Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ปัญหาลูกติด?? นี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่แนะนำลูกให้คุณรู้จักสักที

ปัญหาลูกติด? นี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่แนะนำลูกให้คุณรู้จักสักที 

ปัญหาโลกแตกสำหรับผู้หญิงอยากสานสัมพันธ์กับผู้ชายที่เคยมีอดีตก็คือเรื่องลูกของเขา หลายๆ คคนอยากจะเข้าไปทำความรู้จักและใช้เวลาร่วมกับลูกๆ ของผู้ชายที่ตนคบด้วย.. ติดอยู่แค่ว่า ผู้ชายคนนั้น และ(หรือ)ภรรยาเก่าของเขาไม่เห็นด้วยกับไอเดียนี้น่ะสิ่ เรื่องนี้เป็นเรื่องปรกติมากๆ เพราะสำหรับหลายๆ คน (ไม่ว่าจะชายหรือหญิง) การแนะนำลูกติดให้คนรักนั้น ถือว่าเป็นก้าวใหญ่ของความสัมพันธ์ และสำคัญยิ่งกว่าการพาคนรักไปแนะนำกับพ่อแม่เสียอีก เพราะแน่นอนว่าสามารถสร้างผลกระทบได้ในหลายๆ เรื่องเมื่อมีเด็กเข้ามาเกี่ยว

แต่ผู้หญิงหลายๆ คนก็อดสงสัยไม่ได้ว่า “จะต้องรอถึงเมื่อไหร่” จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่มีคำตอบที่ตายตัว แต่เรามีความเห็นของผู้ชายที่เป็นพ่อที่อาจจะสามารถบอกคุณได้ว่าทำไม๊ทำไมเขาถึงยังไม่กล้าพาคุณไปแนะนำให้ลูกเขารู้จัก ถึงแม้ว่าตัวคุณเองจะรู้สึกพร้อมแล้วก็ตาม  

 

เขา “ยัง” ไม่ได้ชอบคุณขนาดนั้น: 
บางทีคุณสองคนอาจจะยังรู้จักกันได้ไม่นาน และในความรู้สึกของเขา เขายังรู้จักคุณไม่ดีพอที่จะพาไปแนะนำให้ลูกเขารู้จัก และถึงแม้ว่าเขาคนนั้นของคุณจะรู้สึกว่าคุณเป็นคนพิเศษสำหรับเขา แต่เขาก็ยังคงมีไทม์ไลน์ในใจว่าเมื่อไหร่คือเวลาที่เหมาะสม (กี่เดือน หรือกี่ปี ฯลฯ) หรืออาจจะเป็นเรื่องของอายุของลูกเขาก็เป็นได้

เขาอาจจะคิดว่า ตอนนี้เราคบกันแบบไหนแล้ว ตอนนี้เขารู้จักคุณดีแค่ไหนแล้ว? คุณเชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องอะไร? คุณมีไลฟ์สไตล์แบบไหน? เขาไว้ใจคุณได้มั้ย? คุณพึ่งพาได้มั้ย? ยิ่งถ้าคุณเองก็มีลูกติด .. เขาจะยิ่งต้องดูว่าสไตล์การเลี้ยงลูกของคุณกับเขาเข้ากันได้หรือเปล่า? แล้วคุณจะยอมให้เขายกลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดได้หรือเปล่า? ลูกของเขามีปัญหาอะไรมั้ย? ฯลฯ

กลับมาที่คำถามว่า “คุณควรจะรอนานแค่ก็ไหน เขาจึงจะพาคุณไปแนะนำกับลูก?” ยิ่งคุณเรียนรู้เรื่องของกันและกันมากขึ้น คำถามที่เขามีในใจก็จะได้รับคำตอบ และเมื่อนั้นแหล่ะเขาก็จะรู้สึกพึงพอใจและพร้อมพาคุณไปแนะนำทันที

เขาไม่ได้ชอบคุณขนาดนั้น: 
มันอาจจะเจ็บแต่เหตุผลนี้เป็นเรื่องจริงที่หลายๆ คนเคยเจอมาแล้ว บางทีคุณอาจจะใช้เวลากับเขามากพอที่จะทำให้เขามั่นใจแล้วว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาตามหา หรือเขาอาจจะไม่แน่ใจว่าคุณกับลูกเขานั้นจะเข้ากันได้ (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม) หรือตอนแรกเขาอาจจะคิดว่าเขาพร้อมที่จะเจอคนใหม่ๆ และเริ่มผูกมัดกับเธอ พร้อมทั้งแนะนำลูกให้เธอคนนั้นรู้จัก... แต่ในความเป็นจริงเขายังไม่พร้อม และเขาก็เพิ่งรู้ตัวว่าเขายังไม่อยากถลำลึกไปกับคุณ.... บางทีเขาอาจจะอยากคบเล่นๆ ไปก่อน หรือไม่คบเลยจนกว่าเขาจะเข้าใจตัวเองว่าต้องการอะไร

สำหรับกรณีนี้ ถ้าคุณมีคำถามว่า “คุณควรจะรอนานแค่ก็ไหน เขาจึงจะพาคุณไปแนะนำกับลูก?” คุณควรที่จะหยุดเร่งความสัมพันธ์เอาไว้ก่อน และเคารพการตัดสินใจของเขาที่ว่าคุณของคนเข้ากันไม่ได้... อย่าบังคับเขา และที่สำคัญที่สุด อย่าเอาลูกเขามาเป็นมาตรวัดว่าเขาชอบคุณมากแค่ไหน เพราะเขาคงไม่ปลื้มคุณหรอกถ้าคุณจะยื่นคำขาดเรื่องลูกของเขา.. งั้นถ้าคุณรู้สึกว่าเขายังไม่พร้อมที่จะก้าวไปกับคุณ ก็ถอนตัวเองออกมาอย่างคนมีศักดิ์ศรี

มันไม่ใช่ความผิดคุณ มันคือความผิดของเขา!: 
สำหรับผู้ชายที่เคยหย่ามาแล้ว เขาจะต้องมีช่วงเวลารักษาแผลใจจนกระทั่งรู้สึกว่าพร้อมแล้วที่จะก้าวไปข้างหน้า บางทีเขาอาจจะเคยคิดว่าเขาพร้อมแล้วที่จะคบคนใหม่ๆ แต่พอคบแล้วเขากลับรู้สึกเคว้งกว่าเดิม ถึงแม้ว่าเขาเองนั่นแหล่ะที่จะเป็นคนตัดสินใจบอกเลิกภรรยาเก่า แต่เขาก็ยังสามารถที่จะรู้สึกเสียดายความสัมพันธ์อันนั้น และ (หรือ) รู้สึกสงสารลูกที่ต้องมาเจอกับสถานการณ์ที่พ่อแม่ต้องมาเลิกกัน ยิ่งเขาอาจจะมีปัญหาเข้าหน้าภรรยาเก่าไม่ติดยิ่งไปกันใหญ่

ถ้าคุณถามตัวเองว่า “คุณควรจะรอนานแค่ก็ไหน เขาจึงจะพาคุณไปแนะนำกับลูก?” คิดเสียว่า โอเคถึงแม้ว่าเขาอาจจะเขวเรื่องต่างๆ ที่เราได้กล่าวไปในข้างต้น แต่เขาก็อาจจะอยากมีแฟน อยากสนุก อยากมีคนรู้ใจอยู่บ้าง ดังนั้นมันเป็นหน้าที่ของคุณที่จะตัดสินใจว่าสิ่งที่เขาให้คุณได้นั้นมันพอมั้ย และคุณจะสามารถยอมทนให้อยู่สถานะกำกวมได้นานเท่าไหร่  มันไม่มีคำตอบที่ถูกที่สุดในเรื่องนี้ สุดท้ายแล้วต้องเป็นคุณเองที่ตัดสินใจด้วยความรู้สึกที่มี

เขาพร้อม คุณพร้อม แต่มันยังไม่ถึงเวลา: 
ยิ่งคุณสองคุณตกหลุมรักกันอย่างหัวปักหัวปำและเขาก็รู้สึกมั่นใจมากๆ ว่าคุณคือคนที่ใช่ แต่เขาอาจจะมีข้อตกลงกับภรรยาเก่าว่าจะต้องรอนานแค่ไหนถึงจะเหมาะสมในการพาคนรักใหม่มาแนะนำให้ลูกรู้จัก หรือตัวเขาเองนั่นแหล่ะที่รู้สึกว่าลูกเขายังไม่พร้อม (บางคู่เลือกที่จะรอจนลูกจบมัธยมปลายก็มีนะ)

คำถามว่า “คุณควรจะรอนานแค่ก็ไหน เขาจึงจะพาคุณไปแนะนำกับลูก?” มันขึ้นอยู่กับหลายๆ อย่าง เช่น เขาใหว้สัญญาณคุณหรือยังว่าเมื่อไหร่ที่เหมาะสม? คุณจะรอได้นานอีกแค่ไหนก่อนจะรู้สึกโกรธ ไม่พอใจ หรือเริ่มไปกดดันเขา?  มีวิธีอื่นมั้ยที่เขาได้แสดงให้คุณเห็นว่าเขาใส่ใจและจริงจังกับคุณมากพอที่จะสามารถทำให้คุณรอต่อได้? ถ้าคุณรอได้ ก็รอต่อไป ถ้ารอไม่ได้ ก็ถอยออกมา

รู้สึกผิดเรื่องหย่า: 
มันเป็นเรื่องปกติที่พ่อหม้ายแม่หม้ายจะรู้สึกผิดต่อลูกเรื่องหน่า พวกเขารู้สึกผิดที่ทำให้ลูกเสียใจมาเป็นเวลานาน (ก่อนหย่าอีกต่างหาก) เพราะฉะนั้นเขาจะไม่พยายามทำให้ลูกเสียใจไม่มากกว่านี้ ยิ่งบางคนมีเวลากับลูกจำกัด เขาจึงอยากจะให้ทุกช่วงเวลาที่ใช้กับลูกนั้นเป็นช่วงเวลาของความสุข ไม่ใช่เอาเรื่องของผู้ใหญ่หรืออะไรที่วุ่นวายมาทำให้ลูกไม่สบายใจ 

พ่อแม่บางคนกลายเป็น “คุณพ่อขาประจำดิสนีย์แลนด์” เพียงเพราะอยากจะปรนเปรอลูกให้ลืมความทุกข์ที่พ่อแม่หย่ากัน  บางคนก็เลือกที่จะเก็บเรื่องแฟนใหม่ของตนไม่ให้ลูกได้รับรู้ เพราะคิดว่าลูกคงรับคนใหม่ไม่ได้ เพราะมันมีความเปลี่ยนแปลงหลายเรื่องมากเหลือเกินตั้งแต่พ่อกับแม่เลิกกัน พวกเขาอยากให้ชีวิตของลูกเขากลับเป็น “ปรกติ” เร็วที่สุด โอเคเหตุผลเหล่านั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องความรู้สึกผิดทั้งหมด แต่ความรู้สึกผิดนี่แหล่ะที่จะทำให้เขารู้สึกว่าควรเลี่ยงการแนะนำแฟนใหม่ให้ลูกรู้จัก

คำถามว่า “คุณควรจะรอนานแค่ก็ไหน เขาจึงจะพาคุณไปแนะนำกับลูก?” บางทีคุณควรจะรอเมื่อความรู้สึกของเขาหายไป หรือลดน้อยลง  อาจจะเมื่อภรรยาเก่าของเขาเริ่มแนะนำแฟนใหม่ก่อน แล้วเขาจึงรู้สึกสบายใจพอที่จะทำบ้าง แต่ก็มีเพียงคุณเท่านั้นแหล่ะที่จะรู้ว่าคุณสามารถรอได้ถึงเมื่อไหร่ ถ้าคุณสามารถรอได้ชิลล์ๆ ก็รอต่อไป 


***


มันเป็นความรับผิดชอบของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่จะคำนึงถึงว่าควรจะแนะนำให้ลูกรู้จักใครบ้าง เมื่อไหร่ และจังหวะไหน และแน่นอนว่ามันไม่จำเป็นต้องแฟร์สำหรับคุณ แต่คุณก็ไม่ควรที่จะต้องมาทนกับความรู้สึก “ไม่มีตัวตน” ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ตลอดไปเรื่อยๆ

บางครั้งการคบกับคนที่มีลูกติดนั้นเหมือนการทดสอบความอดทนซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่สามารถจะทำได้ และอาจจะเป็นนเรื่องยากมากสำหรับคนที่มีลูกติดเช่นเดียวกัน (คุณอาจจะรู้สึกว่า ฉันพร้อมแนะนำลูกให้คุณแล้วทำไมคุณยังไม่พร้อมอีก?) การรอคอยนั้นต้องใช้ความอดทนและการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา ถึงแม้ว่าบางครั้งจะไม่สามารถการันตีได้ว่าจะจบแบบสวยๆ ก็ตาม

จำไว้ว่าเมื่อถึงเวลาที่คุณได้เจอลูกของเขานั้นไม่เพียงแต่คุณจะได้ก้าวกระโดดไปแล้วหนึ่งขั้น แต่คุณยังจะต้องเพิ่มระดับการปฏิสัมพันธ์และความยุ่งยากอีกเท่าตัว นึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูก, เขากับลูก, และคุณกับลูกเขา หรือเขากับลูกคุณ – หรือแม้แต่คุณกับภรรยาเก่าเขา... มันฟังดูยุ่งยากมากเลยใช่มั้ย? งั้นก็จงใช้เวลากับสองคนและทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่ายก่อนที่คุณกับเขาจะไม่มีเวลาส่วนตัวอีกต่อไป!

 

ขอขอบคุณบทความจาก Divorced Moms 

 

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram