Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ระวัง ! Bitcoin (บิทคอยน์) เสี่ยงเป็นภัยต่อเศรษฐกิจโลกในอีก 20 ปีข้างหน้า

ระวัง ! Bitcoin (บิทคอยน์) สิ่งที่อาจจะเป็นอันตรายต่อโลกเศรษฐกิจของเราในอีก 20 ปีข้างหน้า

เมื่อช่วงปลายปี 90s เราน่าจะเคยได้ยินข่าววิกฤตการณ์เศรษฐกิจของเหล่านักลงทุน นักธุรกิจและพนักงานธนาคารเกี่ยวกับตลาดหุ้นอย่าง ‘Wall Street’ ที่ช่วงนั้นเกิดปัญหาเรื่องหุ้นจนทำให้เสียหายหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ เรียกได้ว่าหลายๆ คนคงได้รับบทเรียนกันไปชุดใหญ่

จนมาถึงวันนี้ ประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยได้อีกครั้งกับเจ้าสกุลเงินดิจิทัลที่มีชื่อว่า ‘Bitcoin’  ซึ่งไม่ใช่แค่สหรัฐอเมริกาแล้วล่ะที่จะต้องเผชิญกับปัญหานี้ เพราะ Bitcoin นั้นสามารถสร้างผลกระทบต่อทุกคนที่มีบัญชีธนาคารและทุกคนที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ง่ายๆ ก็คือแทบจะทั่วโลกเลยนั่นแหละ

สาเหตุที่เราเห็น Bitcoin โลดแล่นอยู่ในตลาดลงทุนอยู่บ่อยๆ ก็เพราะว่าการซื้อขาย Bitcoin แทบจะเปิดกว้างให้ทุกคนได้เข้าไปตรวจสอบได้ ไม่มีรัฐบาลมาเกี่ยวข้อง แถมบางคนก็คาดเดาว่าค่าเงินของมันมีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย จึงเป็นสาเหตุที่ทุกคนจับจ้องอยากเป็นเจ้าของกันมากมาย

ในความเป็นจริงแล้วมันอาจจะไม่ได้สวยงามขนาดนั้น จริงที่ว่าค่าของ Bitcoin มักจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวหรือแทบจะสี่เท่าด้วยซ้ำ แต่ค่าของมันก็มีโอกาสที่จะดิ่งลงมาถึงพื้นได้ในเร็ววัน และยิ่ง Bitcoin ไม่ได้มีรัฐบาลหรือธนาคารมาคอยรองรับด้วยล่ะก็ ในตอนนั้นกลุ่มคนที่ลงทุนกับ Bitcoin ไว้เยอะๆ ก็อาจจะไม่เหลืออะไรเลยเช่นกัน

bitcoin

ค่าเงินที่สูงมากๆ ของ Bitcoin นั้น ส่วนใหญ่แล้วมาจากความเป็นที่ต้องการในตลาด เพราะเมื่อนักลงทุนได้ยินข่าวของค่าเงิน Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ทุกคนก็อยากจะรีบซื้อมาสะสมกันหมด เพราะถ้ายิ่งรอนานมันก็จะยิ่งแพงขึ้นนั่นเอง ฟังดูมีมูลค่ามากๆ เลยใช่มั้ยล่ะ แต่ในทางกลับกันเมื่อทุกคนเข้าใจว่ามูลค่าของ Bitcoin มักจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เหล่านักลงทุนที่ซื้อ Bitcoin มากักตุนก็มักจะกักตุนมันไว้อย่างนั้น ไม่ได้ใช้จ่ายหรือทำอะไรกับมัน เพียงแค่ซื้อมาเพื่อความสบายใจไว้ก่อน จนสุดท้ายแทนที่ Bitcoin จะได้ทำหน้าที่สกุลเงินดิจิทัลจริงๆ ก็กลับกลายเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีประโยชน์หรือมีค่าใดๆ เลย

นอกจากนั้นยังมีปัญหาในด้านเทคโนโลยีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของพาสเวิร์ดเพื่อเข้าถึงระบบ Bitcoin ระบบการดำเนินการที่แต่เดิมใช้เวลาแค่ 10 นาทีแต่ตอนนี้ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง และค่าบริการในส่วนของการดำเนินการที่เพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจ ฟังแล้วก็ดูไม่น่าเวิร์คเลยใช่มั้ยล่ะ และที่น่ากังวลที่สุดสำหรับ Bitcoin ก็คือการที่มันสูบพลังงานอย่างมหาศาลในการดำเนินการระบบต่างๆ ถ้าพูดให้เห็นภาพก็คือพลังงานที่ Bitcoin ใช้นั้นแทบจะมีจำนวนเท่ากับประชากรทั้งหมดในประเทศเดนมาร์กนั่นเอง

แน่นอนว่าสกุลเงินดิจิทัลนั้นจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นทุกวันๆ แต่ทางเลือกอื่นนอกจาก Bitcoin ก็มีอยู่เยอะ ลองดูอย่างประเทศจีนที่มี WeChat Pay และ Alipay หรือประเทศอินเดียที่มีระบบ Unified Payments ให้เราได้ทำธุรกรรมการเงินสำเร็จภายในไม่กี่วินาที เหล่าผู้เชี่ยวชาญจึงอยากให้ทุกคนลองคิดทบทวนดูดีๆ ว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยงกับเจ้า Bitoin จริงๆ หรือเปล่า

ที่มา: inc-asean

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram