Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ส้นเท้าแตกเกิดจากอะไร ? มาดูสาเหตุและวิธีรักษาแบบง่ายๆ กันเถอะ !

ส้นเท้าแตกเกิดจากอะไร ? มาดูสาเหตุและวิธีรักษาแบบง่ายๆ กันเถอะ !

                การมีผิวหน้า หรือผิวกายที่แห้งแตกนั้นอาจเป็นปัญหาผิวที่เราเห็นจนชินตา แต่นอกจากบริเวณดังกล่าวแล้ว รอยแตกที่เกิดบริเวณส้นเท้าก็สามารถพบได้มากไม่แพ้กันค่ะ แม้ว่ามันจะไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรง แต่มันก็ทำให้คุณรู้สึกรำคาญ หรือรู้สึกไม่สบายเท้าได้มากทีเดียว รวมทั้งเสียบุคลิกเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะพาคุณไปดูว่าปัญหาส้นเท้าแตกนั้นเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง มาดูพร้อมกันเลยค่ะ

  1. ผิวแห้ง

ผิวแห้งเท้าแตก

                การมีผิวแห้งถือเป็นสาเหตุพื้นฐานที่ทำให้ฝ่าเท้าแห้งแตกค่ะ ซึ่งคุณอาจสังเกตได้ว่าผิวรอบๆ ส้นเท้านั้นมีแนวโน้มที่จะแห้ง และหนาก่อนที่ส้นเท้าจะแตก นอกจากนี้มันยังทำให้คุณรู้สึกว่าผิวตึง ขรุขระ และคัน โดยเป็นผลจากการที่ผิวหนังสูญเสียน้ำมัน หรือน้ำที่มักเกิดขึ้นในฤดูหนาว การอาบน้ำร้อน การใช้สบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรง อายุที่มากขึ้น ฯลฯ

วิธีการรักษา

                ใช้ครีมมอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ โดยให้ใช้หินสำหรับขัดผิวทำการขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วก่อนทาครีมค่ะ แต่หากส้นเท้าแตกอย่างรุนแรง คุณก็ควรไปพบแพทย์ผิวหนังค่ะ

  1. ฝ่าเท้ารับน้ำหนักมากไป

ส้นเท้าแตกเพราะรับน้ำหนักตัวเยอะ

                แม้ว่าผิวแห้งจะเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำให้ส้นเท้าแตก แต่การที่ฝ่าเท้ารับน้ำหนักมากเกินไปนั้นก็สามารถทำให้ส้นเท้าแตกได้ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการยืนเป็นระยะเวลานาน การมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ฯลฯ

วิธีการรักษา

                ให้คุณหลีกเลี่ยงการเดิน หรือยืนเป็นระยะเวลานาน และใช้อุปกรณ์รองส้นเท้าฮีลคัพ หรือแผ่นเสริมใต้ฝ่าเท้าช่วยพยุง และกระจายน้ำหนักให้เท้าค่ะ

  1. เป็นโรคน้ำกัดเท้า

โรคน้ำกัดเท้า

                โรคน้ำกัดเท้าเป็นโรคที่ผิวหนังบริเวณเท้าติดเชื้อรา โดยมักเกิดขึ้นเมื่อเท้าของคุณมีความชื้น และมีความอุ่น สำหรับอาการของคนที่เป็นโรคน้ำกัดเท้าคือ เท้าจะลอก แห้งแตก และตกสะเก็ด นอกจากนี้เท้ายังส่งกลิ่นเหม็น และทำให้คุณรู้สึกแสบ คัน ฝ่าเท้ามีสีแดงผิดปกติ ฯลฯ  ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคดังกล่าวคือ การใส่รองเท้าที่อากาศถ่ายเทไม่ดี การมีเหงื่อออกมากเกินไป การที่ผิว หรือเล็บมีรอยแตกที่เอื้อต่อการเติบโตของเชื้อรา ฯลฯ

วิธีการรักษา

                คุณสามารถซื้อยารักษาโรคน้ำกัดเท้าได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ คุณก็พบไปพบแพทย์ค่ะ

  1. โรคสะเก็ดเงิน

สะเก็ดเงิน

                โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่ทำให้ผิวของคุณมีลักษณะเป็นปื้นแดง และมีสะเก็ดสีเงินขึ้นตามร่างกาย โดยอาจทำให้รู้สึกเจ็บ หรือคันในบางครั้ง ทั้งนี้โรคสะเก็ดเงินสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกบริเวณของร่างกายซึ่งประกอบไปด้วย หัวเข่า ข้อศอก แผ่นหลังด้านล่าง หนังศีรษะ เท้า ฯลฯ อย่างไรก็ตาม เรายังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดของโรคดังกล่าวได้ แต่มีการสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการทำงานที่บกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน หรือการใช้ยาบางชนิดค่ะ

วิธีการรักษา

                โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่แพทย์อาจให้ยาสำหรับทาน หรือใช้ทา หากเป็นกรณีร้ายแรง แพทย์ก็อาจใช้วิธีรักษาโดยการฉายแสงค่ะ

  1. โรคผื่นผิวหนังอักเสบ

ผื่นผิวหนังอักเสบ

                ผู้ป่วยที่เป็นโรคผื่นผิวหนังอักเสบนั้นจะมีผิวหนังที่แดง คัน และตกสะเก็ด โดยสามารถเกิดได้กับทุกส่วนของร่างกาย เช่น ขา มือ แผ่นหลัง หัวเข่า หัวไหล่ ใบหน้า หนังศีรษะ ฯลฯ ทั้งนี้โรคดังกล่าวมักเกิดขึ้นในทารก อย่างไรก็ตาม เรายังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคผื่นผิวหนังอักเสบ แต่ความเครียด สบู่ การแพ้อาหาร หรือสภาพอากาศนั้นล้วนแต่เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคผื่นผิวหนังอักเสบได้ค่ะ

วิธีการรักษา

                การใช้อีมอลเลียนท์ (Emollients) และยา Topical corticosteroids สามารถช่วยให้อาการบวม ผิวแห้ง หรืออาการคันดีขึ้น นอกจากนี้การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงก็สามารถช่วยป้องกันโรคดังกล่าวได้ค่ะ

  1. Juvenile Plantar Dermatosis (JPD)

Juvenile Plantar Dermatosis (JPD)

                JPD เป็นปัญหาผิวที่พบได้ในเด็ก ซึ่งผู้ป่วยจะมีส้นเท้า และใต้นิ้วที่แตก โดยจะมีอาการเจ็บร่วมด้วย ซึ่งปัญหาดังกล่าวมักเกิดจากแรงเสียดทาน ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้เกิด JPD เช่น การมีเหงื่อออกที่ฝ่าเท้า การใส่รองเท้าแตะที่ทำให้เกิดการเสียดสี ฯลฯ

วิธีการรักษา

                คุณควรใส่รองเท้าที่พอดีกับฝ่าเท้า และเป็นรองเท้าที่ผลิตจากหนังเพื่อให้เท้าได้หายใจ ซึ่งมันสามารถช่วยลดแรงเสียดทานได้ค่ะ นอกจากนี้การใช้ครีมมอยส์เจอไรเซอร์ทาฝ่าเท้าก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

  1. ผิวไหม้แดด

ส้นเท้าไม้แดด

                อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า รังสียูวีจากแสงแดดนั้นสามารถทำร้ายผิวของเรา การตากแดดนานเกินไปจะทำให้ผิวของคุณแดง แสบ และลอกหลังจากนั้นไม่กี่วัน ซึ่งเราอาจไม่ทันสังเกตว่า ผิวบริเวณเท้าก็สามารถมีอาการดังกล่าวได้เช่นกันค่ะ
วิธีการรักษา

                ให้คุณใช้ว่านหางจระเข้ทาบริเวณผิวที่ไหม้แดด และด้วยความที่สมุนไพรชนิดนี้มีฤทธิ์เย็น ทำให้มันช่วยปลอบปะโลมผิวได้เป็นอย่างดี แต่หากผิวของคุณบวม มีอุณหภูมิสูง ปวดศีรษะ ผิวพอง หรือเวียนศีรษะ คุณก็ควรรีบไปพบแพทย์ค่ะ

                สำหรับใครที่ตอนนี้กำลังประสบปัญหาส้นเท้าแตก ลองนำวิธีที่เราแนะนำข้างต้นไปปรับใช้ดูนะคะ เพราะมันอาจช่วยบรรเทาอาการได้ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตาม หากมีอาการรุนแรงกว่าที่เรากล่าวมาเช่น อักเสบ บวม แดง คันไม่หยุด คุณควรไปพบแพทย์ผิวหนังค่ะ

ที่มา: curejoy

ที่มา: https://www.honestdocs.co/ask/topic/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81

ที่มา: https://www.honestdocs.co/ask/4445152

ที่มา: https://www.honestdocs.co/ask/27250905

ที่มา: https://www.honestdocs.co/ask/24340925

ที่มา: https://www.honestdocs.co/universal-search?filter=articles&q=%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81

ที่มา: https://www.honestdocs.co/homemade-creams-relieve-cracked-heels

ที่มา: https://www.honestdocs.co/foot_health_how_to_care

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram