Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

รวมพระราชอารมณ์ขันของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ...อ่านแล้วคิดถึงพ่อ...

พระราชอารมณ์ขันของในหลวงรัชกาลที่ 9

ถึงแม้ว่าพระราชพิธีพระราชทางเพลิงศพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่เรื่องราวและพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่พระองค์ได้ทรงทำเพื่อประชาชนของพระองค์จะยังคงอยู่ตราบนานเท่านาน เมื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ เราก็มักจะได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชอารมณ์ขันของพระองค์อยู่เรื่อยไป ไม่ว่าพระองค์จะเสด็จไปประทับเยี่ยมเยียนพสกนิกร ณ แห่งหนตำบลใด ก็จะเกิดเรื่องราวที่พระองค์ทรงไม่ถือพระองค์และยังมีคำพูดขำขันให้ประทับใจผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อยู่เรื่อยมา วันนี้จึงได้คัดเรื่องราวบางส่วนจากหนังสือพระราชอารมณ์ขัน โดย วิลาศ มณีวัต ที่ได้เล่าเรื่องด้วยการเรียบเรียงเรื่องราวจากความทรงจำของคุณวิลาศเอง และเรื่องที่ผู้อื่นเล่ากันมา เพื่อให้คนไทยได้ระลึกถึงท่านด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยคยามสุขจากพระราชอารมณ์ขันขงอพระองค์        

ในหลวง

  1. ให้เป็นช่าง

ครั้งหนึ่งเมื่อช่างเข้าไปทำเพดานในวัง คนหนึ่งกำลังยืนบนบันไดส่วนหัวอยู่ใต้ฝ้า อีกคนคอยจับบันไดอยู่ด้านล่าง พอดีกับช่วงนั้นที่ในหลวงเสด็จมา คนที่อยู่ข้างล่างเห็นในหลวง จึงปล่อยมือจากบันไดแล้วก้มลงกราบ คนที่อยู่ด้านบนมองไม่เห็นเลยบอกว่า “จับดีๆ หน่อย อย่าให้แกว่ง” ในหลวง ร. 9 ยื่นพระหัตถ์ไปทรงจับบันไดให้ นายช่างคนนั้นบอกว่า “เออ ดี ๆ เสร็จงานนี้จะให้เป็นช่างจริง” พอซ่อมเสร็จช่างก็ก้าวลงมา เมื่อเห็นว่าในหลวงทรงจับบันไดให้ ก็ถึงกับเข่าอ่อนแทบตกบันได และรีบลงมาก้มกราบ ในหลวงทรงตรัสกับช่างว่า “แหม ดีนะที่ชมว่าใช้ได้ แถมจะปรับตำแหน่งให้เป็นช่างอีกด้วย”

  1. เรียกน้าสิถึงจะถูก

วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวง ร. 9 มากมาย พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราคนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท แล้วก็เอามือของแกมาจับพระหัตถ์ในหลวง จากนั้นก็พูดว่ายายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง ยายอย่างนั้น ยายอย่างนี้อีกมากมาย แต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ มิได้ตรัสตอบว่ากระไร ทางเหล่าข้าราชบริพารต่างก็มองหน้ากันใหญ่ เนื่องจากไม่ทราบว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤทัยหรือไม่ แต่หลังจากได้ยินพระองค์ตรัสตอบหญิงชราคนนั้น ก็ทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์แทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว เพราะพระองค์ทรงตรัสว่าเรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ ต้องเรียกน้าสิถึงจะถูก”

  1. ปริญญาบัตรกี่กิโล?

พระอารมณ์ขันของในหลวง ร.9 เรื่องนี้ ม.ล.ปิ่น มาลากุล เคยเล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ทรงพระราชทานปริญญาบัตร ที่วิทยาลัยประสานมิตรปีหนึ่ง พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสแก่ ม.ล.ปิ่น ว่าวันนี้เราได้ให้ปริญญาบัตรไปกี่กิโล” ม.ล.ปิ่น มาลากุล อึกอัก จนด้วยเกล้า เพราะมิได้ให้ทางปลัดกระทรวงหรืออธิบดีชั่งน้ำหนักของปริญญาบัตรเอาไว้ เพื่อกราบบังคมทูล แต่ปีต่อมาในโอกาสเดียวกัน อธิการบดีของมหาวิทยาลัยได้เตรียมพร้อม ชั่งน้ำหนักใบปริญญาบัตรไว้เรียบร้อย ม.ล.ปิ่น มาลากุล จึงกราบบังคมทูลอย่างเสียงดังฟังชัดว่า “วันนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานปริญญาบัตรไป จำนวนทั้งหมด 230 กิโลกรัม” ทันใดนั้นพระองค์จึงทรงตรัสกับ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ว่าเราจะต้องได้อาหารสักกี่แคลอรี่จึงจะพอชดเชยกับพลังงานที่ได้เสียไป”

ในหลวง

  1. ลิเกเก่า

ครั้งหนึ่งที่ภาคอีสาน เมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายต่างแปลกใจในการกราบบังคมทูลที่คล่องแคล่ว และใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน เมื่อในหลวง ร. 9 มีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูลว่า “ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวน พระพุทธเจ้าข้า” มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า “มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว”

  1. อันนี้ให้มึง

ครั้งหนึ่งในหลวง ร. 9 ทรงเสด็จไปทรงงานในที่แสนไกล ผู้ใหญ่บ้านได้เกณฑ์ชาวกะเหรี่ยงมูเซอที่เพาะปลูกพืชไร่ ให้นำผลผลิตมาถวายในหลวง จากนั้นก็ทำการซักซ้อมคำราชาศัพท์กันยกใหญ่ ดูเหมือนว่ากะเหรี่ยงจะจำคำราชาศัพท์ได้แล้วจึงบอกว่า “ได้แน่นอน ในหลวงต้องไม่เสียพระทัยแน่นอน” เมื่อถึงวันที่ในหลวงทรงเสด็จมาตรวจงาน กะเหรี่ยงก็ได้ถวายของให้กับในหลวง ร. 9 แต่ด้วยความตื่นเต้นทำให้นึกคำพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรดี จึงพูดออกไปว่า “อ่ะ อันนี้ให้มึง อันนี้ให้เมียมึง ส่วนอันนี้ให้ลูกๆ มึง” ในหลวงทรงพระสรวลแล้วตรัสตอบว่าขอบใจนะ” เหตุการณ์นี้ทำเอาชาวบ้านรวมถึงผู้ใหญ่บ้าน ถึงกับหน้าซีดกันเป็นแถบๆ

เรื่องราวเกี่ยวกับพระราชอารมณ์ขันของพระองค์ยังมีอีกมากมาย เราพสกนิกรชาวไทยจงภูมิใจเถิดว่าครั้งหนึ่งแล้วนั้น เราได้เคยมีในหลวงที่ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงลำบากตรากตรำเพื่อให้ประชาชนของพระองค์ได้อยู่ดีกินดีมีความสุข และเปี่ยมไปด้วยพระราชอารมณ์ขันอีกด้วย เมื่อนึกถึงพระองค์ท่านครั้งใดเราก็จะพบเจอแต่เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความสุขจริง ๆ

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram