Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

6 อาหารที่ควรเลี่ยงหากไม่อยากเสี่ยงต่อภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน

6 อาหารที่ควรเลี่ยงหากไม่อยากเสี่ยงต่อภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน

ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (Over active bladder) หรือที่เรียกอีกชื่อว่าโรคช้ำรั่ว คือ ภาวะที่ผู้ป่วยอยากปัสสาวะในทันทีและไม่สามารถกลั้นได้ และปัสสาวะมากกว่าวันละ 8 ครั้งต่อวัน โดยมีการลุกขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืนมากกว่า 2 ครั้ง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกทรมานกาย ทรมานใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม นอกจากการทานยาที่แพทย์สั่งแล้ว คุณควรหันมาดูแลเรื่องอาหารการกินด้วยค่ะ เพราะมีการค้นพบว่าอาหารบางชนิดจะยิ่งทำให้อาการแย่ลงนั่นเอง เราลองมาดูกันดีกว่าว่ามีอาหารชนิดใดบ้าง

อาหารเผ็ด

1. อาหารเผ็ด
อาหารที่มีรสเผ็ด หรือจัดจ้านอาจทำให้สาวๆ รู้สึกฟินเมื่อได้ทาน แต่มันอาจทำร้ายกระเพาะปัสสาวะได้ค่ะ โดยมันจะทำให้อาการของภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินแย่ลง ทางที่ดีคุณควรหันมาทานอาหารรสอ่อนในระหว่างที่รักษาตัวค่ะ
2. อาหารที่มีน้ำตาลสูง
อาหารที่มีปริมาณของน้ำตาลสูง และสารให้ความหวานแทนน้ำตาลสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ค่ะ เพราะมันจะไปเพิ่มความรู้สึกอยากปัสสาวะมากขึ้น และทำให้กระเพาะปัสสาวะระคายเคือง ด้วยเหตุนี้คุณควรหลีกเลี่ยงการทานเค้ก คุกกี้ ลูกกวาด หรือขนมหวานชนิดอื่นๆ และลองหันมาทานผลไม้สด หรือผลไม้แห้งแทนค่ะ

กาแฟ
3. กาแฟ
คาเฟอีนมีผลกระทบทางลบต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะการกระตุ้นให้สมอง หัวใจ และกระเพาะปัสสาวะทำงานหนักขึ้น ทำให้มันเป็นอาหารที่ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ตกอยู่ในภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินค่ะ อย่างไรก็ตาม นอกจากผู้ป่วยจะหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟแล้ว อาหารที่มีคาเฟอีนชนิดอื่นๆ ที่ควรงดก็ได้แก่ น้ำอัดลม ช็อกโกแลต หรือชาบางชนิดค่ะ
4. บลูเบอร์รี หรือน้ำในตระกูลซิตรัส
แม้ว่าบลูเบอร์รีเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงช่วยรับมือกับโรคติดเชื้อกระเพาะปัสสาวะได้เป็นอย่างดี แต่มันกลับมีผลข้างเคียงเช่นกันค่ะ ซึ่งกรดที่พบได้ในเบอร์รี หรือผลไม้ในตระกูลซิตรัสจะทำให้คุณยิ่งปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น ทางที่ดีคุณควรหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าวเพื่อไม่ให้อาการแย่ลงไปกว่าเดิมค่ะ

แอลกอฮอล์

5. แอลกอฮอล์
นอกจากการดื่มแอลกอฮอล์จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของตับ และสุขภาพโดยรวมแล้ว เครื่องดื่มชนิดนี้ก็ยังมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะอีกด้วย จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมอาการของคุณถึงแย่ลง ดังนั้นหากคุณรู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน คุณก็ควรลด หรือเลิกดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสุขภาพของคุณค่ะ

6.มะเขือเทศ
แม้ว่ามะเขือเทศอุดมไปด้วยสารพัดประโยชน์ ไม่ว่าในแง่ของสุขภาพ และความงาม แต่กรดในมะเขือเทศอาจทำร้ายกระเพาะปัสสาวะ และทางเดินปัสสาวะได้ ค่ะนอกจากนี้มะเขือเทศยังมีฤทธิ์ขับน้ำอีกด้วย เห็นทีว่าสาวๆ คงต้องงดทานมะเขือเทศชั่วคราวจนกว่าจะหายดีก่อนค่ะ
ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินอาจไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่มันก็ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคุณได้ค่ะ นอกจากการทานยา และเลี่ยงอาหารที่เรากล่าวไปข้างต้นแล้ว สาวๆ ก็อาจหมั่นฝึกกล้ามเนื้อตรงกระดูกเชิงกราน และกำหนดเวลาปัสสาวะไม่ให้เกิดขึ้นถี่เกินไปค่ะ

ที่มา : steptohealth

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram