้ชาย การพัฒนาอะไรต่าง ๆ เป็นไปตามกลไกของมันทั้งหมด โดยเด็กเหล่านี้จะเริ่มมีอาการอ่อนแอ และเซนซิทีฟแรงขึ้นเมื่ออายุครบ 1 ปี คือพวกเค้าจะอดทนก็ไม่อดทน จะอ่อนแอก็ไม่อ่อนแอ เหมือนอยู่ในช่วงกำลังพัฒนานั่นแหละ แต่ช่วงวัยแบบนี้ก่อนที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเค้าจะแสดงความอ่อนแอออกมากว่าลูกสาวแค่นั้นเอง

แล้ววิธีรักษาหรือปฏิบัติกับเด็กในวัยนี้คืออะไรกันล่ะ? คุณแม่ทั้งหลายก็ต้องคอยเทคแคร์ ดูแล เอาใจใส่กับเด็กผู้ชายช่วง  6 เดือนถึง  1 ขวบ ให้ดี เพราะมันเป็นช่วงที่สมองเค้ากำลังพัฒนา พ่อแม่อาจจะต้องสละเวลานิดนึงมาดูแลพวกเค้าเป็นพิเศษ กอดเค้า ปลอบเค้าตอนเค้าร้องไห้ พยายามเล่นกับเค้า คลอเคลียกับเค้าบ่อย ๆ

แต่การประคบประหงมตรงนี้ไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องเกิดขึ้นตลอดไป เพราะสุดท้ายแล้ว เด็กผู้ชายคนนั้นก็ต้องโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ด้วยตัวเองอยู่ดี

และทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ปล่อยปละละเลยลูกสาวไปแบบไม่ต้องสนใจเลยนะ ในฐานะพ่อแม่เราก็ต้องปฏิบัติกับลูกของเราให้ดี ไม่ว่าเค้าจะเป็นเพศไหนก็ตาม ต้องใส่ใจ ให้ความรัก และดูแลพวกเค้าอย่างดีด้วยความเท่าเทียม

ที่มา: womansday

get up close & personal with instagram