Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

คลายข้อสงสัย ทำไมเราถึงขี้ลืม

เคยสงสัยกันบ้างไหม ทำไมเพิ่งอ่านหนังสือจบได้ไม่นาน เราก็ลืมทุกๆ อย่างเกี่ยวกับมันซะแล้ว

ทุกคนเคยรู้สึกบ้างไหมว่า มีหลายครั้งที่เรามักจะหลงลืมรายละเอียดหนังสือ ภาพยนตร์ หรือแม้แต่รายการทีวีที่เราดูไปเมื่อวาน ทั้งๆ ที่ความรู้สึกเหมือนเพิ่งดูจบไปหยกๆ ซึ่งก็คล้ายกับนักเขียนชื่อดังชาวอเมริกาอย่าง Pamela Pual ที่พูดถึงการอ่านหนังสือของเธอ ที่แม้ว่าเธอจะสามารถจดจำรายละเอียดของหนังสือเล่มนั้นได้ และยังสามารถจดจำยิบย่อยไปจนถึงลักษณะทางกายภาพ อย่างปกหนังสือหรือสถานที่ที่เธอซื้อมา แต่เธอกลับลืมรายละเอียดภายในหนังสือดังกล่าวทั้งที่ผ่านไปเพียง 2 วันเท่านั้น

ก็ต้องยอมรับนะคะว่า แม้จะมีคนที่สามารถดูหนังเพียงรอบเดียวแล้วสามารถจดจำ และเข้าใจพล็อตเรื่องราวได้อย่างสมบูรณ์แต่สำหรับคนอีกพวกที่มักเสพความรู้สึก และไม่ได้ใส่ใจถึงส่วนประกอบอื่นๆ ของสื่อก็จะลืมเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน

เพราะเหตุใดเราจึงมักที่จะลืมรายละเอียดเหล่านั้น เราจะให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาในประเทศแคนาดามาอธิบายถึงเหตุผลของเหตุการณ์นี้ เธอได้กล่าวไว้ว่า หน่วยความจำของมนุษย์เรานั้นมีข้อจำกัดที่สามารถอธิบายได้ง่ายๆ จากหลักการ “Forgetting Curve” ยกตัวอย่างจากเหตุการณ์ภายใน 24 ชั่วโมงเรายังจะสามารถจดจำเรื่องราว และเหตุการณ์ในชีวิตของเราได้ แต่ถ้าหากเราไม่ได้ทบทวนหรือใส่ใจ เราก็จะหลงลืมในที่สุดนั้นเองค่ะ

ขี้ลืม

เช่นเดียวกับการวิจัยจากมหาวิทยาลัย Melbourne ที่ได้แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคข้อมูลและความบันเทิงไปจากอดีต ทำให้พวกเราไม่สามารถจดจำเรื่องราวของภาพยนตร์ที่ดูเมื่อ 6 เดือนก่อนได้ หรือแม้กระทั่งชื่อหนังยังเป็นเรื่องยากที่จะนึกถึง

ยิ่งในปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเป็นอย่างมากเสมือนหน่วยความจำของเรา ทำให้ระบบความจำของเรามีประสิทธิภาพที่แย่ลง แต่เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจที่เรากลับจำร้านอาหารสุดโปรด หรือสิ่งที่ต้องทำในแต่วันได้ แม้ว่าอาจจะแอบลืมนัดบางนัดไปบ้างก็เถอะ เพราะข้อมูลเหล่านั้นเราได้รู้ถึงที่มาและวิธีการที่ได้มาของข้อมูลจึงไม่จำเป็นที่จะต้องจดจำมันอีกต่อไป เพราะว่าถ้าเราหลงลืม ก็สามารถใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการหาข้อมูลได้อย่างง่ายดาย อย่างตารางนัดหมายการประชุมที่แสนวุ่นวายนั่นแหละ

สำหรับโซกราตีส นักปรัชญาชาวกรีกโบราณ เขามีนิสัยไม่ชอบการจดบันทึก เพราะรู้ว่ามันจะทำให้ทักษะในการจับใจความของเขาแย่ลง แต่ทางกลับกันเพลโตกลับคิดว่าไม่จำเป็นต้องพยายามจดจำรายละเอียดหรือข้อมูลทั้งหมด แต่สามารถใช้วิธีการจดบันทึกลงบนแผ่นกระดาษได้ ยิ่งในปัจจุบันที่เรามีตัวช่วยอย่างเช่นอินเตอร์เน็ตที่ได้กล่าวไปในข้างต้นแล้ว ก็สามารถค้นหาข้อมูลหรือเข้าถึงสื่อความบันเทิงได้มากเท่าที่ต้องการนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ การทดลองยังเปรียบเทียบกันระหว่างคนที่ดูหนังติดต่อกันหลายตอนกับคนที่ดูสัปดาห์ละตอนพบว่า ผู้ที่ดูหนังติดต่อกันหลายตอนสามารถเข้าใจและจำจดเนื้อเรื่องได้มากกว่า แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้ที่ดูหนังสัปดาห์ละตอนกลับสามารถจดจำเรื่องราวได้นานกว่า ซึ่งในกรณีนี้ก็เกิดกับผู้อ่านหนังสือเช่นเดียวกัน ที่มักเกิดการหลงลืมรายละเอียดของหนังสือหรือบทความ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอินเทอร์เน็ตถ้าหากเรื่องราวที่อ่านไปไม่ได้รู้สึกว่าเป็นสาระสำคัญ

สุดท้ายนี้ รายการทีวี ภาพยนตร์หรือแม้แต่เพลง ไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถอัปโหลดเข้ามาในสมองได้เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ การอ่านหนังสือหรือดูหนังอย่างสนุก เราควรที่จะมีความสุขไปกับหนังและเก็บเกี่ยวข้อคิดที่ได้จากสิ่งเหล่านั้นเพื่อเปิดมุมมองของเราให้กว้างขึ้นนั่นเอง

ที่มา : theatlantic

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram