Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

สิ่งที่ฉันอยากให้มีคนสอนตอนอายุ 20

สิ่งที่ฉันอยากให้มีคนสอนตอนอายุ 20

บทความนี้ปรากฏครั้งแรกในบทสัมภาษณ์ของ Nelson Wang ใน Quora โดยเขาได้ตอบคำถามว่า “อะไรคือสิ่งที่ไม่มีใครเคยบอกคุณเรื่องการเป็นผู้ใหญ่?”

เขาตอบว่า “ในวันที่ผมทำ startup ครั้งที่สองไม่สำเร็จ ผมกลับมาบ้านคืนวันเสาร์และพบจดหมายวางอยู่บนโต๊ะอาหารในห้องครัว มันเป็นจดหมายจากสำนักทนายความที่แจ้งว่าพวกเขากำลังจะฟ้องร้องบริษัทฯ ของผม ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนมีใครมาเตะผมที่หน้าท้อง เป็นเป็นความรู้สึกที่แย่ที่สุดในโลกเลยล่ะ

ในตลอดชีวิต 31 ปีของผมที่ผ่านมา ผมหวังว่าจะมีใครสักคนที่เคยสอนผมบทเรียนสำคัญๆ ระหว่างที่ผมเติบโต และ 10 ข้อนี้คือสิ่งที่ไม่มีใครเคยสอนผมมาก่อน:

1. สกุลเงินที่สำคัญที่สุดในโลกคือ “เวลา”
เงินก็มีค่า แต่เวลามีค่ามากกว่า เวลาไม่มีสิ้นสุด แต่ถ้าคุณใช้มันแล้ว คุณไม่สามารถเอาเวลานั้นกลับคืนมาได้ คุณควรจะใช้เงินเพื่อหาเวลาที่จะใช้กับครอบครัว กับเพื่อน และคนที่คุณรัก ได้มากขึ้น มีคนรู้จักของครอบครัวผมคนนึงเขาใช้เวลาทั้งชีวิตในการเก็บเงิน เขาเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์เท่าที่จะทำได้ เพราะเขาหวังอาจจะได้ใช้ชีวิตในฝัน แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับประสบอุบัติเหตุรถชนและเสียชีวิตทันที... คุณควรที่จะเห็นคุณค่าของเวลาที่เรามีตอนนี้และใช้มันให้เต็มที่

2.บางที ตนก็เป็นที่พึ่งแห่งตนจริงๆ

การมีครอบครัวและเพื่อนฝูงที่คอยสนับสนุนนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะผลักดันให้คุณมีชีวิตที่ดีและประสบความสำเร็จ จงลงทุนทั้งแรงกาย, แรงกาย และเวลากับคนที่เขารัก, สนับสนุนและคคอบสนับสนุนคุณ

แต่อย่าลืมว่าบางครั้งคุณต้องรู้ตัวว่ามีเพียงคุณคนเดียวเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาได้

ตอนที่ startup ของผมล้มเหลว ผมจำได้เลยว่านอนครุ่นคิดถึงความรู้สึกแย่ๆ ระหว่างเงยหน้าขึ้นจ้องเพดาน ผมรู้สึกเป็นคนที่ไม่เอาไหน แต่ในที่สุดแล้วผมก็คิดได้ว่าผมไม่ควรที่จะมานั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่อย่างนี้ ก็เลยลุกขึ้นมาแล้วก็ออกไปวิ่ง กลับมาก็อ่านหนังสือ (อย่างเรื่อง Zen and Inner Peace) เพื่อให้ใจปล่อยวาง สุดท้ายผมก็บอกตัวเองว่า “เอาล่ะเรามาลองดูกันอีกซักตั้ง”

แล้วไงต่อรู้มั้ย? มันได้ผลจริงๆ ตอนนี้ผมทำ startup อันที่สามแล้ว (ตำแหน่ง CEO ของ Lifestyle) ที่มีผู้สมัครรับข่าวสาร 1,500 คนเพียงภายในสามเดือนเท่านั้น

3. การเอาใจเขามาใส่ใจเราเป็นเรื่องสำคัญต่อการสานสัมพันธ์กับคนอื่น
มีครั้งหนึ่งพี่สาวผมโทรมาคุยเรื่องปัญหากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก แล้วผมก็ไม่รู้จะตอบเธอว่าอย่างไรดี ทีนี้ผมก็เลยถามเธอว่า “พี่อยากให้น้องช่วยยังไงล่ะ?” แต่พี่ผมกลับตอบว่า “ไม่ต้องทำไรเลย พี่แค่อยากเล่าให้น้องฟังเฉยๆ เท่านั้นเอง”

และนั่นแหล่ะคือคำแนะนำที่ดีที่สุดที่เธอให้กับผม

หลายๆ ครั้ง เราไม่รู้หรอกว่าคำตอบที่ดีที่สุดคืออะไร แต่เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่คุณเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่าย มันคือวิธีที่คุณจะสานสัมพันธ์กับคนอื่น

จงศึกษาวิธีการหยั่งรู้ความรู้สึกของคนอื่น มันช่วยคุณพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น

4. คุณไม่จำเป็นต้องกินพิซซ่าตอนตี 2 หรอก เอาจริงๆ

วางมันลงเลยนะ จริงๆ แล้วร่างกายของคุณจะขอบคุณคุณไปอีกห้าปี

5. การกินเหล้ามันไม่ใช่เรื่องจำเป็น

ตอนที่ผมอายุน้อยกว่านี้ ผมเคยรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่จะได้ออกไปดื่มกับเพื่อนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ “โอ้ย ทำงานเสร็จแล้ว กินเหล้าๆๆ” แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันไม่ได้สนุกขนาดนั้น

โอเคมันเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้สนิทกับเพื่อนผ่านการทำอะไรรั่วๆ ระหว่างที่เมา แต่ประสบการณ์เหล่านั้นมันดีจริงเหรอ? ตอนที่ผมเริ่มดื่ม ผมเริ่มคิดว่าบางทีมันยากมากเลยนะที่จะจำบทสนทนาอะไรกับใครได้ แล้วคนที่คุณคุยด้วยเขาก็ไม่ได้มีสติมากขนาดนั้น สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ได้เป็นเวลาที่ดีอะไรขนาดนั้นสักหน่อย นี่ผมยังไม่ได้พูดถึงความรู้สึกเวลาเมาค้างนะ

ถ้าถามว่าผมยังดื่มเหล้ามั้ย? ผมก็ดื่ม แต่มันน้อยมากๆ เพราะผมชอบที่จะออกไปเจอคน และใช้เวลาดีๆ ระหว่างที่มีสติมากกว่า ผมคิดว่าถ้าคุณสามารถครองตนเองไม่ให้เมา เวลาที่คุณออกไปข้างนอกแล้วเจอคน คุณจะได้อะไรที่สนุก ตลก แล้วก็มีอรรถรส แถมยังสามารถจำบทสนทนาเหล่านั้นได้อย่างดี แม้กระทั่งมันจะผ่านไปแล้วเป็นอาทิตย์ๆ และนั่นก็คือความรู้สึกของการสานสัมพันธ์อย่างแท้จริงสำหรับผม

ลองคิดดูนะ ว่าถ้าเพื่อนๆ ของคุณคิดว่าคุณเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสนุกมาก โดยเฉพาะเวลาที่มีเหล้าเข้ามาเกี่ยวเนี่ย... คุณว่าเพื่อนคุณเขาชอบตัวตนของคุณจริงๆ มั้ย?

6. ความสำเร็จทางห้าที่การงานนั้นขึ้นอยู่กับคุณค่าที่คุณให้มัน

มีคนส่ง resume มาให้ผมเช็คบ่อยมากๆ เพราะว่าผมเขียนหนังสือเรื่อง “resume ตายไปแล้ว”

ทีนี้มีคนๆ หนึ่งเขาขอให้ผมอ่านของเขา ผมก็อ่าน แล้วผมก็พบว่าสิ่งที่เขาเขียนนั้นมันเหมือนกับอะไรที่ผมเห็นทุกวัน

คนส่วนมากมักใช้หัวข้อเรื่องประสบการณ์การทำงาน เขียนเรื่องหน้าที่ที่เขารับผิดชอบในการทำงานที่ผ่านมา แต่แทบไม่มีใครเคยเขียนถึงผลลัพธ์ โอเคคุณอาจจะเคยสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กับบริษัท แต่แล้วไงละ?

จงจำไว้เสมอว่าคุณควรจะให้ความสำคัญต่อผลงานของคุณ เพราะมันสะท้อนถึงความสำเร็จของหน้าที่ที่คุณเคยรับผิดชอบ โอเคผมรู้ว่าคุณอยากให้ผมยกตัวอย่าง ก็ได้นะ งั้นดูนะ

ตัวอย่างแรก: เคยสร้างแอพลิเคชั่นให้บริษัท XYZ
ตัวอย่างที่สอง: เคยสร้างแอพลิเคชั่นที่ช่วยเพิ่มลูกค้าเป็นสามเท่าจากตอนแรก และยังเพิ่มความพึงพอใจแก่ลูกค้าของบริษัท XYZ ถึง 75%

คุณคิดว่าแบบไหนน่าสนใจหว่ากันล่ะ? ผมก็คิดอย่างนั้นแหล่ะ

7.ความรักมันกว้างใหญ่ มันมีหลายมิติ มันหลากหลายเกินบรรยาย

ความรักคือการยึดมั่น ความรักคือการแสดงให้อีกฝ่ายรู้ว่าคุณจะอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหนไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม ความรักคือการปรับเปลี่ยนและประนีประนอม ความรักคือการเข้าใจว่าเราไม่ได้เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง  มันคือความรู้สึกร่วม มันคือการช่วยเหลือกันค้นหาความสุข

และบางครั้งความรักก็คือการปล่อย

ความรักมันมีหลากหลายมิติเหลือเกิน จงทำความรู้จักมันและทำความเข้าใจว่ามันมีความหมายกับคุณอย่างไร

8. ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีตำแหน่ง คุณก็เป็นผู้นำได้

บางบริษัทเขาเอาชื่อตำแหน่งใส่ไปอย่างนั้นแหล่ะ คุณจะได้รู้สึกว่าหน้าที่คุณโตไงล่ะ
แต่สิ่งที่คนส่วนมากไม่เข้าใจคือคุณไม่จำเป็นที่จะต้องมีตำแหน่งในการเป็นผู้นำ
“โอเคผมมีไอเดียดีมากๆ เลยล่ะ แต่ผมไม่มีอำนาจในการตัดสินใจน่ะสิ่!” เป็นสิ่งที่ผมได้ยินมาตลอดจากคนแทบทุกคน
จงเรียนรู้วิธีการพูดให้ชัดเจน เรียนวิธีการโน้มน้าวคน เรียนวิธีการขายไอเดียให้ได้ผล เรียนวิธีการซื้อจากผู้ถือหุ้น ตำแหน่งมันไม่ได้ช่วยคุณในเรื่องทักษะพวกนี้นะ คุณต้องเรียนรู้ด้วยตัวคุณเอง

อย่ากังวลเรื่องตำแหน่งให้มากนัก กังวลเรื่องการเป็นผู้นำ เริ่มต้นการเป็นผู้นำเลยแล้วตำแหน่งมันจะมาหาคุณเองโดยธรรมชาติ

9. ทางเดินส่วนมากมันไม่ได้มาทางแนวตรง

สิ่งที่ได้ผลกับคนอื่นไม่ได้แปลว่าจะได้ผลกับคุณ เพราะคนเราทุกคนนั้นแตกต่างกันไป ถูกต้องมั้ย?
ตอนที่ผมยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ผมเห็นเพื่อนหลายคนลงเรียนวิชาไฟแนนซ์ แล้วมันก็ฟังดูดีมาก! คุณสามารถหาเงินจากการลงทุนได้เยอะๆ หลังเรียนจบ คุณจะมีหน้าที่การงานที่มั่นคงแล้วก็ได้ใช้ชีวิตในฝันของคนอเมริกันแน่นอน

ปัญหาคือ ผมไม่เก่งไฟแนนซ์น่ะสิ่ ขนาดสอบอีคอนผมยังไม่ผ่านเลย แล้วจะไปเรียนขนาดไฟแนนซ์ได้ไงเนี่ย?

ผมก็เลยนั่นนึกดูอยู่ว่าความสามารถและทักษะที่ผมมีมันคืออะไรบ้าง
มันคือการที่ผมเป็นคนที่มีแพชั่น ผมทำงานหนัก ผมชอบคุยกับคน ผมชอบช่วยเหลือคน

เพราะงั้นผมเลยเลือกที่จะลงเรียนวิชาการขาย แล้วผมก็ไม่เคยคิดนะว่าผมจะมาลงเอยแบบนี้ เพราะเพื่อนส่วนใหญ่ก็จบมาเป็นหมอ เป็นทนาย เป็นนักวิเคราะห์การเงินทั้งนั้นเลย

แต่ก็นั่นน่ะสิ่ คนทุกคนแตกต่างกัน และทางเดินของผมมันก็ไม่เหมือนคนอื่น เพราะทางเดินของคุณจะต้องแตกต่างจากคนอื่นอยู่แล้ว ดังนั้นก็รับมือกับมันให้ดี

10. คุณสามารถควบคุมมันได้

ถ้าคุณไม่อยากเข้างาน 9 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น งั้นก็ต้องศึกษาจากคนที่เขาสร้างธุรกิจไลฟ์สไตล์ แล้วก็สร้างมันบ้างสิ่

ถ้าคุณไม่อยากอ้วนพุงพลุ้ยอีกต่อไป ก็ตามการออกกำลังผ่าน P90X, ซื้อ NutriBullet แล้วก็เริ่มลดน้ำหนักซะ

คุณคือ CEO ของชีวิตคุณเอง คุณต้องตัดสินใจเพื่อให้วิสัยทรรศน์ของคุณเกิดเป็นจริง

เริ่มเลยวันนี้ ตอนนี้ มันไม่สายไปหรอกนะที่จะใช้ชีวิตที่คุณฝันไว้"

ขอบคุณบทความดีๆ จาก Business Insider 

อ่านบทสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ที่ Quora.

 

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram