Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

รู้จักวิธีเลือกใช้เซรั่มชะลอริ้วรอยให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละแบบ

แนะวิธีการเลือกใช้เซรั่มให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละชนิด

“ เซรั่ม ” เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ประเภทสกินแคร์ที่หลายคนรู้จักกันดี ซึ่งเจ้าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ถูกจัดให้เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีน้ำหนักเบาที่อุดมไปด้วยสารอาหารขนาดเล็กที่ทรงพลังทำให้เซรั่มสามารถซึมสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก ทั้งนี้เซรั่มส่วนมากได้ถูกผลิตขึ้นเพื่อช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระ และทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นขึ้น

หากคุณมีผิวมันไปจนถึงผิวธรรมดา คุณอาจพบว่าการทาเซรั่มหลังทำความสะอาดใบหน้าก็นับว่าเพียงพอแล้ว แต่คนส่วนมากยังต้องได้รับความชุ่มชื้นมากกว่านั้นค่ะ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติที่จะใช้ครีมมอยส์เจอไรเซอร์  และอายครีมหลังทาเซรั่ม โดยให้ทาที่หน้าและลำคอ

ทั้งนี้คุณสามารถใช้เซรั่มได้ทั้งตอนเช้าหรือตอนกลางคืน หรือจะใช้ทั้งสองช่วงเวลาก็ได้ค่ะ และด้วยความที่เซรั่มทำให้ผิวของเราแข็งแรง นุ่ม และช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้เราสามารถนำเซรั่มมาใช้เป็นไพรเมอร์ในขั้นตอนการแต่งหน้าได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี สำหรับใครที่สงสัยว่าตัวเองเหมาะกับเซรั่มแบบไหน วันนี้เราจะพาคุณไปดูวิธีการเลือกเซรั่มให้เหมาะกับสภาพผิวค่ะ มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

เลือกใช้เซรั่ม

  1. ผิวแห้ง

ถ้าคุณมีผิวแห้ง คุณอย่าลืมทาเซรั่มควบคู่กับครีมมอยส์เจอไรเซอร์ค่ะ สำหรับส่วนผสมหลักที่คุณจำเป็นต้องได้รับในเซรั่มคือ กรดไฮยาลูรอนิก โปรตีนไหม (Silk proteins) และเซรามายด์เพื่อเติมความชุ่มชื้น นอกจากนี้เซรั่มที่มีส่วนผสมของวิตามินอียังช่วยรับมือกับผิวแห้งและริ้วรอยตื้นๆ ในขณะที่สารสกัดจากผลไม้สามารถช่วยขัดผิวอย่างอ่อนโยนเพื่อให้ผิวไม่หมองคล้ำและเปล่งประกาย

  1. ผิวมีอายุ

หากริ้วรอยเริ่มปรากฏตามส่วนต่างๆ บนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยตื้นๆ หรือรอยย่น รวมถึงการมีสีผิวไม่สม่ำเสมอและมีรูขุมขนกว้าง คุณอาจจำเป็นต้องใช้เซรั่มที่มีส่วนผสมของกรดไฮดร็อกซีค่ะ นอกจากนี้ Aminofill และ Gluconolactone ยังเป็นส่วนผสมน้องใหม่ที่ช่วยทำให้ผิวเหมือนได้เกิดใหม่และนุ่มขึ้น ในขณะที่กรดไฮยาลูรอนิกในเซรั่มสามารถช่วยทำให้ริ้วรอยต่างๆ ดูตื้นขึ้นค่ะ

  1. ผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

เซรั่มเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าของคนที่มีผิวชนิดที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายค่ะ ทั้งนี้ให้คุณเลือกเซรั่มที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิกที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นโดยไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน และมองหาเซรั่มที่มีกรดซาลิซิลิก กรดผลไม้ หรือวิตามินซีเพื่อช่วยลดรอยแดงและการอักเสบที่มาพร้อมกับสิว รวมถึงช่วยปรับสีผิวให้มีความสม่ำเสมอ

เลือกใช้เซรั่ม

  1. ผิวผสม

หากผิวของคุณแห้งและมัน หรือที่เรียกว่าผิวผสม การใช้เซรั่มเป็นสูตรออยล์ที่มีส่วนผสมของทับทิม และน้ำมันซิตรัสควบคู่กับกรดไฮยาลูรอนิกจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้บริเวณผิวที่แห้งโดยไม่เพิ่มความมันให้กับผิวบริเวณที่มีความมันอยู่แล้ว นอกจากนี้การใช้เซรั่มที่มีกรดไกลโคลิกจะสามารถช่วยสร้างสมดุลให้กับผิวบนใบหน้าค่ะ

  1. ผิวมัน

สำหรับสาวๆ คนไหนที่มีผิวมัน เซรั่มที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณจะต้องมีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิก เซรามายด์ และมารีนโปรตีน (Marine protein) ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและทำให้รูขุมขนเล็กลง แต่นอกจากส่วนผสมดังกล่าวแล้ว สาวๆ อาจเลือกใช้เซรั่มที่มีส่วนผสมของวิตามินซีเพื่อช่วยรับมือกับปัญหาผิวมีอายุ และปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ

  1. ผิวธรรมดา

คนที่มีผิวธรรมดาถือเป็นคนที่โชคดีมากค่ะ เพราะคุณไม่ต้องมารับมือกับปัญหาผิวแห้งหรือผิวมัน ทั้งนี้เซรั่มที่เหมาะสำหรับคนที่มีผิวธรรมดาคือจะต้องช่วยต้านริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และทำให้โทนผิวมีความสม่ำเสมอ ถ้าอยากให้ผิวนุ่มขึ้น การใช้เซรั่มที่มีส่วนผสมของมารีนคอลลาเจน และกรดไฮยาลูรอนิกสามารถช่วยคุณได้ค่ะ หรือใครที่มีปัญหาจุดด่างดำบนใบหน้า ให้คุณเลือกใช้เซรั่มที่มีส่วนผสมของวิตามินซี

การที่เราจะมีผิวที่ดูมีสุขภาพดีได้นั้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับการบำรุงผิวหน้าเป็นประจำค่ะ สำหรับคนที่ไม่ชอบความเหนอะหนะของครีม  การลองหันมาใช้เซรั่มก็น่าจะตอบโจทย์คุณได้ดีทีเดียว เพราะเซรั่มสามารถซึมสู่ผิวได้เร็ว และช่วยบำรุงผิวได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งการเลือกใช้เซรั่มให้เหมาะกับแต่ละสภาพผิวก็จะยิ่งทำให้คุณเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นค่ะ

ที่มา: womenshealthmag

get up close & personal with instagram