Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ไขปัญหาหัวหอมช่วยต้านโรคหวัดได้จริงหรือไม่?

ไขปัญหาหัวหอมช่วยต้านโรคหวัดได้จริงหรือไม่?

         หากเอ่ยถึงพืชกลิ่นฉุนที่ทำให้เราน้ำตาร่วงได้แทบทุกครั้ง “ หัวหอม” คงเป็นพืชชนิดแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง อย่างไรก็ตาม หากตัดเรื่องกลิ่นเหม็นที่ชวนเวียนหัวออกไป หัวหอมถือเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ดีต่อสุขภาพมากทีเดียวค่ะ ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่อาจเคยได้ยินว่า การทานหัวหอมสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้ แต่จะจริงเท็จแค่ไหน วันนี้เราจะพาคุณไปค้นหาคำตอบนี้พร้อมกันค่ะ

         หัวหอมได้ถูกนำมาใช้รักษาโรคหวัดตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ และนิยมนำมาช่วยรักษาโรคหวัดในหมู่ชาวอเมริกัน นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) เคยอธิบายว่า หัวหอมถูกนำมาใช้เป็นยาพื้นบ้านเพื่อรักษาไข้หวัดและหลอดลมอักเสบ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์มารองรับ แต่ตอนนี้ความเชื่อดังกล่าวกลับเป็นความจริงค่ะ เพราะมีงานวิจัยบางชิ้นพบว่า สารประกอบและสารแอนตี้ออกซิเด้นท์บางชนิดในหัวหอมมีบทบาทสำคัญในการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รักษาโรคหลอดลมอักเสบ และโรคไข้หวัดใหญ่ เราลองมาดูคุณสมบัติของหัวหอมกันดีกว่าค่ะ

หัวหอมช่วยต้านโรคหวัด

ความสามารถในการต้านฮิสตามีน

          หัวหอมมีสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ที่ชื่อว่า “ เควอซิทิน ” (Quercitin) ทั้งนี้มีหลายงานวิจัยพบว่า เควอซิทินสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายหลั่งสารฮีสตามีนออกมา ซึ่งเจ้าสารชนิดนี้เป็นตัวการที่ทำให้คุณเกิดอาการแพ้ ถ้าคุณเป็นหวัดหรือไอบ่อย การทานหัวหอมสามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้ค่ะ ไม่ว่าคุณจะนำหัวหอมไปต้ม หรือผัดโดยใช้ไฟเบา มันก็ไม่สามารถทำให้เจ้าสารชนิดนี้สลายไป แต่ถ้าคุณไม่สามารถทนกลิ่น หรือทำใจทานหัวหอมได้ ให้คุณทานชาหรือแอปเปิ้ลแทนก็ได้ค่ะ เพราะอาหารเหล่านี้ล้วนแต่มีสารเควอซิทินมากเหมือนกัน

ความสามารถในการต้านแบคทีเรีย

          แบคทีเรียถือเป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้คุณป่วยค่ะ แต่การทานหัวหอมเป็นประจำจะช่วยทำให้แบคทีเรียไม่กล้ามาวอแวกับคุณ เพราะหัวหอมมีสารต้านแบคทีเรีย อีกทั้งยังมีสารประกอบในกลุ่มออร์แกโนซัลเฟอร์ (Organosulfur Compounds) ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอาการแพ้ และต้านจุลชีพ

ความสามารถในการต้านโรคหอบหืด

          นักวิจัยพบว่า สารไธโอซัลฟิเนท (Thiosulfinates) และสารเซพาอีน (Cepaenes) ในหัวหอมสามารถช่วยรักษาภาวะหลอดลมตีบ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยบางชิ้นพบว่า สารเควอซิทินที่พบได้ในหัวหอมนั้นมีฤทธิ์คล้ายกับยาที่ใช้รักษาโรคหอบหืดที่เกิดจากการแพ้ อย่างไรก็ตาม คนที่เป็นโรคหอบหืดบางคนอาจแพ้หัวหอม ดังนั้นคุณต้องลองสำรวจตัวเองก่อนว่าแพ้พืชดังกล่าวหรือไม่ มิเช่นนั้นผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นตรงกันข้ามแทนค่ะ

ความสามารถในการลดน้ำมูกและบรรเทาอาการเจ็บคอ

          เมื่อคุณเป็นหวัด แน่นอนว่าคุณจะมีน้ำมูกและรู้สึกเจ็บที่จมูก นอกจากนี้ดวงตาของคุณอาจมีความไวต่อแสง รู้สึกคันตา หรือตาแดง รวมถึงอาจมีอาการเจ็บคอร่วมด้วย แต่ถ้าคุณไม่อยากพึ่งยาแผนปัจจุบัน และอยากรักษาตัวด้วยวิธีธรรมชาติ การทานหัวหอมและหอมหัวใหญ่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังค่ะ นอกจากนี้ยังมีการค้นพบด้วยว่าพืชชนิดนี้สามารถใช้รักษาโรคหลอดลมอักเสบในผู้สูงอายุค่ะ

          เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว หลายๆ คนก็มักจะเป็นหวัดอยู่บ่อยๆ และในบางคนอาจถึงกับต้องนอนซมพักอยู่บ้าน นอกจากคุณจะทานยา หรือนอนพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว ให้คุณเลือกทานอาหารที่มีส่วนผสมของหัวหอมค่ะ เพราะมันจะช่วยทำให้ร่างกายของคุณฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง คราวนี้โรคหวัดก็จะไม่มากวนใจคุณอีกต่อไป

ที่มา: curejoy

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram