Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

อาการนิ้วบวมเกิดขึ้นได้จากอะไรบ้าง และเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

อาการนิ้วบวมเกิดขึ้นได้จากอะไรบ้าง และเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

หลายคนในที่นี้อาจเคยประสบอาการนิ้วบวมมาบ้าง ซึ่งมันก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า อะไรเป็นตัวการที่ทำให้เรามีอาการเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม อาการนิ้วบวมสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และส่วนมากไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายค่ะ แต่ในกรณีที่คุณมีอาการปวดร่วมด้วย มันก็อาจเป็นตัวชี้ให้เห็นว่า ร่างกายของคุณกำลังผิดปกติ ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปดูหลากสาเหตุที่ทำให้คุณมีอาการอย่างที่ว่าค่ะ มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

  1. อากาศร้อน

ความร้อนสามารถทำให้เส้นเลือดขยายตัว ซึ่งจะทำให้ความร้อนถูกส่งผ่านมายังผิวเพื่อให้ภายในร่างกายเย็นลง อธิบายโดย Tammy Olsen Utset ศาสตราจารย์ที่ The University of Chicago เมื่อหลอดเลือดขยายตัว ของเหลวบางชนิดสามารถรุกล้ำเข้าไปในเนื้อเยื่อ และทำให้บวมได้นั่นเอง ทั้งนี้ Utset กล่าวว่า อาการบวมมีแนวโน้มที่จะหายไปเมื่อคุณใช้มือ และทำกิจกรรมตามปกติต่อไป แต่หากมือ หรือนิ้วของคุณบวมพร้อมกับมีอาการปวด มันก็อาจไม่ได้เกิดจากความร้อน ในกรณีนี้คุณอาจต้องลองปรึกษาแพทย์ค่ะ

มือบวม

  1. ทานอาหารเค็มมากเกินไป

อาหารที่ใส่เกลือมาก หรืออาหารที่มีรสเค็มจัดอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้นิ้วบวมค่ะ ซึ่งร่างกายของเราจำเป็นต้องรักษาสมดุลของเกลือและน้ำ หากคุณทานอาหารที่มีรสเค็ม นั่นหมายความว่า ร่างกายจะชดเชยด้วยการกักเก็บน้ำไว้มากขึ้น จึงไม่แปลกว่าทำไมอวัยวะต่างๆ ถึงบวมเป่ง อย่างไรก็ตาม อาการบวมที่เกิดจากอาหารเค็มจะหายไปเองภายในวันนั้น แต่มันก็อาจยืดเวลานานออกไป โดยขึ้นอยู่กับเกลือส่วนเกินที่ค้างอยู่ในระบบของร่างกาย

  1. โรคข้อเสื่อม

ถ้ากระดูกข้อต่อที่นิ้วขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนถึงขั้นที่ไม่สามารถใส่แหวนที่เคยใส่ได้ ไม่แน่ว่าคุณอาจกำลังถูกโรคข้อเสื่อมเล่นงานเข้าเสียแล้ว  ซึ่งโรคนี้เกิดจากการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อส่วนปลายของข้อต่อ ซึ่งคนที่เป็นโรคข้อเสื่อมอาจมีอาการปวดนิ้ว หรือข้อแข็ง

  1. โรคกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ

เมื่อเส้นประสาทที่วิ่งจากปลายแขนมายังฝ่ามือถูกบีบที่ข้อมือ มันก็จะทำให้เกิดโรคกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ นอกจากผู้ป่วยจะมีอาการนิ้วบวมแล้ว พวกเขาก็จะรู้สึกปวด แสบร้อน เป็นเหน็บ หรือชาที่มือและนิ้ว ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า โรคดังกล่าวพบได้มากเป็น 3 เท่าในผู้หญิงเมื่อเทียบกับผู้ชาย

มือบวม

  1. ภาวะบวมน้ำเหลือง

โรคบวมน้ำเหลืองเกิดจากการที่น้ำเหลืองที่มีสิ่งสกปรก แบคทีเรีย และไวรัสเกิดการคั่งอยู่ภายในร่างกาย ซึ่งมันจะทำให้นิ้วมือและนิ้วเท้าของคุณบวม นอกจากนี้คุณอาจรู้สึกตึงที่ผิวหนัง หรือรู้สึกว่าผิวหนาผิดปกติ ทั้งนี้มีการพบความเชื่อมโยงระหว่างโรคบวมน้ำเหลืองกับการผ่าตัด หรือการรักษาโรคมะเร็งเต้านมโดยการฉายรังสี และในบางกรณีซึ่งอาจพบได้น้อย โรคบวมน้ำเหลืองสามารถเกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของระบบน้ำเหลือง

  1. โรคเรเนาด์

โรคเรเนาด์จะทำให้หลอดเลือดของคุณตีบแคบลง โดยมักเกิดจากอากาศหนาวหรือความเครียด เมื่อหลอดเลือดแคบลง มันก็จะไปจำกัดการไหลเวียนโลหิต หากร่างกายของคุณอุ่นขึ้น หรือหายเครียดแล้ว มันก็จะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดกลับมาทำงานปกติ และมีอาการบวมพร้อมกับรู้สึกเหมือนโดนแทงหรือปวด ซึ่งโรคนี้มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ถ้าคุณสังเกตว่านิ้ว หรือฝ่ามือช้ำหรือซีดก่อนที่จะบวม นั่นก็เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของโรคเรเนาด์ค่ะ

  1. ครรภ์เป็นพิษ

ผู้หญิงตั้งครรภ์อาจมีบางอวัยวะที่บวม แต่หากมือและหน้าของคุณบวม โดยเฉพาะเมื่อกดนิ้วโป้งไปที่ผิว แล้วเกิดรอยบุ๋มอย่างเห็นได้ชัด มันก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะครรภ์เป็นพิษค่ะ ซึ่งผู้ป่วยจะมีความดันโลหิตสูง และหากไม่ได้รับการรักษา มันก็จะทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งแม่และลูกในครรภ์ ซึ่งจากข้อมูลของ The American College of Obstetrics and Gynecology ระบุว่า ภาวะนี้มักเกิดในผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไปที่อุ้มท้องแฝดสองหรือแฝดสาม และคนอ้วน

หากคุณพบว่านิ้วของตัวเองบวมเป่ง และเป็นต่อเนื่องจนผิดสังเกต คุณก็ไม่ควรเพิกเฉย และรีบไปพบแพทย์ด่วนเลยค่ะเพื่อการรักษาที่ทันเวลา

ที่มา: prevention

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram