Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

สาเหตุที่ทำไมบางครั้งประจำเดือนถึงมีระยะสั้นลงกว่าปกติ

นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมประจำเดือนถึงมีระยะสั้นลงกว่าปกติ

ช่วงเวลาที่มีประจำเดือน สาวๆ อาจรู้สึกว่ามันช่างยาวนานเหลือเกินกว่าช่วงเวลานี้จะสิ้นสุดลง ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่ประจำเดือนหมดเร็วกว่าปกติจึงเป็นเรื่องที่ควรยินดี แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ระยะเวลาการมีประจำเดือนที่กินเวลาเป็นสัปดาห์เหลือน้อยลงเพียงไม่กี่วัน อาจต้องคิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังกันแล้วล่ะค่ะ

Alyssa Dweck สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำว่า สาวๆ ควรบันทึกช่วงเวลามีประจำเดือนเพื่อที่จะได้รู้ว่ามีช่วงไหนที่ประจำเดือนผิดปกติหรือไม่ โดยปกติรอบประจำเดือนของผู้หญิงจะอยู่ระหว่าง 21-35 วันนับจากวันแรกที่มีประจำเดือน และมีระยะเวลาที่เป็นประจำเดือนเฉลี่ย 5-7 วัน

Dweck ให้ข้อสังเกตว่าช่วงเวลาของประจำเดือนที่สั้นลงอาจเป็นเรื่องปกติโดยอาจจะสั้นลงเพียง 2-3 วัน แต่สิ่งสำคัญคือการให้ความสำคัญกับวงจรประจำเดือนของคุณสังเกตการเปลี่ยนแปลงใด ๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่ประจำเดือนสั้นลงกว่าปกติ เพราะประจำเดือนถูกกำหนดโดยปัจจัยเกี่ยวกับฮอร์โมนรวมถึงสุขภาพโดยรวม หากมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอาจทำให้ประจำเดือนมีความผิดปกติได้  ซึ่งความผิดปกติของระยะเวลาประจำเดือนที่พบบ่อยคือ ประจำเดือนมาเพียง 3 วันจากปกติ 6 วัน ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้จากสาเหตุต่างๆดังต่อไปนี้

ประจำเดือนถึงมีระยะสั้นลง

1. เปลี่ยนยาคุมกำเนิด

หากระยะเวลาในการมีประจำเดือนเกิดความผิดปกติให้พิจารณาดูว่าคุณเพิ่งเปลี่ยนยาคุมกำเนิดหรือไม่ ยาคุมอาจลดระยะเวลาของการมีประจำเดือนและยาคุมแต่ละยี่ห้ออาจมีความแตกต่างของฮอร์โมนเล็กน้อยแต่สามารถส่งผลต่อระยะเวลาในการมีประจำเดือนของคุณได้ ส่วนสาวๆที่ใช้วิธีคุมกำเนิดแบบ IUD หรือใส่ห่วงคุมกำเนิดจะทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลงจนทำให้ประจำเดือนไม่มาได้

2. ใช้ยาบางประเภทที่มีผลต่อประจำเดือน

นอกเหนือจากยาคุมกำเนิดแล้วยาบางชนิดอาจมีผลต่อประจำเดือน เช่น NSAIDs (เช่น Advil, Naprosyn, ibuprofen, ฯลฯ ), ยาลดอาการซึมเศร้า, ยาต่อมไทรอยด์และสเตียรอยด์เพราะทำให้การไหลเวียนโลหิตลดลง

3. มีอาการ Polycystic Ovarian Syndrome (PCOS)

PCOS เป็นภาวะที่ผู้หญิงมีฮอร์โมนเพศชายมากผิดปกติที่สามารถระงับการตกไข่ได้ หญิงที่เป็นโรค PCOS จะมีประวัติการมีประจำเดือนนานผิดปกติและอาจไม่มีรอบประจำเดือนอย่างที่ควรจะเป็นเนื่องจากฮอร์โมนไม่สมดุล ภาวะนี้สามารถบอกได้จากการพบซีสต์ในรังไข่,มีขนตามตัวมากผิดปกติ,สิว,น้ำหนักเกิน และมีบุตรยาก ภาวะ PCOS ไม่ได้เป็นกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์แต่สาวๆควรรีบไปพบสูตินรีแพทย์ประจำตัวให้เร็วที่สุดจะดีกว่า

4. มีภาวะรังไข่ทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์สำหรับผู้หญิงอายุน้อยกว่า 40 ปี

ภาวะ Premature Ovarian Failure เป็นภาวะที่รังไข่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ที่เกิดในผู้หญิงอายุน้อยกว่า 40 ปี ทำให้ปริมาณเอสโตรเจนถูกผลิตออกมาน้อยกว่าปกติอันจะนำไปสู่ภาวะการมีประจำเดือนที่สั้นลงและผิดปกติได้ ภาวะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงอายุ 27 ปี แต่อัตราการเกิดโรคในผู้หญิงอายุ ระหว่าง 15 ถึง 29 ปีคือ 1 ใน 1000 แต่หากเกิดในอายุ ระหว่าง 30 ถึง 39 ปีมีโอกาสเกิดขึ้น 1 ใน 100 ซึ่งอาการที่มักพบบ่อยคือ มีบุตรยากและประจำเดือนขาด ดังนั้นหากสาวๆคนไหนมีอาการแบบนี้ควรเข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์และการตรวจฮอร์โมนเลือดเพื่อวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

5. มีแผลเป็นที่มดลูก

แผลเป็นในมดลูกอาจทำให้ระยะเวลาของการมีประจำเดือนสั้นลงเรียกว่า Asherman Syndrome ซึ่งเป็นภาวะที่หาได้ยากแต่มักเกิดขึ้นบ่อยกับผู้หญิงที่ผ่านการทำ D&C หรือการถ่างขยายปากมดลูกร่วมกับการขูดมดลูกเพื่อวินิจฉัยโรค,ทำแท้งหรือรักษาสภาพทางนรีเวชบางอย่าง ผู้หญิงที่มีภาวะ Asherman Syndrome จะมีประจำเดือนสั้นหรือไม่มีประจำเดือน ยิ่งมีแผลเป็นมากเท่าไหร่เลือดยิ่งออกมาน้อยเท่านั้น วิธีการแก้ไขคือผ่าตัดเอารอยแผลเป็นเหล่านั้นออกเพื่อให้ประจำเดือนมาตามปกติและเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์

6. กำลังให้นมบุตร

ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตรจะไม่มีประจำเดือนในระหว่างนี้ และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจทำให้การตกไข่ล่าช้าไปได้นานถึง 18 เดือนเพราะร่างกายมีการผลิตฮอร์โมนprolactin, alpha-lactalbumin และ lactose synthesis ที่ยับยั้งการมีประจำเดือน และจะกลับมามีประจำเดือนตามปกติเมื่อหยุดหรือลดปริมาณการให้นมบุตร
ประจำเดือนถึงมีระยะสั้นลง

7. มีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์

ต่อมไทรอยด์ถูกควบคุมการทำงานโดย pituitary-hypothalamus จากแกนเพดานสมองเช่นเดียวกับฮอร์โมนที่ควบคุมการตกไข่และการมีประจำเดือน เมื่อมีความไม่สมดุลเกิดขึ้นของฮอร์โมนที่สร้างขึ้นจากสมองส่วนนี้ก็จะทำให้ฮอร์โมนอื่นๆที่ผลิตจากแหล่งเดียวกันได้รับผลกระทบไปด้วย

ข้อบ่งชี้ที่บอกว่าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ที่ทำงานมากเกินไปผิดปกติ ประกอบไปด้วย การเปลี่ยนแลงของความอยากอาหาร,การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก,การควบคุมอุณหภูมิของร่างกายไม่เป็นไปตามปกติ,รู้สึกวิตกกังวลและอาจมีภาวะหัวใจวายได้ หากคิดว่าตนเองอาจมีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ให้รีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษา

8. ในช่วงอาการแรกของวัยหมดประจำเดือน (Perimenopause)

ผู้หญิงที่มีอายุมากขึ้น ระยะเวลาของการมีประจำเดือนจะค่อยๆสั้นลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใกล้กับวัยหมดประจำเดือน เมื่ออยู่ในช่วง Perimenopause ซึ่งเป็นภาวะแรกของวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โดยทั่วไปมักเริ่มที่อายุประมาณ 40 ปีแต่สามารถเกิดขึ้นได้เร็วตั้งแต่ช่วงอายุ 30 ปีและจะเป็นอย่างนี้อยู่ถึง 4-6 ปีทำให้รอบการมีประจำเดือนสั้นลงหรืออาจไม่มีเลยซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่หากคุณรู้สึกไม่สบายใจอาจปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ค่ะ

เมื่อเรารู้สาเหตุกันแล้วก็คงจะช่วยคลายความกังวลของสาวๆ ลงไปได้บ้างนะคะ แต่หากรอบประจำเดือนของคุณไม่เข้าข่ายในเรื่องที่เรากล่าวมาคุณควรรีบปรึกษาสูตินรีแพทยืเพื่อทำการตรวจเช็คร่างกายว่ามีอะไรผิดปรกติหรือไม่ หากพบอากาศผิดปรกติใดๆ จะได้รักษาได้ทันเวลาค่ะ

ที่มา: womenshealthmag

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram