Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

แนะนำอาหารเสริมฟื้นฟูผิวให้เปล่งปลั่งและเส้นผมแข็งแรงดูมีสุขภาพดี

แนะนำอาหารเสริมฟื้นฟูผิวให้เปล่งปลั่งและเส้นผมแข็งแรงดูมีสุขภาพดี

สาวๆ เคยเบื่อ หรือรู้สึกท้อแท้กับปัญหาผิวแห้ง ปากแห้ง หรือผมไม่เป็นประกายสวยบ้างไหมคะ ? ถ้าคำตอบคือใช่ล่ะก็ อาหารเสริมจากธรรมชาติ หรือวิตามินสำหรับบำรุงเส้นผมและผิวพรรณอาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปดูว่ามีวิตามินหรือสารอาหารชนิดใดบ้างที่จะทำให้ผิวและเส้นผมของคุณฟื้นคืนชีพกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

biotin

  1. ไบโอตินเป็นสุดยอดวิตามินสำหรับเส้นผม

ไบโอตินเป็นสารอาหารที่พบได้มากในเนยถั่วลิสงและกล้วยค่ะ ทั้งนี้ไบโอตินเป็นวิตามินบีที่มีประโยชน์ต่อผิว ระบบประสาท ทางเดินอาหาร และระบบเผาผลาญ ซึ่งการทานโบโอตินสามารถช่วยลดปัญหาเส้นผมหลุดร่วง และทำให้เล็บเจริญเติบโต “ คนที่เป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ควรทานไบโอตินเพิ่มเติม ” กล่าวโดย David Bank ผู้อำนวยการของ The Center for Dermatology ที่นิวยอร์ก “การทานไบโอตินควบคู่กับ Chromium picolinate ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่พบได้ในอาหารบางชนิดอาจช่วยให้น้ำตาลในเลือดกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม สำหรับปริมาณของไบโอตินที่แนะนำให้ทานต่อวันคือ 35 ไมโครกรัม ซึ่งคุณอาจทานเป็นปกติอยู่แล้ว ” Dr.Bank เสริม

  1. สารสกัดจากเฟิร์นมีสารที่ช่วยรักษาผิว

สารสกัดจากเฟิร์นได้ถูกวิจัยมานานเกือบ 20 ปีสำหรับความสามารถในการรักษาผิว อย่างไรก็ดี มีงานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้พบว่า สารสกัดจากเฟิร์นสามารถช่วยปกป้องผิวของเราจากรังสีอัลตราไวโอเลต อีกทั้งยังช่วยรักษาปัญหาผิวอย่างผื่นผิวหนัง โรคสะเก็ดเงินและโรคด่างขาว “ สารสกัดจากเฟิร์นมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่มีต่อเนื้อเยื่อผิวหนัง ” กล่าวโดย Dr.Bank ทั้งนี้ให้คุณลองปรึกษาแพทย์ก่อนทานมันค่ะ ซึ่งปริมาณที่คุณสามารถทานได้นั้นขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว ซึ่งมีความสัมพันธ์กับผิวของแต่ละคนค่ะ

  1. ธาตุเหล็กทำให้ผิวเปล่งประกาย

ถั่วมะม่วงหิมพานต์

“ ถ้าไม่มีธาตุเหล็ก เส้นผมของคุณจะไม่มีประกาย ลีบ และแห้งกร้าน ” กล่าวโดย Dr.Bank นอกจากนี้เขายังเสริมด้วยว่าเมื่อร่างกายไม่ได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ มันก็จะทำให้เล็บเปราะและแตกหักง่าย สำหรับอาหารที่เราสามารถพบอาหารชนิดนี้ได้มากก็คือ ผักโขม หอยนางรม และถั่วมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งมันจะช่วยให้คุณมีผิวที่เปล่งปลั่งน่ามอง อย่างไรก็ตาม Soheil Simzar อาจารย์ที่ UCLA และผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียแนะนำว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคขาดธาตุเหล็กเท่านั้นที่ควรทานธาตุเหล็กในรูปแบบของอาหารเสริม หากร่างกายได้รับสารอาหารชนิดนี้มากเกินไปก็อาจทำให้โครงสร้างผิวถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระค่ะ

  1. กรดไขมันโอเมก้า-3 ช่วยป้องกันริ้วรอย

เราสามารถพบโอเมก้า-3 ได้ในปลาที่มีไขมันสูงอย่างแซลมอน ซาร์ดีน และแมคเคอเรลค่ะ ซึ่งเจ้าสารอาหารชนิดนี้จะช่วยให้ผิวของคุณชุ่มชื้นน่าสัมผัส “ โอเมก้า-3 ช่วยชะลอกระบวนการชราภาพเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอย ” กล่าวโดย Dr.Bank ทั้งนี้มีงานวิจัยในปี ค.ศ.2005 พบว่า EPA ซึ่งเป็นประเภทของโอเมก้า-3 ที่พบได้ทั่วไปในน้ำมันปลาสามารถช่วยยับยั้งไม่ให้เอนไซม์ที่หลั่งออกมาเมื่อผิวสัมผัสกับรังสีอัลตราไวโอเลตถูกปล่อยมา ซึ่งเจ้าเอนไซม์ชนิดนี้จะทำให้คอลลาเจนถูกทำลาย ทำให้เกิดริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อย ”  แต่ประโยชน์ของโอเมก้า-3 ยังมีไม่หมดเพียงเท่านี้ค่ะ เพราะมันมีคุณสมบัติที่ช่วยให้เส้นผมเงางาม ป้องกันไม่ให้ผมแห้งเสีย และทำให้หนังศีรษะปลอดสะเก็ด ซึ่งปริมาณที่คุณควรได้รับโอเมก้า-3 ต่อวันคือ 600 มิลลิกรัม แต่หากคุณเป็นโรคที่เกี่ยวกับอารมณ์ แพ้ปลา โรคเบาหวาน หรือมีความดันโลหิตสูง คุณอาจต้องลองปรึกษาแพทย์ก่อนค่ะ

  1. วิตามินซีช่วยให้เส้นผมเติบโต

vitamin c

“ วิตามินซีสามารถช่วยให้ผมงอกดีขึ้น ต่อสู้กับรังแค หยุดปัญหาผมร่วง และทำให้เส้นผมหนาขึ้น แต่ถ้าร่างกายไม่ได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอ มันก็จะทำให้เส้นผมแตกปลายได้ ” กล่าวโดย Dr.Bank นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเมื่อปี ค.ศ. 2013 พบว่า คนที่ทานวิตามินอี และวิตามินซีเป็นอาหารเสริมจะมีผิวที่แห้งน้อยลง มีผิวที่กระชับ และสว่างสดใสมากขึ้นหลังทานไป 4 เดือน อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงปริมาณในการทานวิตามินซีเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเส้นผมและผิวพรรณ จำนวนที่คุณทานนั้นขึ้นอยู่กับเพศค่ะ หากเป็นผู้หญิงที่มีอายุ 19 ปี หรือมากกว่า คุณควรทานวิตามินซีให้ได้ 75 มิลลิกรัมต่อวัน ในขณะที่ผู้ชายที่มีอายุ 19 ปี หรือมากกว่า คุณควรทานวิตามินซีวันละ 19 มิลลิกรัม

  1. วิตามินอีช่วยต้านริ้วรอยและสัญญาณของความแก่อื่นๆ

“ วิตามินอีมีความเหมือนกับวิตามินซีตรงที่มันเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ที่ทรงพลัง โดยมันจะช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการทำให้ผิวเกิดริ้วรอย ” กล่าวโดย Simzar ทั้งนี้มีงานวิจัยหนึ่งในปี ค.ศ.2010 พบว่า ผู้ชายที่ทานวิตามินซีจะมีเส้นผมที่มากกว่าคนที่ทานยาหลอก ซึ่งวิธีทานวิตามินอีที่ดีที่สุดคือการทานในรูปแบบของแคปซูลเจล เพราะมันสามารถละลายได้ในไขมัน แต่คุณต้องระวังอย่าทานให้มากเกินไป มิเช่นนั้นมันสามารถทำให้เกิดรอยฟกช้ำได้ค่ะ สำหรับปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่คือ 30 IU แต่หากคุณอยากได้รับวิตามินจากการทานอาหาร คุณสามารถพบเจ้าสารอาหารชนิดนี้ได้มากในอะโวคาโด น้ำมันมะกอก และจมูกข้าวสาลีค่ะ

การมีเส้นผม และผิวที่มีสุขภาพดีได้นั้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิธีการดูแลตัวเองของคุณค่ะ สำหรับใครที่กำลังเจอปัญหาผมแห้งหรือผิวเสีย การทานอาหารเสริมตามที่เรากล่าวไปข้างต้นจะช่วยให้คุณกลับมามีผมที่นุ่มสลวย และผิวที่ดูมีสุขภาพดีอีกครั้งลองเลือกทานกันดูนะคะ

ที่มา: everydayhealth

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram