Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

โรคมะเร็งรังไข่ถือเป็นหนึ่งในโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงทั่วโลกสัญญาณเตือน “มะเร็งรังไข่ ” โรคร้ายที่ผู้หญิงต้องรู้

สัญญาณเตือน “มะเร็งรังไข่ ” โรคร้ายที่ผู้หญิงต้องรู้

                โรคมะเร็งรังไข่เป็นโรคที่พบได้มากในผู้หญิงสูงอายุ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในช่วง 40-60 ปี แต่มันก็สามารถเกิดกับเด็ก หรือสตรีวัยเจริญพันธุ์ได้เช่นกัน ทั้งนี้โรคมะเร็งรังไข่ถือเป็นหนึ่งในโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงทั่วโลก แม้ว่าโรคดังกล่าวจะไม่มีข้อบ่งชี้ของอาการที่ชัดเจน หรือมากเท่ากับโรคมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งผิวหนัง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยจะไม่มีอาการใดๆ ค่ะ

มะเร็งรังไข่

                " ผู้ป่วยแต่ละคนจะมีอาการแตกต่างกันไป ซึ่งจะไม่มีความเฉพาะเจาะจง " กล่าวโดย Shannon Westin รองศาสตราจารย์ของภาควิชา Gynecologic oncology and reproductive medicine ที่ Anderson Cancer Center ทั้งนี้การมองข้ามสัญญาณของโรคมะเร็งรังไข่จะยิ่งทำให้ยากต่อการรักษาหลังจากที่ถูกตรวจพบค่ะ
                จากข้อมูลของ The American Cancer Society ได้มีการประมาณว่า มีผู้ป่วยใหม่ที่เป็นโรคมะเร็งรังไข่กว่า 22,440 คน ที่ถูกตรวจพบโรคในปีนี้ และผู้หญิงประมาณ 14,080 คนจะเสียชีวิตด้วยโรคนี้ในที่สุด อย่างไรก็ดี มะเร็งรังไข่เป็นสาเหตุอันดับ 5 ของโรคมะเร็งที่ทำให้ผู้หญิงเสียชีวิต อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยจบชีวิตได้มากกว่าโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ที่เกิดในระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิง

ปวดท้อง

                ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรรู้สัญญาณค่ะ " ผู้หญิงจำเป็นต้องเข้าใจถึงอาการ และไม่มองข้ามเมื่อพบความผิดปกติ " กล่าวโดย นายแพทย์ Deborah Lindner   ทั้งนี้อาการของคนที่เป็นโรคมะเร็งรังไข่ คือ ปวดท้อง คลื่นไส้ รู้สึกอิ่มเร็วกว่าปกติ ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก รอบเดือนผิดปกติ รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ และเป็นกรดไหลย้อน

                อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอาการที่กล่าวมาทั้งหมดจะสามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันเป็นบางครั้ง แต่มันจะเริ่มเป็นเรื่องสำคัญหากคุณมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อย และต่อเนื่องกันเป็นเวลานานค่ะ

                โรคมะเร็งรังไข่ในระยะแรกนั้นมักไม่แสดงอาการให้ผู้ป่วยรู้ตัวค่ะ แต่หากคุณลองสำรวจตัวเองแล้วพบว่ามีอาการตามที่กล่าวไปสัก 2-3 อาการ และเป็นต่อเนื่องนาน 2 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น คุณก็ควรรีบไปพบแพทย์ค่ะ ทั้งนี้แม้ว่าคุณจะไม่มีอาการข้างต้น คุณก็ไม่ควรชะล่าใจ และควรตรวจสุขภาพทุกปี โดยอาจให้แพทย์ตรวจภายใน หรืออัลตราซาวด์ช่องท้องเพื่อหาสิ่งผิดปกติค่ะ

ที่มา: womenshealthmag

เรียบเรียงจาก: HonestDocs, ยา, ค้นหาโรค, ค้นหาโรงพยาบาล, ถามหมอ, สัตว์เลี้ยง, รวมข้อมูลเพื่อการดูแลสุขภาพ รักษาโรคร้าย, เพศศึกษา

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram