Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

Mood and Food เมื่อการกินอาหารตามอารมณ์ที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น!

Mood and Food การกินอาหารตามอารมณ์ที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น!

เคยมั้ยคะตอนที่เราเศร้านั้นจะอยากกินอะไรที่มันหวานๆ หรือตอนที่รู้สึกมึน ก็อยากกินอะไรที่ร้อนๆ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอกค่ะ เพราะว่าจริงๆ แล้วอารมณ์มีผลกระทบกับการกินอาหารอย่างมาก ในทางกลับกันการกินอาหารก็มีผลกระทบกับอารมณ์เช่นกันค่ะ

โดย Lindsey Smith ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและโค้ชสุขภาพ ได้เล่าให้ฟังในการสัมภาษณ์ว่าการกินอาหารนั้นช่วยทำให้เธอหายจากการเป็นโรควิตกกังวลได้ “ฉันเคยป่วยเป็นโรควิตกกังวล และได้เข้าโรงพยาบาลตั้งแต่อายุ 12 ปี เพราะมีอาการแพนิค”

ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็พยายามทำทุกวิถีทางให้หายจากอาการป่วยที่ว่า แต่โชคร้ายที่ไม่สำเร็จ จนวันหนึ่ง Lindsey Smith ได้สังเกตเห็นพี่สาวที่แก่กว่าเธอ 8 ปีไปที่ศูนย์สุขภาพ และมีชีวิตที่สดใสมากขึ้น Lindsey Smith จึงได้ขอให้ผู้ใหญ่พาเธอไปด้วย ที่นั่นเองเธอได้พบกับนักโภชนาการคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญแพทย์แผนจีน โดยเขาให้เธอเปลี่ยนนิสัยการรับประทานอาหารให้เป็นแนว Mood and Food ที่แปลตรงตัวได้ว่า อารมณ์และอาหาร “หลังจากนั้น 6 เดือน ฉันก็เหมือนเป็นคนใหม่ขึ้นมาทันที” Lindsey Smith เล่าย้อนความหลัง

อาหารกับอารมณ์

ซึ่งหลัก Mood and Food ของ Lindsey Smith นั้นก็ง่ายๆ ค่ะ และแน่นอนเพื่อนๆ สามารถนำไปทำตามได้ เริ่มจากหากวันไหนที่เพื่อนๆ รู้สึกซึมหรือเศร้าเพราะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้ลองกินอาหารที่มีวิตามินบี 12 และแร่ธาตุแมกนีเซียม เช่น ปลาทู เนื้อวัว หรือ อะโวคาโด ดูนะคะ เพราะตามหลักแล้วมันจะช่วยควบคุมระดับเซโรโทนินและการทำงานของสมอง ซึ่งแน่นอนว่ามันมีผลต่อความวิตกกังวลและโรคซึมเศร้าด้วย นอกจากนี้หากเพื่อนๆ รู้สึกอยากกินของหวานตอนที่รู้สึกเศร้าแล้วละก็ ให้จำไว้เลยค่ะว่านั่นหมายความว่าร่างกายของเพื่อนๆ ต้องการเซโรโทนินเพิ่ม

ยังไงก็ตามหากเพื่อนๆ ไม่รู้สึกเศร้ามาก แต่ต้องการสิ่งที่เพิ่มพลังตัวเอง ให้ลองกินผลไม้หรือผักที่มีน้ำเยอะๆ เช่น ส้ม หรือ แตงโม เพราะผลไม้พวกนี้จะมีความชุ่มชื้นส่งผลให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ปลุกเราให้ตื่นได้ ส่วนอาหารที่เผ็ดๆ ก็แก้ง่วงได้เช่นกันค่ะ

ทั้งนี้ Lindsey Smith ยังได้แนะนำเอาไว้อีกด้วยค่ะว่าการกินอาหารแบบ Mood and Food นั้นต้องเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป จนในที่สุดนิสัยเรื่องการรับประทานอาหารของเราก็จะเปลี่ยนเอง และจะเป็นผลดีในระยะยาวค่ะ



ที่มา: elitedaily

get up close & personal with instagram