Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

รอบเดือนผิดปกติมาจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

รอบเดือนผิดปกติมาจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

                นอกจากปัญหาเรื่องความสวยความงามที่เป็นเรื่องกวนใจให้ผู้หญิงทั้งหลายกังวลแล้ว ปัญหารอบเดือนถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ค่อนข้างสำคัญและต้องใส่ใจค่ะ ไม่เพียงแค่เราต้องรับมือกับอาการแปรปรวนของอารมณ์ ผสมกับการปวดรอบเดือนอย่างหนักหน่วงแล้ว ปัญหาประจำเดือนขาด ประจำเดือนล่าช้าก็เป็นปัญหาระดับชาติของผู้หญิงเช่นกัน ซึ่งนอกจากภาวะการเจ็บป่วยแล้วคุณทราบหรือไม่ว่า ไลฟ์สไตล์ของเรานั้นก็เป็นอีกตัวการหนึ่งที่ทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติได้ เราลองมาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุให้มีผลกระทบกับรอบเดือนของเรา

  1. ความเครียด

เครียด

                การที่คุณรู้สึกเครียดนั้นไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาพจิตเท่านั้น แต่มันยังมีผลต่อการมีรอบเดือนเช่นกันค่ะ โดยมันจะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเกิดความผันผวน ส่งผลให้รังไข่ทำงานผิดปกติ ทำให้ประจำเดือนของคุณมาไม่เหมือนเคยค่ะ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรจัดการกับความเครียดให้อยู่หมัด ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย นั่งสมาธิ หรือดูสิ่งบันเทิงนั้นก็ล้วนแต่ช่วยคลายเครียดได้เป็นอย่างดี

  1. ออกกำลังกายมากเกินไป

                แม้ว่าการออกกำลังกายจะช่วยทำให้คุณมีสุขภาพแข็งแรง แต่การออกกำลังกายมากเกินไปนั้นอาจส่งผลต่อรอบเดือนของคุณได้ค่ะ ทั้งนี้ Mary Jane Minkin ศาสตราจารย์จาก Yale School of Medicine กล่าวว่า ร่างกายของเราจำเป็นต้องมีปริมาณไขมันจำนวนหนึ่งเพื่อให้ไข่ตก ดังนั้นหากร่างกายของคุณมีไขมันต่ำเกินไป การตกไข่ก็จะหยุดลงนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณควรออกกำลังกายแต่พอดีค่ะ

  1. แอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์

                จากข้อมูลของ National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism นั้นได้มีการระบุว่า การดื่มแอลกอฮอล์ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อตับ หรืออวัยวะอื่นๆ ในร่างกายเท่านั้น แต่มันมีผลต่อรอบเดือนของสาวๆ เช่นกันค่ะ ทั้งนี้แอลกอฮอล์จะไปทำการเพิ่มเอสโตรเจน และเทสโทสเตอโรนชั่วคราว ซึ่งนั่นอาจทำให้ฮอร์โมนเกิดความผันผวน และทำให้มีปัญหากับการตกไข่ได้ในที่สุด ดังนั้นสาวๆ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เกินวันละหนึ่งแก้ว หรือหากเลิกดื่มได้ก็จะยิ่งดีต่อสุขภาพโดยรวมของคุณค่ะ

  1. น้ำหนักเพิ่ม

            การที่น้ำหนักตัวของคุณพุ่งกระฉูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เช่น มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 50 ปอนด์ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนนั้นสามารถทำให้ฮอร์โมนเกิดความผันผวนได้ค่ะ เมื่อน้ำหนักเพิ่มขึ้น รังไข่จะเริ่มผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมากยิ่งขึ้น โดยมันจะไปป้องกันกระบวนการตกไข่ ส่งผลให้รอบเดือนของคุณมาช้ากว่าปกติ หรือรอบเดือนขาดช่วงค่ะ

  1. ยาต้านอาการซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเวช

ยาซึมเศร้า

                ยาในกลุ่มที่รักษาอาการซึมเศร้า หรือโรคทางจิตนั้นอาจไปรบกวนรอบของการมีประจำเดือน โดยมันอาจทำให้ประจำเดือนไม่มา หรือมาบ่อยกว่าปกติ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ยาเหล่านี้จะไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่ถูกผลิตจากต่อมใต้สมองอย่างโปรแลคติน ซึ่งจะไปเปลี่ยนฮอร์โมนอื่นๆ ในร่างกายที่ควบคุมวงจรของรอบเดือน

  1. กะทำงาน

                มีการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ทำการสำรวจผู้หญิงจำนวน 119,000 คน พบว่า คนที่ทำงานในช่วงกลางคืนนั้นมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับรอบเดือนเพิ่มขึ้น 33% ยิ่งตารางการทำงานของคุณผันผวนมากเท่าใด โอกาสที่คุณจะมีปัญหากับรอบเดือนก็จะเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น ซึ่งมันสามารถอธิบายได้ว่า กะทำงานโดยเฉพาะในช่วงกลางคืนนั้นจะไปรบกวนการทำงานของนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย ซึ่งมันมีส่วนในการควบคุมรอบเดือนของสาวๆ นั่นเอง

  1. สูบบุหรี่

สูบบุหรี่

                นักวิจัยจาก University of Massachusetts พบว่า ผู้หญิงที่สูบบุหรี่นั้นจะมีอาการในช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือที่เรียกว่า PMS หนักกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้สูบบุหรี่ ทั้งนี้ยังมีการค้นพบอีกว่า การสูบบุหรี่นั้นจะไปเปลี่ยนระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจน เทสโทสเตอโรน โปรเจสเตอโรน และฮอร์โมนชนิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ PMS นอกจากนี้ผู้หญิงที่สูบบุหรี่ยังมีรอบเดือนที่สั้น และผิดปกติมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้สูบบุหรี่ ดังนั้นถ้าเลิกได้ คุณก็ควรทำค่ะ เพราะมันจะดีต่อสุขภาพของคุณเอง

  1. ตกอยู่ในภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic ovary syndrome – PCOS)

            ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบนั้นเป็นความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อที่พบได้ในสตรีวัยเจริญพันธุ์ประมาณ 10% ซึ่งมันจะทำให้เกิดความผันผวนของฮอร์โมนโดยที่รังไข่จะผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้ไปขัดขวางการตกไข่ ทำให้รอบระดูผิดปกติ นอกจากนี้ผู้ที่เป็น PCOS ยังมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น สิวขึ้น น้ำหนักเพิ่ม ขนขึ้นดกกว่าปกติ ฯลฯ ดังนั้นหากรู้ตัวว่ามีอาการดังกล่าว คุณก็ควรรีบไปพบแพทย์นะคะ

                หากคุณรู้ตัวว่าประจำเดือนมาผิดปกติอยู่บ่อยครั้ง อย่าได้ชะล่าใจค่ะเพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนถึงการมีสิ่งผิดปรกติเกี่ยวกับระบบสืบพันธ์คุณควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงทันทีค่ะ

ที่มา: shape

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram