Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

รู้ไว้ก่อนสาย.. กับไวรัสตับอักเสบเอ

7 เรื่องที่ผู้หญิงต้องรู้เกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบเอ

โรคตับอักเสบเอ เป็นการติดเชื้อไวรัสที่รุนแรงซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีผลต่อตับทำให้เกิดการอักเสบภายในอวัยวะที่รุนแรงและลดความสามารถในการทำงานของตับลงค่ะ อย่างไรก็ตามโรคไวรัสตับอักเสบเอส่วนใหญ่นั้นจะเกี่ยวข้องกับการขาดน้ำสะอาดและการสุขาภิบาลที่เหมาะสม ซึ่งการระบาดของไวรัสตับอักเสบเอสามารถมีอยู่ได้เรื่อยๆ ดังนั้นผู้หญิงจึงจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับโรคนี้เพื่อป้องกันตัวเองและเมื่อไหร่ก็ตามที่รู้ว่าตนเองติดเชื้อนี้จะได้หาทางบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ไวรัสตับอักเสบเอ

  1. โรคตับอักเสบเอไม่ใช่การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์

ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งที่คนทั่วไปคิดก็คือโรคตับอักเสบเอเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  แต่ในความจริงแล้วไม่ใช่ โรคนี้เป็นการติดเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายผ่านทางปากโดยการกินอาหารที่ไม่สะอาจ หรืออาจปนเปื้อนจากผู้ติดเชื้อ แต่อย่างไรก็ตามหากคุณมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบเอก็ทำให้ติดเชื้อได้เช่นเดียวกัน  การแพร่กระจายของไวรัสตับอักเสบเอที่เด่นชัดที่สุดคือในอุจจาระ ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักจึงเป็นความเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้คุณจะไม่ติดเชื้อจากการถูกไอหรือจามโดยผู้ติดเชื้อ

  1. ระมัดระวังเมื่อต้องเดินทาง

เมื่อต้องเดินทางไปจังหวัด หรือ ต่างประเทศที่ไม่มีน้ำสะอาดเพียงพอ, อาหารไม่สะอาดและไม่มีการจัดการสุขลักษณะในสิ่งแวดล้อมให้ดี ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบก่อนเดินทางไปยังประเทศนั้นๆ

ไวรัสตับอักเสบเอ

  1. ไวรัสตับอักเสบป้องกันได้ด้วยวัคซีน

ไวรัสตับอักเสบเอสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน 100 % ผู้รับการฉีดวัคซีนต้องฉีดทั้งหมด 2 โดสห่างกัน 6 และ 12 เดือนโดยประสิทธิภาพในการป้องกันจะทำงานเมื่อรับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว นอกจากนี้ยังมีวัคซีนรวมสำหรับไวรัสตับอักเอบเอและบีที่ควรรับการฉีดเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อร่างกายค่ะ

  1. บางครั้งก็ไม่มีอาการ

เนื่องจากไวรัสตับอักเสบเอมีระยะฟักตัวนาน 15 ถึง 50 วัน ทำให้ไม่มีสัญญาณและอาการปรากฏจนกระทั่งระยะก่อนเป็นโรค 2-3 สัปดาห์ซึ่งแม้จะไม่มีอาการแต่ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่มีทางรู้ว่ามีอาการติดเชื้อ หากพบว่าตนเองมีอาการอ่อนเพลีย, คลื่นไส้อาเจียน, ปวดท้องบริเวณด้านขวาบนของลำตัวใต้ซี่โครงล่าง, อุจจาระเป็นสีน้ำตาลเหนียว, ปัสสาวะมีสีเข้ม, มีอาการแสดงของดีซ่าน ผิวเหลืองตาเหลือง นอกจากนี้ยังมีไข้ต่ำๆ, มีอาการคันที่รุนแรงและปวดข้อได้อีกด้วย แม้ว่าอาการของไวรัสตับอักเสบเอจะไม่รุนแรงแต่ก็ต้องได้รับการตรวจเพื่อวินิจฉัยอาการที่ถูกต้องเพื่อคัดกรองโรคที่มีอาการคล้ายกันแต่มีความรุนแรงกว่าอย่างไวรัสตับอักเสบซี

ไวรัสตับอักเสบเอ

  1. การวินิจฉัยทำได้ด้วยการตรวจเลือด

การวินิจฉัยโรคตับอักเสบเอต้องได้รับการยืนยันโดยการตรวจเลือดสำหรับ immunoglobulin M ซึ่งเป็นแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบเอ แพทย์สามารถทำการทดสอบผลเลือดของคุณใช้เวลาประมาณหนึ่งวันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้อาการแวดล้อมเพื่อพิจารณาว่ามีภาวะของโรคตับอักเสบเอหรือไม่ เช่น หากคนไข้เดินทางไปต่างประเทศในที่ที่มีรายงานการแพร่ระบาดโรคเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นต้น

  1. พี่เลี้ยงเด็กมีโอกาสติดโรคสูง

มีรายงานว่าเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ร้อยละ 70 มีอาการของไวรัสตับอักเสบเอ ดังนั้นจึงสามารถแพร่กระจายเชื้อให้กับคนเลี้ยงได้โดยไม่รู้ตัว พี่เลี้ยงเด็กเล็กมีโอกาสรับเชื้อที่ปนเปื้อนจากอุจจาระของเด็กจากการเปลี่ยนผ้าอ้อม ดังนั้นจึงต้องหมั่นล้างมือให้สะอาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม,ก่อนเตรียมอาหารและก่อนรับประทานอาหาร

  1. สามารถหายได้เอง (และจะไม่กลับมาเป็นอีก)

ถึงแม้ว่าจะไม่มีการรักษาเฉพาะทางเกี่ยวกับโรคตับอักเสบ  แต่ร่างกายของคุณสามารถกำจัดล้างไวรัสตับอักเสบเอด้วยตัวเองและกลับคืนสู่สภาพปกติภายในสองเดือนค่ะ และส่วนใหญ่ตับจะกลับมาทำงานได้ตามปกติภายในหกเดือนของการสัมผัสเชื้อและไม่มีความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างถาวร

สำหรับคนที่ติดไรวัสนี้สิ่งที่สามารถทำได้คือการรักษาตามอาการค่ะ และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะจะยิ่งทำให้ตับทำงานหนักค่ะ โชคดีอย่างหนึ่งก็คือไวรัสตับอักเสบเอนั้นเมื่อหายแล้วจะไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก ซึ่งแตกต่างจากไวรัสตับอักเสบชนิดอื่น ดังนั้นคุณต้องหมั่นดูแลสุขอนามัยกันให้ดี ล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร ดื่มน้ำสะอาด และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่เรากล่าวมาข้างต้นเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงค่ะ

ที่มา: womenshealthmag

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram