Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

รู้ตัวซะที! ข้อสังเกตสำหรับคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่ทารุณจิตใจ

11 ข้อต้องรู้ว่าคุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ถูกทารุณจิตใจ

เป็นเรื่องน่าสนใจในด้านความสัมพันธ์ที่มีคนจำนวนไม่น้อยประสบภาวะการถูกข่มเหงทางด้านอารมณ์จากคู่รัก  และหลายคนยินยอมที่จะถูกทำร้ายจิตใจอยู่เช่นนั้นเพราะไม่กล้าที่จะจบความสัมพันธ์   Elise Lopez นักวิจัยทางด้านความรุนแรงทางเพศและในครอบครัวของมหาวิทยาลัยแห่งอริโซน่ากล่าวว่า การถูกทารุณข่มเหงในความสัมพันธ์นั้นไม่จำเป็นต้องเกิดทางกายภาพเสมอไป  การถูกทารุณกรรมทางอารมณ์ความรู้สึกถือเป็นเรื่องยากที่จะสังเกตได้เพราะมันถูกแวดล้อมไปด้วยพฤติกรรมที่หลากหลาย เช่น การหึงหวงเกินเหตุ ที่เรามักจะมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาและเป็นเหมือนสัญญาณบอกว่าเรารักใครคนหนึ่งมากๆ  

หลายๆ คนอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังอยู่ในความสัมพันธ์ซึ่งเป็นอันตราย แต่ก็อาจจะรู้สึกได้ว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างที่มันผิดปกติ  คุณอาจจะรู้สึกเศร้า  หวาดกลัว  สับสบ  โกรธและไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร  ในหลายกรณีคนที่มักมีความรู้สึกเช่นนี้จะเกิดจากการที่คบอยู่กับคนที่นิสัยไม่ดี  บางคนคงทำหน้าสงสัยแล้วเราจะรู้ได้อย่างไร  ด้านล่างคือข้อมูลที่เรารวบรมมาให้เป็นแนวทางให้คุณลองสังเกตคนข้างตัวดูว่ามีลักษณะเหล่านี้หรือไม่  

  1. คุณขอให้เขาใช้คำพูดให้ดีขึ้นหน่อย แต่เขาไม่เคยรับฟังคำขอของคุณเลย

ไม่มีใครชอบคนพูจากโฟงผาง เสียงดัง และเกรี้ยวกราดหรอกจริงมั้ย  ดังนั้น หากคู่ของคุณพูดจาด้วยคำพูดที่ล้วนแต่ทำร้ายจิตใจของคุณให้รู้สึกหวาดกลัว เจ็บปวด พูดไม่ออก หรืออับอายทั้งๆ ที่คุณก็บอกให้เขารู้ความรู้สึกของคุณแล้ว  นั่นถือเป็นการกระทำทารุณคุณก็ควรจะเดินออกจากความสัมพันธ์นั้นเสีย  

  1. พบว่าตัวเองกำลังถูกปั่นหัว

การปั่นหัวหรือ การทำให้สับสนในตัวเองถือเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ฝ่ายทารุณมักจะทำกับอีกฝ่าย มันคล้ายคึงกับการล้างสมองให้ฝ่ายที่ถูกทารุณในความสัมพันธ์เกิดความสับสนและไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองโดนกระทำนั้นเป็นการถูกทำทารุณหรือไม่  ซึ่งคุณสามารถสังเกตตัวคุณเองว่าเข้าข่ายนี้หรือไม่ โดยหากคุณมักจะเปลี่ยนความคิดของคุณบ่อยๆ  มีความสับสน  รู้สึกว่าตัวเองต้องตื่นตัวอย่างมากตลอดเวลา  หรือคุณจำเป็นต้องเป็นฝ่ายขอโทษทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณไม่ผิด  ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นมันก็จะดำเนินต่อไปอย่างนั้นเรื่อยๆ ซึ่งข้อแนะนำจากนักบำบัดและผู้เชี่ยวชาญทางด้านความสัมพันธ์ก็บอกว่าคุณควรจะเดินออกมาและหยุดความสัมพันธ์นั้นเสียจะดีกว่า

ทารุณจิตใจ

  1. คุณไม่เคยได้ทำอะไรตามที่ใจต้องการเลย

หากคุณอยากจะนอนดูโทรทัศน์อยู่บ้านในขณะที่เขาอยากออกไปเดินห้าง นั้นก็ถือเป็นปัญหาพื้นๆ สำหรับความสัมพันธ์ทั่วๆ ไป  เว้นแต่ว่าการตัดสินใจมันไม่จบในสิ่งที่คู่ของคุณต้องการเสมอทุกครั้งไป และคุณก็เริ่มรู้สึกตัวเองเหมือนหุ่นกระบอกเข้าไปทุกที  นั่นถือเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนเลยว่าความสัมพันธ์ของคุณกำลังทำพิษ

โดย Amanda Berry นักบำบัดด้านคู่สมรสและครอบครัวจากชิกาโก กล่าวไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ถูกคุกคามทางด้านอารมณ์ดังกล่าวข้างต้นจะนำไปสู่การข่มขู่ทารุณที่มากขึ้น  การรู้สึกว่าตัวคุณเอง ต้องทำอะไรก็แล้วแต่ให้ถูกใจคู่ของคุณ ที่ในบางครั้งก็ต้องทำด้วยการถูกบังคับข่มขู่  ในทางกลับกันเขาก็มักจะไม่โอเคนักหากคุณอยากจะทำอะไรที่มันเป็นเรื่องสำคัญต่อคุณเองในด้านจิตใจ  อารมณ์  หรือสถานะการเงิน ฯลฯ  

  1.  คุณรู้สึกเหมืนอถูกตัดจากวงจรในเรื่องเงินๆ ทองๆ

หากคุณไม่สามารถเข้าถึงหรือรับรู้ข้อมูลใดๆ ทางด้านการเงินในความสัมพันธ์ของคุณได้  นั่นถือว่าคุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ถูกคุกคามทางอารณ์  ซึ่ง Jef Henniger ทนายความเกี่ยวกับคดีการหย่าร้าง บอกไว้ว่า หนึ่งในกลวิธีที่ผู้คุกคามในความสัมพันธ์มักจะใช้กับคู่ของตนแต่ไม่ค่อยจะยอมเอ่ยถึงคือการเข้าควบคุมการใช้จ่ายและเงินทองของอีกฝ่าย”  หลายๆ คนไม่รู้ว่าคู่ของตัวเองมีรายได้เท่าไร  มีเงินในบัญชีมากน้อยแค่ไหน  หรือไม่รู้แม้กระทั่งว่าคู่ตัวเองมีเงินฝากกับธนาคารอะไร  และมักจะได้รับการปฏิบัติในเรื่องเงินๆ ทองๆ เสมือนเด็ก โดยได้รับค่าใช้จ่ายเล็กน้อยแบบพอใช้รายสัปดาห์  ซึ่งนี่เองทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาคู่ของตนเองโดยไม่มีข้อแม้ และในกรณีที่มีการฟ้องร้องเพื่อหย่าร้าง ก็จะประสบปัญหาไม่มีเงินไปจ้างทนายมาว่าความให้ตัวเองได้

  1. คุณรู้สึกสิ้นหวังและไร้ค่า

หากคุณรู้สึกขาดความภาคภูมิใจในตัวเองและกล่าวโทษตัวเองว่าเป็นเหตุให้คู่ของคุณปฏิบัติต่อคุณเช่นนั้น   คุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่แล้วล่ะ   คนที่ถูกทารุณทางด้านอารมณ์จากความสัมพันธ์มักจะเริ่มจากความรู้สึกไร้ที่พึ่งพิง และเป็นไปได้ที่จะรู้สึกสิ้นหวังควบคู่ไปด้วย  นอกจากนี้ ผู้ที่กระทำการทารุณส่วนมากมักจะโทษว่าเหตุที่พวกเขาทำพฤติกรรมดังกล่าวกับคู่ของเขาก็เป็นความผิดของคู่ตนเอง  

  1. คุณมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับโลกในจินตนาการ

หากคุณพยายามหลีกหนีโลกแห่งความจริงด้วยการฝังตัวอยู่กับหนัง ละคร หนังสือ วิดีโอเกม หรือแย่กว่านั้น  ใช้ยากล่อมประสาท นั่นอาจเป็นเพราะคุณอยู่ในความสัมพันธ์ที่ถูกคุกคามทางด้านอารมณ์น่ะสิ ซึ่งปกติคนเรามักจะพยายามหลีกหนีจากสถานการณ์หรืออะไรก็ตามที่เราไม่สามารถรับมือได้  แม้ว่าคุณไม่ถึงกับต้องใช้ยาหรือดื่มของมึนเมาก็ตาม  หากคุณไม่ค่อยจะอยากรับรู้โลกแห่งความเป็นจริง  และใช้เวลาส่วนใหญ่ในโลกแห่งความฝันของคุณเอง  ลองถามตัวคุณเองชัดๆ สิว่านั่นเพราะคุณไม่โอเคกับชีวิตจริงๆ ที่เป็นอยู่หรือเปล่า

ทารุณจิตใจ

  1. คุณรู้สึกอับอายต่อความต้องการทางด้านเพศของตัวเอง

หากคุณต้องการมีเซ็กส์กับคู่ของคุณ แต่กลับถูกปฏิเสธหรือเขาทำให้คุณรู้สึกผิดกับความต้องการนั้น มันก็เป็นสัญญาณบอกถึงการกระทำทารุณในความสัมพันธ์ได้  นักจิตวิยาและนักบำบัดกล่าวว่า การทารุณกรรมทางด้านอารมณ์นั้นเป็นการลงทุนในด้านการควบคุมและการมีอำนาจเหนือกว่า”  นั่นคือ หากคู่ของคุณปฏิเสธการมีเซ็กส์อย่างไร้เหตุผล มันก็เป็นไปได้ว่าเขาควบคุมหรือมีอำนาจเหนือคุณโดยการไม่มีสัมพันธ์ทางกายภาพกับคุณ  หลายๆ คนเข้าใจว่าการทารุณกรรมในความสัมพันธ์นั้นจำกัดเฉพาะการถูกกระทำทารุณอย่างรุนแรงทางเพศเท่านั้น  แต่บ่อยครั้งมันคือการกระทำตรงกันข้าม ด้วยการที่ผู้กระทำทารุณระงับการปฏิสัมพันธ์ทางเพศและทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด สกปรก  และอับอายจากความต้องการนั้น  แย่ไปกว่านั้น เขาอาจจะป้ายสีให้คุณกลายเป็นพวกเสพติดเซ็กส์ไปเสียอีก  

  1. คุณรู้สึกอับอายที่คุณไม่มีความต้องการทางเพศมากพอ

โดยปกติแล้ว มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ส่งผลต่อความต้องการทางเพศของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน  ความเครียดจากการทำงาน  ปัญหาครอบครัว  หรือแม้แต่ความเหนื่อยล้าทั่วๆ ไป  แต่หากคุณไม่อยากมีเซ็กส์กับคู่ของคุณจนเป็นปกตินิสัยล่ะ นั่นอาจจะเกิดจากสาเหตุที่ซีเรียสยิ่งขึ้นแล้วล่ะ  หากคุณไม่มีความต้องการทางเพศและถูกคู่ของคุณดูถูกหรือทำให้คุณอับอายล่ะก็ นั่นถือเป็นการกระทำทารุณและคุณไม่ควรปล่อยให้มันเป็นเช่นนั้นไปเรื่อยๆ

  1.  คุณรู้สึกเหมือนถูกควบคุมทางด้านดิจิตัล

คนส่วนมากมักจะเก็บชื่อและรหัสผ่านของอีเมล์ โซเชี่ยลเน็ตเวิร์กต่างๆ ไว้กับตัวเอง แต่ก็มีในบางกรณีที่เราแชร์ชื่อแอคเคาท์หรือรหัสผ่านเหล่านี้กับคนใกล้ตัว  แต่หากคู่ของคุณพยายามจะเข้าถึงแอคเคาท์ของคุณ หรือไปคอยส่อง คอยคุมการโพสต์บนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กของคุณอยู่เป็นนิจล่ะ คุณน่าจะถูกคุกคามชีวิตด้านเทคโนโลยีแล้ว นอกจากนี้ยังมีหลายคนพบว่าตัวเองถูกสะกดรอยโดยคู่รักของตนเอง และเขาก็รู้ไปหมดทุกเรื่องจนทำให้เรารู้สึกเสียศูนย์และไม่มั่นคงทางด้านจิตใจ

หรืออีกกรณี การที่คุณถูกคนรักควบคุมว่าให้ทำ พูด หรือโพสต์อะไรออนไลน์ ซึ่งนั่นรวมถึงพฤติกรรมประเภทต้องบอกรหัสผ่านเข้าแอคเคาท์ของคุณให้คนรักของคุณ การตั้งข้อจำกัดในการโพสต์รูปหรืออะไรก็ตามบนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก หรือมากไปกว่านั้นคอยสกรีนและอนุญาตว่าคนไหนที่คุณจะรับแอดหรือไป follow ได้!! ซึ่งเมื่อใดที่คุณรู้สึกเหมือนถูกใครมาควบคุมเสรีภาพในโลกออนไลน์ของคุณ หรือเสรีภาพในการใช้ชีวิตของคุณแล้วล่ะก็  ได้เวลาขอความช่วยเหลือด่วนๆ

  1. คุณได้ยินคำพูดที่ว่า ฉันรักคุณ...แต่”  มากไป

ไม่มีใครปฏิเสธหรอกที่จะได้ยินคำว่า ฉันรักคุณ”  อย่างไรก็ตาม  หากมันมาพร้อมคำว่า แต่มันก็คงไม่โรแมนติดสักเท่าไร  ในทางตรงข้าม  มันกลายเป็นเหมือนการตั้งเงื่อนไขว่าหากคุณไม่ทำอย่างนั้น หรือไม่หยุดทำอย่างนั้น เขาจะไม่รักคุณแล้ว  ซึ่งมีคู่รักไม่น้อยที่เป็นฝ่ายกระทำทารุณใช้วิธีนี้เพื่อควบคุมอีกฝ่าย ด้วยคิดว่าคำว่า รักเป็นดั่งพลังวิเศษที่ใช้บันดาลสิ่งที่ปรารถนา  และก็ช่วยไม่ได้ที่หลายๆ คนก็ตกในบ่วงนี้

ที่จริงแล้ว รักแท้ย่อมไม่มีเงื่อนไข  และเมื่อใครที่รักคุณ เขาไม่ได้รักในทุกสิ่งที่เป็นคุณ เขาก็ไม่ควรใช้คำพูดว่า ฉันรักคุณ...แต่

  1. คุณกลัวว่าพวกเขาจะทำร้ายคุณ

มันเป็นความรู้สึกที่ว่าแม้เขาจะไม่ได้มาทำร้ายหรือทำให้คุณเจ็บได้อย่างชัดเจน  แต่คุณก็ยังกลัวว่ามันอาจเกิดขึ้นได้  ซึ่งหากคุณมีความรู้สึกต้องระวังตัวหรือกลัวเวลาอยู่ใกล้ๆ คนรักของคุณ นั่นถือว่าคุณกำลงอยู่ในความสัมพันธ์ที่ถูกทารุณทางด้านอารมณ์  โดยอาจเกิดขึ้นได้จากการข่มขู่โดยคู่รักของคุณ ซึ่งอาจมาจากรูปแบบของการทารุณกรรมทางกายภาพ เช่น  การขู่ว่าจะหย่าหรือเลิก  การบอกไม่รัก หรือหนทางใดๆ ที่จะใช้ทำโทษคุณให้คุณเจ็บช้ำ   หากคุณอยู่ในความสัมพันธ์ หรือมีความรู้สึกหวาดกลัวคนรักของคุณจะทำร้ายคุณ ซึ่งมันอาจเป็นเพราะมีหลายสิ่งอย่างที่ได้เกิดขึ้นและนำพาคุณไปสู่จุดนั้น  ไม่ต้องลังเลอีกต่อไป เราแนะนำให้คุณเดินออกจากความสัมพันธ์เสียเถอะ

การอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีความสุขไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การถูกทำร้ายร่างกายเท่านั้น หากยังรวมถึงคำพูดทำร้ายจิตใจอีกด้วย เพราะอารมณ์ความรู้สึกนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง  ลองฟังเสียงหัวใจของคุณดู เชื่อในสัญชาตญาณของคุณ และขอให้คุณจงเข้มแข็ง  กล้าหาญ  และทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อตัวของคุณเอง  คุณสมควรที่จะมีความสุข  สุขภาพดี  และปราศจากการกระทำที่เป็นอันตรายใดๆ ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายและจิตใจค่ะ

ที่มา: thelist

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram