Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

รู้ทัน “ โรคปวดกล้ามเนื้อ ” อาการปวดที่มองข้ามไม่ได้

รู้ทัน “ โรคปวดกล้ามเนื้อ ” อาการปวดที่มองข้ามไม่ได้

                การที่คุณรู้สึกเจ็บปวดทั่วร่างกายนั้นอาจไม่ได้เกิดจากความเหนื่อยล้าธรรมดาๆ ค่ะ เพราะมันอาจเป็นไปได้ว่า คุณกำลังป่วยเป็นโรคปวดกล้ามเนื้อ (Fibromyalgia) นั่นเอง สำหรับใครที่สงสัยว่าตัวเองกำลังเข้าข่ายเป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ เราลองมาเช็คอาการของโรคปวดกล้ามเนื้อไปพร้อมกันเลยค่ะ

โรคปวดกล้ามเนื่อ

อาการ

  • รู้สึกปวดตามร่างกายต่อเนื่องมานานกว่า 3 เดือน
  • รู้สึกเมื่อยล้าอย่างมากในตอนเช้า
  • มีรูปแบบการนอนที่ผิดปกติ
  • ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในบางจุดของร่างกายมีความรุนแรงมากกว่าบริเวณอื่นๆ
  • ปวดศีรษะ
  • ทรมานกับช่วงมีประจำเดือน
  • รู้สึกไม่สบายตัวในระหว่างขับถ่าย หรือปัสสาวะ
  • มีความไวต่ออากาศ และมีปฏิกิริยาต่อความหนาวเย็น และความร้อน กลิ่นฉุน หรือเสียงรบกวน
  • อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มขึ้นโดยไม่มีเหตุผล
  • เกิดความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้โดยเฉพาะบริเวณแขนทั้งสองข้าง เช่น รู้สึกชา แสบร้อน บวม ฯลฯ
  • พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะจดจ่อ หรือจดจำสิ่งต่างๆ
  • รู้สึกหงุดหงิด และซึมเศร้าอย่างต่อเนื่อง

ความเชื่อผิดๆ ที่เชื่อกันมาตลอด

ปวดเนื้อปวดตัว

  1. มันไม่ใช่โรค แต่เป็นเพียงแค่ความรู้สึกส่วนตัว

                Fibromyalgia เป็นหนึ่งในความผิดปกติที่พบได้ในระบบกล้ามเนื้อ และกระดูก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคดังกล่าวค่ะ

  1. มันเกิดขึ้นได้ในผู้หญิงสูงอายุเท่านั้น

                ความเชื่อนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่จริงค่ะ เพราะโรคปวดกล้ามเนื้อสามารถเกิดขึ้นได้แม้กระทั่งกับเด็ก แต่โดยมากแล้วมักพบได้ในคนที่มีอายุอยู่ในช่วง 20-50 ปี และตามสถิติแล้ว โรคปวดกล้ามเนื้อมักพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายค่ะ

  1. ความเจ็บปวดอยู่ในระดับที่ทนได้

                ในบางครั้ง ความเจ็บปวดสามารถนำไปสู่ความพิการได้ค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น มันก็มีโอกาสที่โรคปวดกล้ามเนื้อจะไปเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะในคนวัยหนุ่มสาว

วิธีการรักษา

ปรึกษาแพทย์

  1. ปรึกษาแพทย์

                มีเพียงแพทย์เท่านั้นที่สามารถฟันธงได้ว่าคุณเป็นโรคปวดกล้ามเนื้อหรือไม่ และเป็นผู้ที่เลือกการรักษาที่เหมาะสมให้แก่คุณ

  1. รักษาโดยใช้ยา

                โดยปกติแล้ว ยาแก้ปวด และยาต่อต้านการอักเสบมักจะนำมาใช้ในการรักษาโรคปวดกล้ามเนื้อ นอกจากนี้อาจมียาต้านอาการซึมเศร้าร่วมด้วยเช่นกัน

  1. กิจกรรมทางกายภาพ การนวด หรือวิธีอื่นๆ

                การทำกิจกรรมทางกายภาพต่างๆ เช่น การเล่นกีฬาให้อยู่ในระดับปานกลาง การว่ายน้ำ หรือการเล่นโยคะนั้นสามารถช่วยฟื้นฟูความสามารถในการเคลื่อนไหวได้

  1. การฟื้นฟูความสมดุลทางอารมณ์

                การทำสิ่งใดก็ตามที่ช่วยให้ทัศนคติในแง่ลบ หรืออาการซึมเศร้าหายไปนั้นจะส่งผลดีต่ออาการทั้งทางตรง และทางอ้อม ทั้งนี้แพทย์พบว่า การใช้สัตว์มาช่วยบำบัด หรือที่เรียกว่า Pet Therapy นั้นสามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคได้ค่ะ

                หากช่วงนี้คุณรู้สึกว่ามีอาการเข้าข่ายตามที่เรากล่าวไปข้างต้นล่ะก็ คุณก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ และรีบไปพบแพทย์ค่ะ เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไร มันก็อาจทำให้อาการแย่ลง และเกิดเป็นโรคเรื้อรังได้ค่ะ

ที่มา: brightside

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram