Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

สัญญาณอันตรายที่บอกได้จากอาการไอ

ชี้สัญญาณอันตรายที่บอกได้จากอาการไอ

อาการไอถือเป็นอาการที่ทำให้ใครต่อหลายคนเบื่อหน่าย เพราะหายช้าสุดๆ  ถึงแม้ว่าอาการดังกล่าวจะไม่ได้ร้ายแรง และสามารถรักษาได้ง่าย แต่ในกรณีที่คุณมีอาการไอต่อเนื่องนานมากกว่า 2 สัปดาห์ มันก็จะเริ่มเป็นสัญญาณที่ไม่ดีสักเท่าไรค่ะ แม้ว่ามันอาจไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรง แต่ในกรณีเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณอาจถูกตรวจพบว่าเป็นโรคดังนี้

1.โรคไอกรน

โรคไอกรนได้หายไปตั้งแต่มีวัคซีนที่ช่วยป้องกันเมื่อปี ค.ศ.1940 แต่ตอนนี้มันกลับมาแล้วอีกครั้ง ซึ่งมีงานวิจัยของ Emory University ที่ถูกเผยแพร่ใน JAMA ระบุว่า เมื่อปี  ค.ศ.2012 มีคนกว่า 48,277 คนที่ป่วยเป็นโรคไอกรน ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ค.ศ. 1955 และมี 20 คนที่เสียชีวิต

คุณควรระวังเมื่อ :

มีอาการไออย่างรุนแรง ซึ่งจะมีเสียงวู๊ปตอนท้ายเมื่อคุณหายใจเข้า ทั้งนี้อาการเบื้องต้นของโรคนี้คือ ผู้ป่วยจะมีน้ำมูก ไอเบาๆ และมีไข้ หลังจากนั้นหนึ่งหรือสองสัปดาห์ อาการไอก็จะเริ่มปรากฏให้เห็นแบบชัดเจน ซึ่งอาจรุนแรงจนถึงขั้นที่ทำให้คุณอาเจียนออกมา หากคุณรู้ตัวว่ามีอาการดังกล่าว คุณก็ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะหากไม่ได้รับการรักษา มันก็สามารถนำไปสู่การเกิดโรคปอดบวม ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยโดยการตรวจเลือด เอ็กซ์เรย์หน้าอก หรือรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
อาการไอ

2.โรคมะเร็งปอด

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดกว่า 65% มีอาการไอเรื้อรังในขณะที่มีการวินิจฉัย ซึ่งคุณไม่ควรย่ามใจเพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้สูบบุหรี่ เพราะมีงานวิจัยพบว่าคนที่เป็นโรคมะเร็งปอดประมาณ 28% ไม่เคยสูบบุหรี่ค่ะ

คุณควรระวังเมื่อ :

มีอาการไอต่อเนื่องมากกว่า 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะหากมีน้ำมูกเป็นเลือด หรือเป็นสีสนิม เสียงแหบ รู้สึกเจ็บขณะกลืน และเจ็บหน้าอก ซึ่งแพทย์อาจใช้วิธี CT scan เพราะการใช้วิธีเอ็กซ์เรย์อาจทำให้พลาดในการเห็นเนื้องอกได้ค่ะ

3.โรคปอดบวม

คนที่เป็นโรคปอดบวมมักจะมีอาการไอแห้งๆ แบบเรื้อรัง ซึ่งมีแนวโน้มที่อาการจะแย่ลงในตอนกลางคืน อย่างไรก็ตาม คนมักจะรักษาตัวโดยการไปซื้อยาที่ร้านขายยาเพื่อให้อาการไอหายไป แต่มันอาจทำให้อาการแย่ลง เพราะการทานยาดังกล่าวอาจป้องกันไม่ให้เมือก หรือของเหลวเคลื่อนออกมาจากปอด

คุณควรระวังเมื่อ :

ไอ และมีอาการของโรคหวัดที่ดูเหมือนไม่ดีขึ้นหลังจาก 10 วัน ทั้งนี้คุณควรไปพบแพทย์เร็วกว่านี้ถ้ามีปัญหากับการหายใจ เจ็บหน้าอก มีไข้เกิน 120 องศาฟาเรนไฮต์ ไอออกมาพร้อมหนองสีเขียว เหลือง หรือแดง ซึ่งแพทย์จะฟังเสียงของปอดเพื่อเช็คว่ามีเสียงผิดปกติหรือไม่ ถ้ามี คุณก็จะถูกเจาะเลือด เอ็กซ์เรย์หน้าอก หรือทำ CT Scan รวมถึงทานยาปฏิชีวนะ

4.COPD

มีผู้หญิงชาวอเมริกันมากกว่า 7 ล้านคนที่ป่วยเป็นโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)  ซึ่งเป็นโรคปอดที่ทำให้คุณมีปัญหากับการหายใจ โดยมักมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ ทั้งนี้มีคนเป็นโรค COPD เพิ่มขึ้น 4 เท่าในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา และมีข้อมูลจาก American Lung Association ระบุว่า ตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 มีผู้หญิงชาวอเมริกันที่เสียชีวิตด้วยโรคนี้มากกว่าผู้ชาย

คุณควรระวังเมื่อ :

คุณสูบบุหรี่ หรือเคยสูบบุหรี่ โดยมีอาการไอเรื้อรัง และมีน้ำมูกไหลออกมาเยอะ โดยเฉพาะในตอนเช้า นอกจากนี้คุณอาจหายใจได้สั้น แน่นหน้าอก หรือหายใจฟืดฟาด ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า ยิ่งคุณถูกตรวจพบและเริ่มต้นรักษาตัวเร็วเท่าไร โอกาสที่จะทำนายอาการของโรคก็จะยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น และที่สำคัญคือ คุณควรเลิกสูบบุหรี่ให้ได้ค่ะ
อาการไอ

5.วัณโรค

วัณโรคเป็นโรคที่เกิดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Mycobacterium tuberculosis ซึ่งพบได้น้อยในแดนมะกัน ซึ่งมีข้อมูลจาก CDC รายงานว่า ชาวอเมริกันป่วยด้วยโรคนี้น้อยกว่า 10,000 คนในปี ค.ศ. 2015 ซึ่งถือเป็นจำนวนเพียงแค่นิดเดียวเมื่อเทียบกับผู้ป่วยทั่วโลกที่มีมากถึง 10 ล้านคน อย่างไรก็ตาม คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้สูงขึ้นถ้าคุณมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ หรืออยู่ในบริเวณที่มีความเสี่ยงสูงเช่น แอฟริกา หรือบางบริเวณของทวีปยุโรปตะวันออก

คุณควรระวังเมื่อ :

มีอาการไอมากกว่า 3 สัปดาห์ และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เจ็บหน้าอก น้ำหนักลด อ่อนเพลีย เป็นไข้ เหงื่อออกตอนกลางคืน หรือมีเลือดออกขณะไอ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที มันก็จะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย โดยทำให้เกิดอันตรายต่อไขสันหลัง ข้อต่อ สมอง หรือแม้แต่หัวใจ ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยผ่านทางผิวหนัง หรือตรวจเลือด และอาจรักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะ

แม้ว่าอาการไอจะดูเป็นเรื่องเล็กๆ และเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม แต่หารู้ไม่ว่าอาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนจากโรคร้ายที่ร่างกายกำลังพยายามเตือนให้คุณรู้ ดังนั้นหากคุณมีอาการไอเรื้อรังและมีอาการอื่นๆ ตามที่เรากล่าวไปร่วมด้วย ให้คุณรีบไปพบแพทย์ทันทีเพราะนี่เป็นสัญญาณอันตรายที่คุณไม่ควรมองข้ามค่ะ

ที่มา: prevention

เรียบเรียงจาก: HonestDocs, ยา, ค้นหาโรค, ค้นหาโรงพยาบาล, ถามหมอ, สัตว์เลี้ยง, รวมข้อมูลเพื่อการดูแลสุขภาพ รักษาโรคร้าย, เพศศึกษา

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram