Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

แค่หอมก็ผอมได้ จริงหรือไม่ที่น้ำมันหอมระเหยช่วยลดน้ำหนักได้อย่างได้ผล

แค่หอมก็ผอมได้  จริงหรือไม่ที่น้ำมันหอมระเหยช่วยลดน้ำหนักได้อย่างได้ผล

            มีหลายการศึกษาพบว่า หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นก็คือ ความเครียด ทั้งนี้เราอาจเผลอทานอาหารตามใจปากในช่วงที่เกิดอารมณ์ดังกล่าวได้เช่นกันค่ะ อย่างไรก็ตาม แต่ละคนอาจมีวิธีควบคุมการทานอาหาร หรือจัดการกับอารมณ์แตกต่างกันไป แต่คุณทราบหรือไม่ว่า น้ำมันหอมระเหยที่เราคุ้นเคยกันดีว่ามีกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายนั้นยังมีสรรพคุณช่วยระงับความหิวกระหาย และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปดูหลากชนิดของน้ำมันหอมระเหยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวช่วยสำหรับลดน้ำหนักที่ดีค่ะ มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1.น้ำมันหอมระเหยเกรปฟรุต

น้ำมันหอมระเหยเกรปฟรุต

                เกรปฟรุตเป็นผลไม้ในตระกูลซิตรัสที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม แมคนีเซียม โฟเลต น้ำตาลธรรมชาติ  และใยอาหาร ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นพบว่า สารเคมีที่ชื่อว่า Nootkatone ในเกรปฟรุตนั้นมีฤทธิ์กระตุ้นระบบเผาผลาญ และป้องกันโรคอ้วน นอกจากนี้ยังมีอีกการศึกษาหนึ่งพบว่า ในเกรปฟรุตมีสารประกอบ Limonene ที่ทำให้ลดความอยากอาหาร และช่วยในการควบคุมน้ำหนักค่ะ

วิธีใช้

1) ผสมน้ำมันหอมระเหยเกรปฟรุต 1-2 หยดลงในน้ำมันตัวพา 5-6 หยด (น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันอัลมอนด์) จากนั้นก็นำมานวดบริเวณที่มีไขมันสะสมอย่างน้อย 30 นาที

2) ให้คุณซื้อน้ำมันหอมระเหยที่สำหรับใช้ทาน จากนั้นก็ผสม 1-2 หยดกับน้ำเปล่า 1 แก้ว แล้วดื่มในตอนเช้า

3) ใช้สำลีชุบน้ำมันหอมระเหยเกรปฟรุตให้ชุ่มแล้วนำมาดมสักครู่ ซึ่งกลิ่นของน้ำมันดังกล่าวจะช่วยให้คุณอยากทานอาหารน้อยลงค่ะ

2.น้ำมันหอมระเหยขิง

น้ำมันหอมระเหยขิง

                Gingerol เป็นสารประกอบที่พบได้ในขิง ซึ่งสารดังกล่าวมีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ ต่อต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหาร อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์พบว่า การทานขิงสามารถช่วยในการลดน้ำหนัก ทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินลดลง และควบคุมความอยากอาหารได้ค่ะ

วิธีใช้

1) ผสมน้ำมันหอมระเหยขิง 1-2 หยด กับน้ำมันตัวพา 5-6 หยด (น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก) และนวดบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมันอย่างน้อย 30 นาที

2) ใส่น้ำมันหอมระเหยขิงชนิดที่ทานได้ 1 หยดกับชาดำ หรือชาเขียว แล้วดื่มก่อนทานอาหารเช้าค่ะ

3) ผสมน้ำมันหอมระเหยขิง 1-2 หยดในสมูทตี้ หรือน้ำผลไม้สด

3.น้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มิ้นต์

น้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มิ้นต์

            เปปเปอร์มิ้นต์มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นน้ำดี การหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร และช่วยในการขับถ่าย ซึ่งนั่นสามารถช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างราบรื่นกระตุ้นการดูดซึมสารอาหาร และรักษาระดับของกลูโคสในเลือด ทั้งนี้ด้วยความที่เปปเปอร์มิ้นต์มีกลิ่นที่ช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มเอมหลังมื้ออาหาร ทำให้คุณมีโอกาสที่จะทานอาหารน้อยลง และทำให้น้ำหนักลดลงได้ในที่สุด

วิธีใช้

1) ผสมน้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มิ้นต์ 1-2 หยดกับน้ำมันตัวพา 5-6 หยด (น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก) และนวดบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมันอย่างน้อย 30 นาที

2) ใช้สำลีชุบน้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มิ้นต์ให้ชุ่ม จากนั้นก็นำมาดมสักพัก ซึ่งกลิ่นของน้ำมันดังกล่าวจะช่วยควบคุมความหิวกระหายได้ค่ะ

3) หยดน้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มิ้นต์ 1-2 หยดใส่ในน้ำมันเปล่า 1 แก้ว แล้วดื่มในตอนเช้า

4.น้ำมันหอมระเหยเลมอน

                เลมอนมีสารประกอบที่เรียกว่า Limonene ที่ช่วยสลายไขมัน นอกจากนี้ด้วยความที่น้ำมันดังกล่าวมีกลิ่นที่หอมสดชื่น ทำให้ช่วยคลายเครียดได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น เลมอนยังสามารถช่วยเพิ่มระดับของ Norepinephrine ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท และฮอร์โมนที่ช่วยเพิ่มระดับของออกซิเจนในสมอง ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นได้นั่นเอง

วิธีใช้

1) ผสมน้ำมันหอมระเหย 1-2 หยดกับน้ำมันตัวพา 5-6 หยด (น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก) จากนั้นก็นำมานวดบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมันอย่างน้อย 30 นาที

2) ใช้สำลีจุ่มในน้ำมันดังกล่าวให้ชุ่ม จากนั้นก็นำมาดมสักครู่ค่ะ ซึ่งกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยเลมอนจะช่วยยับยั้งความรู้สึกหิวได้เป็นอย่างดี

5.น้ำมันหอมระเหยมะกรูด

Related image

            น้ำมันมะกรูดมีสรรพคุณช่วยป้องกันไม่ให้คุณทานอาหารตามใจปาก ซึ่งนักวิจัยพบว่า กลิ่นที่หอมสดชื่นของมะกรูดนั้นสามารถช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และสงบ นอกจากนี้ มะกรูดยังช่วยกระตุ้นฮอร์โมนที่ช่วยรักษาระดับของอัตราเมทาบอลิซึม อีกทั้งยังมีสารโพลีฟีนอลที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันค่ะ

วิธีใช้

1) ผสมน้ำมันหอมระเหยมะกรูด 1-2 หยดกับน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ 5-6 หยด จากนั้นให้คุณนำไปนวดที่คอ เท้า หรือบริเวณที่ต้องการลดไขมันอย่างน้อย 30 นาที

2) หากคุณรู้สึกเครียด ให้คุณแช่ตัวในอ่างอาบน้ำที่ใส่น้ำมันหอมระเหยมะกรูด 10 หยด ซึ่งกลิ่นของมะกรูดจะช่วยให้คุณสงบลงค่ะ

6) น้ำมันหอมระเหยอบเชย

            สารโพลีฟีนอลที่พบได้ในอบเชยนั้นมีฤทธิ์ลดการดื้อของอินซูลิน ซึ่งหากร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน มันก็จะทำให้ไขมันสะสมในบริเวณท้อง ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด และคอเลสเตอรอลสูงขึ้น นอกจากนี้นักวิจัยยังได้ทำการทดลองกับสัตว์ และยืนยันว่าอบเชยสามารถช่วยต่อสู้กับโรคอ้วนได้ค่ะ

วิธีใช้

1) ผสมน้ำมันหอมระเหยอบเชยชนิดที่ทานได้ 3-4 หยดลงในเค้ก หรือน้ำผลไม้สด

2) ผสมน้ำมันหอมระเหยอบเชย 1-2 หยดกับน้ำมันมะกอก 5-6 หยด แล้วให้คุณนำไปนวดในบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมัน คอ หรือเท้าอย่างน้อย 30 นาที

3) เติมน้ำมันหอมระเหยอบเชย 1-2 หยดใส่ในชาเขียว หรือชาดำ แล้วดื่มก่อนมื้อเช้า

7.น้ำมันหอมระเหยไม้จันทน์

น้ำมันหอมระเหยไม้จันทน์

                Sesquiterpenes เป็นสารประกอบที่พบได้ในน้ำมันหอมระเหยไม้จันทน์ โดยมีอิทธิพลต่อระบบลิมบิกซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์ นอกจากนี้น้ำมันดังกล่าวยังมีกลิ่นที่หอมสดชื่น ทำให้ระบบประสาทผ่อนคลาย และช่วยควบคุมความรู้สึกอยากทานอาหาร

วิธีใช้

1) ใส่น้ำมันหอมระเหยไม้จันทน์ 8-10 หยดลงในอ่างอาบน้ำ หลังจากแช่ตัวแล้ว คุณจะรู้สึกผ่อนคลาย และสดชื่นขึ้นค่ะ

2) ผสมน้ำมันหอมระเหยไม้จันทน์ 1-2 หยดกับน้ำมันมะกอก 5-6 หยด จากนั้นก็นำมานวดบริเวณคอ หลัง หรือจุดที่ต้องการลดไขมันอย่างน้อย 30 นาที

                สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยที่ทำให้คุณลดน้ำหนักได้สำเร็จล่ะก็ การใช้น้ำมันหอมระเหยตามที่เราแนะนำข้างต้นก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ

ที่มา: stylecraze

เรียบเรียงจาก: HonestDocs, ยา, ค้นหาโรค, ค้นหาโรงพยาบาล, ถามหมอ, สัตว์เลี้ยง, รวมข้อมูลเพื่อการดูแลสุขภาพ รักษาโรคร้าย, เพศศึกษา

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram