Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

Wonder Women: ชลลี่ “อดีตเด็กหลับในห้องเรียน สู่เวิร์คกิ้งวูแมนสมัยใหม่ พลิกความชอบเป็นงานที่ใช่ และค้นหาตัวเองเจอจากความเป็นไปไม่ได้”

Wonder Women: ชลลี่ “อดีตเด็กหลับในห้องเรียน สู่เวิร์คกิ้งวูแมนสมัยใหม่ พลิกความชอบเป็นงานที่ใช่ และค้นหาตัวเองเจอจากความเป็นไปไม่ได้”

ใครจะคิดว่าอดีตเด็กที่มักจะหลับประจำในห้องเรียน จะกลายเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ได้เปลี่ยนความชอบส่วนตัว เป็นงานที่สนุกและใช่ ทั้งยังค้นหาตัวเองเจอจากความ "ไม่คิดว่าจะทำได้" ของตัวเองอีก

วันนี้ Orami เลยจะขอพาคุณไปรู้จักกับ "ชลลี่" ผู้ประกาศข่าวสาวสวยแห่งช่อง TNN24 ที่เราพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า เธอเป็นตัวแทนของผู้หญิงสมัยใหม่ ทั้งแนวคิด และการใช้ชีวิตเลยทีเดียวค่ะ พร้อมแล้วเราไปรู้จักกับเธอเลยดีกว่า!

จริงๆ ชลลี่ขื่อ “ชล วจนานนท์” ค่ะ ที่บ้านจะเรียก “ชล” เฉยๆ แต่คนอื่นจะชอบเรียก “ชลลี่” มากกว่า

ตั้งแต่เล็กจนโตชลเรียนโรงเรียนหญิงล้วนมาตลอด เป็นเด็กกินนอนอยู่โรงเรียนประจำที่วัฒนาวิทยาลัยเป็น 10 ปี จนช่วงมัธยมปลายก็ได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ และระหว่างเรียนมัธยมปีที่ 5 ก็สอบได้ทุน AFS ไปเรียนที่ฝรั่งเศส 1 ปี กลับมาก็เอนท์ทรานซ์ติดคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ พอดีค่ะ

“วัยเรียนเน้นหลับในห้อง แต่กลับได้คะแนนดีสมเป็นเด็กห้องคิง”

ชลลี่ TNN24

จริงๆชลไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนเรียนเก่ง เพราะจริงๆตอนอยู่ในห้องเรียนก็จะไม่ค่อยเรียน เน้นหลับมากกว่าเพราะพอตัวสูงแล้วคุณครูให้มานั่งหลังห้อง เราก็จะไม่ค่อยได้ยินครูก็เลยง่วง แต่เราจะเป็นคนขยันนอกห้องเรียน พอกลับบ้านมาก็จะมาอ่านเองทำแบบฝึกหัดและการบ้านเองเสมอ เลยสอบได้คะแนนดีทุกครั้ง และจริงๆชลก็อยู่ห้องคิงเชียวนา (ถึงจะหน้าไม่เหมือนเด็กห้องคิงก็ตามในสายตาเพื่อนๆ) ขอแอบอวดเป็นหลักฐานหน่อยเนาะ ว่าชั้นมัธยมเกรดเฉลี่ยของชลไม่เคยต่ำกว่า 3.5 และชลก็เรียนจบมัธยม 6 ด้วยเกรด 4.0 แถมยังจบมหาลัยด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 นะคะ ส่วนกิจกรรมชลก็ทำนะคะ ตอนเรียนอยู่ก็เป็นเชียร์หลีดเดอร์และก็ดรัมเมเยอร์ด้วยค่ะ

และความที่เราเป็นแบบนี้ ชลก็เลยเชื่อว่าความขยันและตั้งใจนี่แหละ ที่จะช่วยให้เราทำสิ่งต่างๆได้ดี และก็เป็นสองสิ่งที่ชลได้นำมาใช้กับการทำงานด้วยค่ะ แบบพี่ไม่ได้มาเล่นๆ นะน้องงงงง

 

“ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ แต่พอได้ลองกลับค้นพบตัวเองมากขึ้น”

ถ้าให้พูดถึงจุดเริ่มต้นในวงการบันเทิง พูดได้เลยค่ะว่าตอนเด็กๆชลอยากเป็นนักธุรกิจและไม่คิดเลยว่าจะได้ทำงานในวงการบันเทิง จนกระทั่งในปี 2005 ในขณะที่ชลยังเรียนอยู่ปี 2 นั้น ชลได้รับโอกาสครั้งแรกจากพี่ฝน Center Point ที่ได้ให้โอกาสชลไปเป็น VJ Shaker Screen (จอ LED ที่อยู่บนร้าน Mlik Plus สยามสแควร์ที่เป็นจุดแฮงค์เอ้าท์ของคนฮิปๆ ในยุคนั้น) ตอนนั้นเองชลเลยเริ่มรู้ตัวว่า เราก็พูดได้นะ! ประกอบกับการได้แสดงละเครเวทีนิเทศฯ จุฬาฯช่วงนั้นก็ยิ่งทำให้ค้นพบตัวเองว่า เราก็เล่นละครได้ด้วยนะเนี่ย! ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ พี่ฝนนี่แหละ คือคนที่บอกว่าชื่อ “ชล” มันห้าวไปหน่อย อยากให้ดูหวานขึ้น ก็เลยกลายมาเป็น “ชลลี่” ตั้งแต่ตอนนั้น

หลังจากนั้นชลก็ได้รับโอกาสจากอีกหลายๆท่านรอบตัว เพราะแต่ละงานที่ทำก็มักนำพาเราไปสู่อีกจุดหมายหนึ่งเสมอ เช่น เมื่อตอนเราจัดรายการ VJ Shaker Screen อยู่แถวเซ็นเตอร์พอยท์บ่อยๆ เราดันไปเข้าตาทีมงานของนิตยสาร Cheese (ที่เป็นแมกกาซีนแนวสตรีทแฟชั่น ที๋โด่งดังมากในยุคนั้น) พอดี พี่ๆเขาก็เลยชวนไปขึ้นถ่ายแฟชั่นขึ้นปก จากปกนิตยสารแฟชั่นแนวหน้า ก็มีแมวมองโมเดลลิ่งชวนเข้าสู่วงการโฆษณาค่ะ

พอในปี 2006 ก็ได้เข้าวงการอย่างเต็มตัวและเริ่มเป็นที่รู้จัก จากการเล่นภาพยนตร์เรื่อง สวยลากไส้ ค่ายสหมงคงฟิลม์ รับบทเป็นตาหวาน และจากการเป็นพิธีกรรายการ Club X ทางช่อง 3 ซึ่งเป็นรายการให้คำปรึกษาปัญหาวัยรุ่นและผู้ปกครองโดยจิตแพทย์

สุดท้ายในปี 2007 ก็เข้าสู่วงการละครโทรทัศน์จากการชักชวนของผู้กำกับ พี่คิง สมจริง ศรีสุภาพ รุ่นพี่นิเทศฯ จุฬาฯ ที่เห็นเราจากการเป็นนางเอกละครเวทีนิเทศฯ เรื่อง “เทพนิยำ” (ผลงานการกำกับของพี่ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์) และก็ได้ร่วมงานกับทางช่อง 3 เรื่อยมา จนมาถึงช่วง 2008 ที่ชลลาไปเรียนต่อต่างประเทศค่ะ

แต่ปัจจุบันที่ได้กลับมาทำงานในวงการบันเทิง ก็พูดได้เลยค่ะว่า ทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือ การร้องเพลง เพราะพรสวรรค์ไม่มี พรแสวงก็ไม่อำนวยคะ!

 

“สูญเสียตัวเองจากดาบสองคมของคนมีชื่อเสียง วงการบันเทิงอยู่ไม่อยาก แต่ต้องรู้เท่าทัน”

ชลลี่ TNN24

ถ้าถามชลว่าวงการบันเทิงนั้นอยู่ยากมั้ย? ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้ซับซ้อนมาก แต่ถ้าจะให้ตอบจริงๆก็คง “อยู่ไม่ยาก” ถ้าเรารู้เท่าทันสื่อ ทันคนอื่น ทันการตลาด ทันวัฒนธรรมของวงการบันเทิงไทย และที่สำคัญ คือ “รู้เท่าทันตัวเอง” ค่ะ

ชลยอมรับว่า แรกๆทุกอย่างก็ดูดีและสนุกไปหมดในวงการบันเทิง จนเราเองก็หลงไปกับชื่อเสียงที่ทำให้คนรู้จัก คนสนใจเรา ซึ่งปัจจัยหลายๆอย่างของการเป็นคนมีชื่อเสียงนั้นได้หล่อหลอมให้เรากลายเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่เรา โดยที่เราเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ!!

แล้วจุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้นเมื่อทางบ้านชลได้เรียกชลไปคุย บอกว่าให้หยุดทำงานในวงการทั้งหมด และให้ไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อจะได้มีเวลาไปศึกษาเพิ่มเติมให้เต็มที่ พร้อมทบทวนและค้นหาตัวเองว่า เราคือใคร? จุดนั้นแหละค่ะที่ชลได้ย้อนมองตัวเองแล้วก็รู้ว่า “เห้ยยยยยยย ฉันไม่ได้เป็นตัวฉันแล้วนี่หน่า นี่ฉันกำลังเปลี่ยนเป็นคนอื่นที่ฉันไม่ได้อยากจะเป็น” แล้วก็เลยเห็นสอดคล้องกับทางบ้าน ที่ว่าเราจะได้ใช้เวลาเรียนต่อนั้นค้นหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง

หลังจากใช้เวลาเกือบ 3 ปีที่เรียนต่อปริญญาโทด้าน Multimedia Communications ที่ Academy of Arts University ที่  San Francisco สหรัฐอเมริกาและไม่แตะงานในวงการเลย สุดท้ายชลก็ค้นพบจุดยืนของตัวเองว่า “ฉันคือใคร อยากทำอะไร และถ้าฉันจะมีชื่อเสียง ฉันขอมีชื่อเสียงในทางที่ดี ดีกว่ามีชื่อเสีย” และแล้วก็ได้เวลากลับสู่แผ่นดินอันเป็นมาตุภูมิ (คำตอบมีความดราม่าเล็กๆ แต่ตอบจากใจนะคะ 55)

พอกลับมาเมืองไทยก็โชคดีได้มานั่งโต๊ะทำงานอยู่ที่แกรมมี่ จนทำไปทำมา โชคชะตาและโอกาสจากคนรอบข้างก็พาชลให้กลับเข้าไปอยู่ในวงการบันเทิงอีกครั้งแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่รอบนี้เป็นงานพิธีกรล้วนๆ มีการแสดงบ้างประปราย จนกระทั่งพัฒนาไปเป็นผู้ประกาศข่าวเต็มตัวในปัจจุบันค่ะ

 

“อาชีพที่เคยคิดว่าไม่ใช่ทาง กลับกลายเป็นงานที่ใช่ ไม่ซ้ำซากจำเจและยังทำให้รู้สึกตื่นเต้นได้ตลอด”

ชลลี่ TNN24

ตอนนี้ชลเป็นผู้ประกาศข่าวประจำอยู่ที่ช่อง TNN24 มีสองรายการหลักๆ คะ คือ รายการ Asean Business ที่เน้นไปทางด้านข่าวคนรุ่นใหม่และสตาร์ทอัพเจ๋งๆทั่วอาเซียน และรายการท่องเที่ยวของทางสถานีด้วย ชลก็เลยได้เดินทางบ่อยอย่างน้อยเดือนละ 1 - 2 ครั้งเพื่อไปทำงานค่ะ

แต่เชื่อไหมคะ ว่าชลไม่เคยคิดว่าจะเป็นผู้ประกาศข่าวได้เลย “บอกตัวเองมาตลอดว่าไม่ใช่ทาง” จนกระทั่งคุณอภิศักดิ์ ธนเศรษฐกร ผู้อำนวยการสถานีข่าว TNN24 มาเจอชลที่เนปาลขณะชลกำลังทำรายการท่องเที่ยวของช่อง Travel Channel อยู่พอดี ท่านมาพบชลแล้วเห็นว่าหน่วยก้านดี จึงชวนชลไปลองงานสายข่าวดู ซึ่งจริงๆแล้วก็ตรงกับหลักสูตรที่ชลไปเรียนปริญญาโทที่อเมริกามาพอดีนะคะ ชลเลยคิดว่าครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้สิ่งที่เราเรียนมาซักที เลยลองไปทำดู แล้วก็พบว่า งานข่าวเป็นงานที่สนุก ไม่ซ้ำซากจำเจ เพราะข่าวนั้นใหม่สดทุกวัน มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นได้เสมอคะ

 

นอกจากนี้ ชลก็มีธุรกิจส่วนตัวรับเป็นที่ปรึกษาออกแบบตกแต่งภายในด้วยนะคะ มีทั้งช่าง ดีไซเนอร์ และผู้รับเหมาให้ครบวงจรพร้อมลุย เนื่องจากตัวชลเองก็ชอบการตกแต่งบ้าน ตกแต่งคอนโดเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว (ปรึกษาได้นะคะ) และยังได้รับเชิญไปออกรายการเชฟกระทะเหล็ก Iron Chef Thailand อยู่บ่อยๆ เพราะเราเป็นคนชอบชิม และตอนนี้กำลังฝึกทำอาหารเสริมความเป็นแม่บ้านด้วยค่ะ ^^

 

“แต่งานที่ใช่ ก็ยังพบกับอุปสรรค ความกลัว และเวลาที่หายไปพร้อมแรงกายที่เหนื่อยล้า”

ชลลี่ TNN24

ตอนเริ่มต้นเป็นผู้ประกาศข่าวในทุกวันนี้ บอกเลยค่ะว่าชลเจออุปสรรคมาเยอะมาก ด้วยความที่ตอนเริ่มชลยังอายุน้อย ยังขาดประสบการณ์ และไม่เคยทำงานด้านนี้มาก่อน

อุปสรรคอย่างแรก คือ ความกลัวในการเขียนข่าวค่ะ ก่อนจะมาเป็นผู้ประกาศ ชลได้เป็นผู้สื่อข่าวก่อน ไม่เคยเขียนข่าวของจริง เคยเขียนแต่ในห้องเรียน พอได้มาเขียนข่าวจริงๆเลยต้องค้นหาข้อมูลเยอะมากกก เพื่อป้องกันความผิดพลาดของข้อมูล

อุปสรรคที่สอง คือ การต้องเขียนข่าวทุกวันและทำงานอื่นไปด้วย ตอนนั้นชลยังทำงานที่อื่นไปด้วย เลยต้องตื่นมาตั้งแต่ตี 3 ตี 4 เพื่อเขียนข่าวและส่งข่าว ก่อนไปลงพื้นที่เพื่อเปิดหน้า แล้วหลังจากนั้นก็ต้องเข้าสถานีไปตัดต่อข่าว เอาข่าวออกอากาศอีก กว่าจะทำเสร็จก็กลับบ้านดึก จำได้ว่าเหนื่อยมาก มีครั้งหนึ่งเคยลองนับดูว่า 3 เดือนเขียนข่าวไปกี่สกู้ป ปรากฎว่า นับได้ 51 สกู้ป สกู้ปละ 3 นาที ทำคนเดียวจริงๆ แต่ยังโชคดีที่ได้เรียนด้านนี้มาจากอเมริกาและมีคำแนะนำจากพี่ๆ ในทีมข่าว จึงพอทำให้ก้าวผ่านไปได้

 

“ผ่านทุกอย่างมาได้ด้วยความขยันที่ติดตัวมาตั้งแต่วัยเรียน แม้เป็นเด็กหลังห้อง”

Credit: Forzanu

ชลคิดว่า ดี - ร้าย คือของคู่กัน ทุกอย่างมันเริ่มจากตัวเรา ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหน “สติ” คือสิ่งที่เราต้องมีอยู่ตลอด ปัญหาที่พบในชีวิตประจำวันและการทำงานมันมีอยู่ตลอด เกิดเป็นมนุษย์ย่อมเคยทำผิดพลาด แต่เราก็ต้องรู้จักมีสติ และแก้ไขความผิดพลาดของเรา รวมทั้งพยายามอย่าทำซ้ำความผิดเดิมเพื่อที่เราจะได้ไม่เสียใจภายหลัง

ชลเชื่อว่าทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ หรือสุดท้ายแล้วหากมันไม่มีทางแก้ เราก็แค่ปล่อยวาง โดยอย่าลืม "ทำหน้าที่ของเราให้ที่ดีทีสุด" ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับคนอื่น และรักษาสมดุลย์ของความดีให้มากเข้าไว้ อย่าให้ความเลวในตัวเรามันมีมากกว่าความดีค่ะ

ที่สำคัญ ชลก็ใช้ “ความขยันตั้งใจ” ที่มีติดตัวมาตั้งแต่วัยเรียนนี่แหละ มาขยันอ่านข่าวเพิ่ม ฝึกออกเสียง ซ้อมพูดบ่อยๆ รวมทั้งหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไม่หยุดนิ่งและเรียนรู้ที่จะเปิดใจรับความช่วยเหลือจากหลายๆฝ่าย โดยปราศจากการตั้งแง่หรือทิฐิสูง ชลจึงได้รับการช่วยเหลือที่จริงใจค่ะ

ตลอดเวลาที่ชลทำงาน แรงจูงใจสำคัญของชลในการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่ง ก็คือ โอกาส เพราะโอกาสมันมาเรื่อยๆ แต่โอกาสที่ใช่ไม่ได้มาบ่อยๆ ชลเลยไม่อยากให้โอกาสที่ใช่หลุดลอยไป เวลาทำอะไรจึงตั้งใจทำให้ดีที่สุด

 

“ชีวิตเจริญเพราะกตัญญูกับพระอรหันต์ที่บ้านเสมอ”

ชลลี่ ชล วจานนท์

และสิ่งหนึ่งที่ชลทำมาตลอดและภูมิใจมากก็คือ “ความกตัญญู” ทุกวันนี้นับถือทำดีต่อพระอรหันต์ที่บ้านเสมอ พระท่านเคยสอนไว้ว่า “ก่อนมาไหว้ท่านไหว้พระที่บ้านก่อนเถอะลูก แล้วเราจะเจริญ” ชลก็ทำอย่างนั้นเรื่อยมา แต่ก่อนพ่อแม่ท่านเคยให้เราก่อนเสมอ วันนี้เมื่อเรามี เราต้องให้ท่าน ความกตัญญูนี่แหละคือสิ่งที่ชลเชื่อว่าทำให้ชลมีสิ่งที่ชลมีได้ในทุกวันนี้

 

“เปลี่ยนความชอบเป็นงานที่ใช่ หากล้มต้องลุกขึ้นให้ได้และตะโกนบอกตัวเองว่า NOW OR NEVER!”

อาจจะเห็นได้ว่างานหลายๆอย่างที่ชลทำนั้นมักจะมาจากความชอบส่วนตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรื่องท่องเที่ยวหรือเรื่องตกแต่งภายใน คือส่วนตัวชลคิดว่าตัวเองยังไม่เก่งเรื่องธุรกิจขนาดนั้นค่ะ แต่ชลก็เชื่อว่าการทำธุรกิจควรจะเริ่มต้นขึ้นจากความชอบก่อน ถึงจะทำได้นาน

“วางแผนให้ดี แต่อย่านานเกินไป”

ชลลี่ ชล วจานนท์

เมื่อหาเจอว่าชอบอะไรได้แล้ว เราต้องคิดทบทวนก่อนว่าเราจะอยู่กับความชอบนี้ไปได้นานแค่ไหน ถ้ามั่นใจว่าอยู่กับมันได้นาน และมันเติมเต็มชีวิตเรา เราก็ต้องหาวิธีเปลี่ยนความชอบให้กลายมาเป็นเงิน วางแผนให้ดี แต่อย่าวางแผนนานเกินไป และให้รีบลงมือทำ แต่จงทำด้วยความรอบคอบในทุกขั้นตอน และให้จำไว้ว่า ถ้าหากเราคิดได้ คนอื่นก็คิดได้เหมือนเรา และยิ่งในยุคที่ใครๆก็ทำธุรกิจ start-up เรายิ่งต้องช่วงชิงพื้นที่ทำก่อน ได้ก่อน เพราะทุกอย่างมันไปเร็วมาก

 

“ตั้งใจ แต่ก็เผื่อพื้นที่ให้กับความล้มเหลว พร้อมดึงพลังบวกมาใช้ให้เต็มที่ Work hard, Travel Harder!”

ชลลี่ ชล วจานนท์

แนวทางในชีวิตของชลที่บ่งบอกความเป็นเราได้มากที่สุดก็คงเป็นความ “มั่นใจ” “การเชื่อในพลังบวก” แล้วก็ “กตัญญู” ค่ะ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ขอให้ตั้งใจจริงๆ ดึงพลังบวกมาให้กำลังใจตัวเอง เชื่อมั่นในความสามารถ เชื่อในความสำเร็จ ขณะเดียวกันเผื่อพื้นที่สำหรับความล้มเหลว เพื่อที่เราจะลุกขึ้นได้หากล้ม และตะโกนบอกตัวเองดังๆ ว่า It’s time! NOW OR NEVER! นะคะ

แล้วก็อย่าลืมให้เวลากับการเติมความสุขให้ตัวเองบ้าง อย่างถ้าสำหรับช่วงอายุชลตอนนี้แล้ว วลีประจำตัวก็คงต้องยกให้ “Work Hard, Travel Harder!” เลยค่ะเพราะชลเดินทางบ่อยจริงๆ และความสุขของชล คือ การได้ออกไปท่องโลกกว้าง เพราะชลได้แรงบันดาลใจมาจากทุกที่ที่ชลเดินทางไป และจากทุกคนที่เราพบเจอ สิ่งเหล่านี้ได้ให้อะไรกับชลมากจริงๆ เหมือนหนังสือที่ไม่มีหน้าสุดท้ายให้เราได้เปิดอ่านมันไปเรื่อยๆ ช่วยให้ชลมองโลกได้สวยงามมากขึ้น และเสริมให้ชลเป็นชลในทุกวันนี้

ชลลี่ TNN24 

สุดท้ายนี้ อยากจะฝากบอกทุกๆคนว่า รอนะค้า รอติดตามผลงานจากบล็อกของชลเร็วๆนี้ ถึงตอนนี้ชลจะยังไม่มีบล็อกแต่ก็อยู่ในช่วงวางแผนและกะว่าจะขึ้นบล็อกภายในช่วงสิ้นปีนี้ค่ะ

ช่องทางสาธาณะที่ชลอัพเดตเกี่ยวกับชีวิตประจำวันมากที่สุดในตอนนี้ก็จะเป็น อินสตาแกรม @Chollyw ที่ชลมักจะอัพเดตเกี่ยวกับทั้งผู้คนที่พบเจอ การท่องเที่ยว อาหาร งานออกแบบภายใน รวมไปถึงงานที่ชลทำค่ะ

ช่วงนี้ชลก็ยังอยู่ในระยะตกตะกอนความคิด ว่าเราอยากจะนำเสนอเรื่องราวผ่านบล็อกในทิศทางไหน เพราะเราคิดว่าการที่เราจะได้ทำบล็อกเสริมจากช่องทางโซเชียลปัจจุบันอย่าง Instagram นั้นเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่เราจะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ และได้ท้าทายตัวเองว่าไอเดียของเราที่นำเสนอจะเป็นที่ถูกใจของคนในยุคปัจจุบันรึเปล่า เพราะฉะนั้นระหว่างนี้อยากให้ทุกคนแนะนำเข้ามาได้เลย ว่าอยากให้ชลทำอะไรบ้าง ทุกวันนี้ชลก็เก็บสะสมคำแนะนำเอาไว้อยู่ เพราะชลอยากให้คนอ่าน ได้อ่านในสิ่งที่ดีและเกิดประโยชน์กับผู้อ่านมากที่สุดคะ ^^ 

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram