Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

อย่าคิดมากถ้าเขาไม่เหมือนเดิม ! 8 การเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ที่เหมือนร้ายแต่กลับดี

อย่าคิดมากถ้าเขาไม่เหมือนเดิม ! 8 การเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ที่เหมือนร้ายแต่กลับดี

            หลังจากที่คุณเริ่มคบหาดูใจกับใครสักคนหนึ่ง มันเป็นเรื่องปกติที่คุณจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างในชีวิตเมื่อเทียบกับช่วงแรกที่คุณและคนรักคบหากันใหม่ๆ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้หลายคนพาลคิดมากและกังวลว่าความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าความสัมพันธ์กำลังมีปัญหา ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมันอาจไม่ได้แย่อย่างที่คุณคิดก็ได้ค่ะ เราลองมาดูสัญญาณที่ว่านั้นกันดีกว่า

  1. โทร หรือแชทน้อยลง

ต่างคนต่างโฟกัสกับการทำงาน

                เป็นเรื่องปกติที่คุณ และหวานใจจะโทรคุยกันทุกวัน หรือแชทหากันแทบตลอดเวลาเมื่ออยู่ในช่วงคบหาดูใจกันใหม่ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งเหล่านี้จะเริ่มลดลงจนทำให้สาวๆ บางคนแอบนอยด์ ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลค่ะ เพราะนั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าความสัมพันธ์ของคุณ และคนรักกำลังก้าวขึ้นไปอีกขั้นโดยมีความไว้ใจเพิ่มขึ้นเป็นอีกเท่าตัว

  1. ไม่ใช้เวลาด้วยกัน

                หากเดิมทีคุณ และคนรักทำตัวติดกันแทบตลอดเวลา มันก็อาจทำให้คุณรู้สึกแปลกเมื่อถึงคราวที่ต้องแยกจากกันชั่วคราว แต่แท้จริงแล้วมันไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ของคุณกำลังแย่ลงค่ะ เพราะแม้ว่าคุณจะเป็นแฟนกัน แต่บางทีต่างฝ่ายก็อยากมีเวลาส่วนตัวทำสิ่งที่ตนสนใจบ้างค่ะ เพียงแต่ต้องบาลานซ์เวลาให้ดีเท่านั้นเอง

  1. คุยเรื่องเซ็กส์ที่พิสดารมากขึ้น

คุยเรื่องเซ็กส์

            อย่างที่เราทราบกันดีว่า เรื่องเซ็กส์เซ็กส์ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตคู่เลยค่ะ ซึ่งในช่วงแรกๆ ที่คุณคบหากับแฟน เรื่องบนเตียงก็อาจไม่ได้หวือหวา หรือมีอะไรที่แปลกใหม่ไปจากเดิม แต่หากวันดีคืนดีแฟนหนุ่มกลับชวนคุณทำอะไรที่มันพิสดาร หรือแฟนตาซีล่ะก็ คุณก็ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคนรักรู้สึกสบายใจที่อยู่กับคุณ ทำให้เขาพูดถึงความต้องการของเขาอย่างตรงไปตรงมา

  1. ทะเลาะกันมากกว่าปกติ

                การที่คุณเริ่มมีปากเสียงกับคนรักนั้นอาจไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป ฉะนั้นคุณอย่าเพิ่งนอยด์ค่ะ เพราะมันเริ่มแสดงให้เห็นว่าคุณทั้งคู่เริ่มสบายใจที่จะแสดงความรู้สึก หรือความคิดเห็นส่วนลึกในใจ ซึ่งหลังจากที่คุณทั้งคู่สงบศึกกันแล้ว ไม่แน่ว่ามันอาจทำให้คุณเข้าใจในตัวอีกฝ่ายมากขึ้นค่ะ

  1. ต้องการเวลาส่วนตัว

มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้าง

                การที่คุณ หรือคนรักต้องการเป็นเวลาส่วนตัวนั้นไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องกังวลเลยค่ะ การเป็นแฟนกันไม่ได้หมายความว่าคุณทั้งคู่ต้องไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา แต่เพียงแค่คุณต้องจัดสรรเวลาให้ดีเท่านั้นเอง เพราะหากคุณมีเวลาส่วนตัวมากเกินไป แน่นอนว่ามันก็จะกระทบต่อความสัมพันธ์ได้เช่นกัน

  1. เริ่มเบื่อกับอะไรเดิมๆ

                การที่คุณทั้งคู่เริ่มเบื่อกับการทำกิจกรรมเดิมๆ นั้นถือเป็นเรื่องปกติค่ะ ซึ่งบางคนอาจตีโพยตีพายไปว่านั่นเป็นสัญญาณที่รักจะล่มหรือเปล่า อย่างไรตาม มันอาจไม่ได้แย่อย่างที่คุณคิดก็ได้นะคะ เพราะหากมองอีกมุมหนึ่ง มันอาจเป็นโอกาสอันดีที่คุณ และคนรักจะได้เริ่มลองทำสิ่งใหม่ๆ ร่วมกัน

  1. ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง

 เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง

            การที่คุณ หรือคนรักเริ่มเปิดเผยตัวตัวที่แท้จริงนั้นถือเป็นสัญญาณที่บอกว่าความสัมพันธ์ของคุณได้เติบโตไปอีกขั้นแล้วค่ะ นอกจากนี้มันยังแสดงให้เห็นว่าคุณทั้งคู่รู้สึกสบายใจมากขึ้นกับการได้เป็นตัวเอง เพียงแต่คุณอาจตกใจกับนิสัย หรือพฤติกรรมบางอย่างที่เขาอาจปกปิดไม่ให้คุณเห็นในช่วงแรกที่คบกันก็เท่านั้นเอง แต่ถ้ามันไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรง หรือเกินกว่าจะรับได้ คุณก็อย่าเก็บมาคิดเล็กคิดน้อยเลยค่ะ

  1. มีเซ็กส์น้อยลง

            สาวๆ บางคนอาจวิตกกังวลว่าทำไมนานวันเข้า คุณ และแฟนหนุ่มถึงมีอะไรกันน้อยลง และพาลคิดว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์ดึงดูด แต่ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องปกติมากๆ เลยค่ะที่เรื่องบนเตียงจะค่อยๆ ลดลงเมื่อคุณทั้งคู่คบหากันไปสักพัก ซึ่งมันอาจเป็นโอกาสอันดีที่คุณจะได้ลองมีเซ็กส์ที่แปลกใหม่ไปจากเดิมและได้มานั่งเปิดอกคุยกันแบบจริงจังค่ะ

                ความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไปค่ะ แต่คุณอย่าเพิ่งคิดมาก หรือกังวลไปก่อนล่วงหน้า เพราะมันอาจไม่ใช่สัญญาณที่ไม่ดีเสมอไปค่ะ

ที่มา: bustle

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram