Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

คือไร?! ยิ่งไดเอ็ทยิ่งอ้วน 8 วิธีไดเอทผิดๆ ที่ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง

คือไร?! ยิ่งไดเอ็ทยิ่งอ้วน 8 วิธีไดเอทผิดๆ ที่ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง

                เมื่อเราอายุมากขึ้น อวัยวะหรือระบบต่างๆ ในร่างกายจะเริ่มถดถอย ไม่เว้นแม้แต่ระบบเผาผลาญพลังงานค่ะ นอกจากปัจจัยด้านอายุจะมีผลต่อระบบดังกล่าวแล้ว การนอน ความเครียด หรือแม้แต่อาหารก็มีผลเช่นกันค่ะ ซึ่งหากระบบเผาผลาญทำงานไม่ดี มันก็จะทำให้คุณมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย อย่างไรก็ดี วันนี้เราจะพาคุณไปดูว่ามีพฤติกรรมการทานอาหารอะไรบ้างที่ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ มาดูพร้อมกันเลยค่ะ

1. เลี่ยงคาเฟอีน

เลี่ยงคาเฟอีน

                คาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง โดยมันสามารถช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้ประมาณ 5-8 % หรือ 98-174 แคลอรีต่อเดือน อย่างไรก็ดี มีการศึกษาชิ้นหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นพบว่า การดื่มชาหนึ่งแก้วจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้มากถึง 12% ค่ะ ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าเป็นเพราะสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า แคทีชิน (Catechin) นั่นเอง

2. ทานอาหารประเภทคาร์บที่ผ่านการขัดสี

                คุณสามารถเติมไฟเบอร์ให้ร่างกายได้โดยเปลี่ยนไปทานขนมปัง หรือพาสต้าแบบโฮลวีทแทนชนิดขัดสี และทานผัก ผลไม้ให้มากขึ้น ทั้งนี้นักวิจัยพบว่า ไฟเบอร์บางชนิดสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันได้มากถึง 30% นอกจากนี้การศึกษาดังกล่าวยังพบด้วยว่า ผู้หญิงที่ทานไฟเบอร์ปริมาณมากยังมีน้ำหนักเพิ่มน้อยที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งนี้ปริมาณของไฟเบอร์ที่แนะนำต่อวันคือ 25 กรัมค่ะ

3. ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง

ดื่มน้ำเย็น

                มีนักวิจัยชาวเยอรมันพบว่า การดื่มน้ำเย็น 6 แก้วต่อวัน หรือ 48 ออนซ์นั้นสามารถช่วยให้ร่างกายเผาผลาญเพิ่มขึ้นวันละ 50 แคลอรีต่อวัน ซึ่งมากพอที่จะทำให้น้ำหนักลดลงประมาณ 5 ปอนด์ใน 1 ปี ทั้งนี้มีการสันนิษฐานว่าเป็นเพราะร่างกายต้องใช้พลังงานในการเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำให้เท่ากับอุณหภูมิของร่างกายนั่นเอง
4. อาหารมียาฆ่าแมลง

                มีนักวิจัยชาวเยอรมันรายงานว่า การทานอาหารที่มีออร์กาโนคลอรีน (Organochlorines) ซึ่งเป็นสารเคมีในยาฆ่าแมลงนั้นจะทำให้ร่างกายเผาผลาญได้น้อยลง โดยเชื่อกันว่าสารพิษเป็นตัวขัดขวางกระบวนการเผาผลาญนั่นเอง ดังนั้นการหันมาทานผัก หรือผลไม้ชนิดออร์แกนิกจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าค่ะ

5. ไม่ทานอาหารที่มีโปรตีน

กินอาหารที่มีโปรตีน

                ร่างกายจำเป็นต้องได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอเพื่อรักษากล้ามเนื้อลีน ในการทานอาหาร หรือของว่างทุกมื้อนั้น คุณสามารถเพิ่มโปรตีนให้ร่างกายได้ง่ายๆ โดยทานเนื้อ 3 ออนซ์ ถั่ว 2 ช้อนโต๊ะ หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ 8 ออนซ์ ซึ่งนักวิจัยพบว่า โปรตีนสามารถช่วยให้ร่างกายเผาผลาญหลังมื้ออาหารได้มากขึ้น 35% ค่ะ

6. ไม่ทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก

                ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญต่อการขนส่งออกซิเจนซึ่งกล้ามเนื้อจำเป็นต้องใช้ในการเผาผลาญไขมัน ทั้งนี้ธาตุเหล็กจะสูญเสียไปพร้อมกับการมีประจำเดือนค่ะ ทำให้สาวๆ มีความเสี่ยงที่จะมีพลังงาน และอัตราการเผาผลาญที่ช้าลง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรทานอาหารที่มีธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ โดยคุณสามารถพบธาตุชนิดนี้ได้มากใน หอยนางรม เนื้อสัตว์ ถั่ว ผักโขม ฯลฯ

7. ได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ

วิตามิน D

                นอกจากวิตามินดีจะเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการดูดซึมแคลเซียมแล้ว มันก็ยังมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาอัตราการเพิ่มของเมทาบอลิซึมค่ะ ทั้งนี้ปริมาณของวิตามินดีที่เราควรได้รับต่อวันคือ 400 IU อย่างไรก็ตาม คุณสามารถพบวิตามินดีได้มากในอาหารจำพวกปลาทะเล กุ้ง เต้าหู้ ไข่ ซีเรียล นม ฯลฯ

8. ดื่มแอลกอฮอล์

                คุณทราบหรือไม่ว่า เมื่อคุณดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายจะเผาผลาญไขมันได้น้อยลง และช้ากว่าปกติค่ะ ซึ่งมีการค้นพบว่า การดื่มมาร์ตินีประมาณ 2 แก้วนั้นจะไปลดความสามารถในการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้มากถึง 73% ดังนั้นถ้าไม่อยากมีหุ่นที่อ้วนเผละ หรือมีปัญหาสุขภาพตามมาในอนาคต คุณก็ควรดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลงค่ะ

                หากตอนนี้คุณกำลังอยู่ในช่วงไดเอท นอกจากจะใช้วิธีออกกำลังกายในการช่วยเผาผลาญไขมันแล้ว การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่เรากล่าวไปข้างต้นนั้นก็สามารถช่วยให้การมีน้ำหนักตัวตามที่ตั้งเป้าไว้ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไปค่ะ

ที่มา: prevention

เรียบเรียงจาก: HonestDocs, ยา, ค้นหาโรค, ค้นหาโรงพยาบาล, ถามหมอ, สัตว์เลี้ยง, รวมข้อมูลเพื่อการดูแลสุขภาพ รักษาโรคร้าย, เพศศึกษา

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram