Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

4 สาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียทั้งที่นอนเต็มอิ่ม

4 สาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียทั้งที่นอนเต็มอิ่ม

เคยไหมที่ยังคงรู้สึกอ่อนเพลีย เหมือนนอนไม่พอทั้งๆ ที่ได้นอนเต็มอิ่มแล้ว? แทนที่คุณจะรู้สึกสดชื่น และสมองปลอดโปร่งพร้อมที่จะเคลียร์งานกองโตแต่สุดท้ายก็จบลงด้วยการนั่งหาวและไม่มีสมาธิในการทำงาน เพราะคุณดันรู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลียมาก ใครที่กำลังมีอาการอย่างที่ว่าและกำลังสงสัยว่ามันเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด วันนี้เราจะพาคุณไปค้นหาคำตอบนี้พร้อมกันค่ะ

อ่อนเพลียทั้งที่นอนเต็มอิ่ม

  1. ได้รับสารอาหารบางชนิดน้อยหรือมากไป

การได้รับสารอาหารบางชนิดน้อยเกินไปสามารถทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น เมื่อร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ มันจะทำให้คุณอ่อนเพลีย เฉื่อยชา หงุดหงิดง่าย และไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ สำหรับอาหารที่พบธาตุเหล็กได้มาก เช่น ผักโขม ไข่ ถั่ว ตับ เนื้อสัตว์ ฯลฯ

นอกจากนี้การทานอาหารจั๊งค์ฟู้ดมากเกินไปก็สามารถทำให้คุณมีอาการอ่อนเพลียได้เช่นกัน เพราะอาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยแป้งและน้ำตาล เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็ว มันจะทำให้เกิดความรู้สึกอ่อนเพลียตามมาค่ะ

  1. ความเครียด

ความเครียดอาจไม่ทำให้คุณเหนื่อยกาย แต่มันกลับทำให้คุณเหนื่อยใจแทนค่ะแม้ว่าเราจะนอนเต็มที่แล้ว ความรู้สึกเหนื่อยก็จะยังคงอยู่ ดังนั้นคุณควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยพยายามกำจัดความเครียดให้หมดไป สำหรับวิธีที่ช่วยคลายเครียด เช่น นั่งสมาธิ ดูภาพยนตร์ เล่นกีฬา แช่น้ำอุ่นพร้อมกับจุดเทียนหอมไปด้วย เล่นกับสัตว์เลี้ยง ฯลฯ

  1. ไม่ทานอาหารเช้า

อาหารเช้าถือเป็นอาหารมื้อที่สำคัญที่สุดของวันเลยค่ะ โดยมันช่วยให้คุณมีพลังพร้อมที่จะรับมือกับเรื่องต่างๆ หากคุณไม่ทานอาหารเช้า แน่นอนว่าคุณก็จะไปถึงที่ทำงานด้วยความรู้สึกเฉื่อยชา และไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำงานค่ะ ดังนั้นอย่าลืมทานอาหารเช้าทุกวันนะคะ

  1. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มเหล้า หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ อาจทำให้คุณนอนหลับได้ไวขึ้น และทำให้คุณหายเครียดไปได้ชั่วขณะ แต่มันอาจทำให้คุณภาพการนอนของคุณลดลง โดยคุณอาจตื่นขึ้นมากลางดึก หรือร่างกายตกอยู่ในภาวะขาดน้ำ ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยแม้ว่าได้นอนเต็มอิ่มแล้ว

อ่อนเพลียทั้งที่นอนเต็มอิ่ม

วิธีแก้ปัญหา

  1. ฝึกควบคุมการหายใจ

หลายคนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการฝึกหายใจ เพราะเราทุกคนล้วนแต่หายใจตลอดเวลาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การหายใจมีความสำคัญต่อพลังงานค่ะ เพราะมันช่วยให้ออกซิเจนไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ทั้งนี้คุณสามารถฝึกหายใจได้โดยยืนตรงและหายใจเข้าออกแบบลึกๆ โดยเริ่มจากกระบังลมค่ะ

  1. เคลื่อนไหวให้มากขึ้น

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเราถึงรู้สึกตื่นตัว และเต็มไปด้วยพลังก่อนที่จะขึ้นรถ แต่หลังจากที่นั่งไปสักพัก คุณจะเริ่มหาวและรู้สึกเนือยๆ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าการนั่งสามารถส่งผลต่อความลึกของการหายใจ อีกทั้งยังทำให้หัวใจเต้นช้าลง หากคุณทำงานที่ใช้เวลาส่วนมากไปกับการนั่ง ให้คุณสละเวลาสัก 5 นาทีทุก 1 ชั่วโมงเพื่อเดินไปรอบๆ ยืดเส้นยืดสาย หรือทำสิ่งใดก็ได้ที่ช่วยให้คุณได้เคลื่อนไหว ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้คุณรู้สึกมีพลังมากขึ้นค่ะ

  1. งีบหลับสักครู่

การนอนงีบหลับสักครู่หนึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้คุณกลับมามีพลังอีกครั้ง เพียงแค่คุณใช้เวลา 30-60 นาทีนอนในระหว่างวัน คุณจะพบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาพร้อมกับพลังที่มากขึ้น มีสมองที่ปลอดโปร่ง และทำงานได้มีประสิทธิภาพ คราวนี้ต่อให้งานกองโตแค่ไหน คุณก็ไม่ต้องหวั่นแล้วค่ะ

  1. ดื่มน้ำมากขึ้น

ให้ลองถามตัวเองก่อนว่า คุณดื่มน้ำเพียงพอแล้วหรือยัง ? ถ้าคำตอบคือไม่ บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียหลังจากที่ได้นอนเต็มอิ่มก็ได้ค่ะ เพราะหากร่างกายขาดน้ำไปเพียงแค่ 2% มันก็จะทำให้ระดับพลังงานลดฮวบเลยค่ะ เพราะเมื่อร่างกายตกอยู่ในภาวะขาดน้ำ มันจะทำให้เลือดข้นกว่าปกติ ส่งผลให้สารอาหาร และออกซิเจนถูกลำเลียงได้ยากขึ้น สุดท้ายคุณก็จะมีอาการอ่อนเพลียค่ะ

  1. ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

คุณจะยังคงรู้สึกเหนื่อยถ้าคุณยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร โดยเฉพาะการทานอาหารที่มีน้ำตาลและแป้งสูงอย่างจั๊งค์ฟู้ด ซึ่งอาหารเหล่านี้จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงและลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้คุณมีอาการปวดศีรษะ หรือเกิดความรู้สึกอ่อนเพลียตามมาค่ะ ดังนั้นคุณควรเพลาๆ การทานจั๊งค์ฟู้ด และเน้นทานผัก ผลไม้ เมล็ดพันธุ์ หรือถั่วให้มากขึ้น

สำหรับใครที่มักมีอาการอ่อนเพลีย หรือรู้สึกเหนื่อยทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้อดหลับอดนอน หวังว่าสิ่งที่เรานำมาแชร์ข้างต้นจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงที่มาที่ไปของปัญหาและทราบถึงวิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้องแล้วนะคะ ดูแลตัวเองกันสักนิด เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณมีสุขภาพดี ห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ ค่ะ

ที่มา: beautyandtips

get up close & personal with instagram