Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ร่างกายเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อคุณเกิดอาการอินเลิฟ

7 สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายเมื่อคุณกำลัง ปิ๊ง ใครบางคน

การจีบ หรือการปิ๊งใครสักคนถือเป็นเรื่องปกติในการใช้ชีวิต สำหรับใครที่เป็นมือใหม่มันอาจจะดูเก้งก้างไม่มั่นใจไม่เหมือนคนที่ผ่านประสบการณ์มาบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนจะมีความสามารถในการ "จีบ" ให้ติดแต่มันก็มีทางที่จะพัฒนาให้มันเวิร์คได้ค่ะ  และวันนี้เรามีข้อมูลมาแชร์เกี่ยวบ "ภาษากาย" ที่เป็นเหมือนสัญญาณบอกให้คุณได้รู้ว่าคนที่คุณจีบนั้นจะเวิร์คต่อไปได้หรือไม่เราไปดูกันเลยค่ะ

  1. ภาษากายของคุณเปลี่ยน

เมื่อคุณกำลังจีบใครก็ตาม คุณอาจทำท่าทางอะไรที่ไม่ได้คิด คุณอาจจะกลายเป็นเหมือนกระจกเงาให้กับคนๆ นั้น  เช่น  หากคนที่คุณปิ๊งอยู่เขาจับหูด้วยความเขิน คุณก็อาจทำเช่นเดียวกันได้โดยไม่รู้ตัว  หรือไม่คุณก็อาจจะยกมือยกไม้ประกอบการพูดคุยของคุณมากกว่าปกติ ซึ่งภาษากายเหล่านั้นมันเหมือนจะช่วยให้สถานการณ์ของคุณผ่อนคลาย และช่วยลดอาการประหม่าให้คุณได้

  1. ระบบเผาผลาญในร่างกายช้าลง

คุณอาจจะสังเกตได้ว่าหัวใจคุณเต้นเร็วขึ้นเมื่อคุณกำลังปิ๊งใครเข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณชอบเขามากๆ เจอหน้าทีไร หัวใจมักเต้นแรง ในทางกลับกันระบบเผาผลาญในร่างกายของคุณกลับสวนทางคือมันช้าลง เช่น คุณอาจจะรู้สึกมวนในท้อง  ที่เป็นเช่นนั้น  อาจเพราะร่างกายนำพาเลือดจากระบบย่อยอาหารไปสูบฉีดที่กล้ามเนื้อ และหัวใจก็มีอัตราการเต้นที่เร็วขึ้น เสมือนการเตรียมร่างกายให้พร้อมออกศึก อาจร่วมด้วยกับอาการเขินและหน้าแดง ดังนั้นหากคุณได้พูดคุยกับใครคนนั้นและหน้าของเขาแดงระเรื่อเพิ่มขึ้นๆ นั่นก็อาจจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเขาก็สนใจคุณเช่นกัน ข้อนี้ยังรวมไปถึงอาการเหงื่อออกที่ฝ่ามืออีกด้วย

อินเลิฟ

  1. สมองของคุณปกป้องคุณจากการถูกปฏิเสธ

บางทีคนก็มักจะลังเลที่จะกระโดดเข้าสู่ความสัมพันธ์เนื่องจากความกลัวที่จะถูกปฏิเสธหรือต้องเจ็บปวด  ซึ่ง David Henningsen ผู้เชี่ยวชาญในด้านการสื่อสาร กล่าวว่า เมื่อคุณกำลังสนใจใคร สมองของคุณจะช่วยย้ำเตือนให้คุณระมัดระวัง และอย่าพึ่งไปผูกมัดกับความรู้สึกนั้นๆ  ซึ่งที่จริง มองในมุมที่ดีมันก็เหมือนประหนึ่งเกราะคุ้มครองให้กับเรา เพราะหากเรารีบหุนหันกับการผูกมัดในความรักมันก็เท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะทำให้หัวใจคุณอกหักได้เร็วขึ้นเช่นกัน

  1. เกิดการเสพติด

ความรู้สึกชื่นบานยามมีความรักหรือ การปิ๊งใครสักคนนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นกับส่วนหนึ่งของสมองที่เกี่ยวข้องกับความกลัวและความปรารถนา เมื่อคุณได้เติมเต็มความปรารถนา มันก็จะได้รับการบันทึกในสมองว่ามันช่างอิ่มเอม มีความสุข  และร่างกายคุณก็ชอบสิ่งนี้เสมือนเสพติด นั่นคือเหตุที่นำพาคุณสู่ความสัมพันธ์ และตื่นเต้นเมื่อมีความรัก  ซึ่งหากคนรู้จักนำประโยชน์ข้อนี้มาใช้ในความสัมพันธ์ก็จะเป็นวิธีที่ดีในการรักษาความสัมพันธ์ระยะยาว  แต่บางคนกลับนำมันไปใช้เที่ยวจีบคนนั้นคนนี้เพื่อสร้างความกระชุ่มกระชวยให้ตัวเองจึงเปรียบเหมือนการเสพติดในการจีบ และการมีความสุขยามได้ตกหลุมรักใครสักคน  

  1. ม่านตาขยายตัว

อาการทางกายเช่นนี้อาจจะยากต่อการสังเกตเมื่อเทียบกับภาษากายอื่นๆ แต่เมื่อคุณจ้องมองไปลึกๆ ที่ดวงตาของคนที่คุณจีบอยู่  หากมันขยายกว้าง  มันก็ไม่น่าจะยากที่จะบอกได้ว่าเขามีใจให้คุณ

อินเลิฟ

  1. ร่างกายของคุณหลั่งฮอร์โมนเฉพาะที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง

เมื่อคุณมีความสนใจใครสักคน ร่างกายจะเริ่มหลั่งฮอร์โมนนอร์อะดรีนาลีนและโดฟามีน ซึ่งเป็นคลื่นสมองอีกตัวที่เข้ามามีบทบาทเมื่อคุณเริ่มรู้สึกว่ามันช่างสุขจริงๆ   อย่างไรก็ตามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญกล่าวไว้ว่า ในกรณีของผู้ชายจะเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนชื่อว่า วาโซเพรสซีนซึ่งจะส่งสัญญาณไปยังส่วนร่างกาย ขณะที่ของผู้หญิงคือฮอร์โมน อ็อกซิโทซีนจะเกี่ยวข้องกับการสร้างความเชื่อมั่นมากกว่า  

  1. คุณหัวเราะ

คุณจะพบว่าตัวเองหัวเราะบ่อยขึ้นเมื่อคุณกำลังจีบใครอยู่หรือเปล่า  เรื่องนี้มีคำอธิบายค่ะเมื่อฮอร์โมนอ็อกซิโทซีนซึ่งจะหลั่งออกมาเมื่อคุณรู้ว่าคุณกำลังสร้างความสัมพันธ์กับใครคนใดคนหนึ่ง นั่นคือคำอธิบายว่าเหตุใดผู้หญิงถึงชอบผู้ชายที่ทำให้พวกเธอหัวเราะได้  แต่ยังก่อนไม่ใช่ว่าทุกการหัวเราะเป็นการยืนยันในความสัมพันธ์ บางทีการหัวเราะนั้นก็อาจแฝงไปด้วยความลังเลไม่แน่ใจในตัวผู้ชายที่มาจีบเธอก็ได้  

ใครที่กำลังจะเดินหน้าลุยจีบคนที่กำลังเล็งอยู่ก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปเป็นตัวช่วยให้คุณสังเกตฝ่ายตรงข้ามว่าเขามีใจไปในทางเดียวกับคุณหรือเปล่า  เพื่อที่คุณจะได้เดินหน้าสานต่อความสัมพันธ์ได้อย่างเหมาะสม  หรือควรที่จะถอยกลับมาตั้งหลักเพื่อไม่ให้ นกไปซะ  แต่อย่างหนึ่งที่เรารู้ก็คือเมื่อมีความรักเกิดขึ้นในใจ ร่างกายของเราก็พร้อมใจกันตอบสนองให้เราสดชื่น มีความสุข ขอให้สมหวังในความรักกันทุกคนค่ะ

ที่มา: thelist

get up close & personal with instagram